วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มิจฉาชีพหลอกชักชวนทำบุญ

โดย ทนายเจมส์

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ผมอยากจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง โดยการนำเอาภาพ ชื่อเสียงของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ หรือ คนดังในวงการบันเทิง มาแอบอ้าง และอาศัยความใจบุญของคนไทย ซึ่งกลุ่มผู้ที่จะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย คือ กลุ่มสายบุญ หรือผู้ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือชอบบริจาคทรัพย์สินสร้างสาธารณสถาน หรือสัตว์เลี้ยงน่ารัก อันเป็นการสะสมบุญกุศล และขจัดความตระหนี่ในจิตใจตัวเอง 

ยุคนี้คนไทยให้ความสนใจสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน LINE Facebook Instagram บีทอล์ค ฯลฯ สื่อสังคมออนไลน์เป็นแหล่งรับรู้ข้อมูลข่าวสารหลายด้าน เช่น การค้าขาย การประชาสัมพันธ์ การขอความช่วยเหลือ การเตือนภัย รวมไปถึงการพบปะเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ และสิ่งที่แฝงมากับสื่อสังคมออนไลน์ คือ กลุ่มมิจฉาชีพ 

ปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพ สร้างบัญชีผู้ใช้บนแอปพลิเคชันต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้น และใช้ภาพของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ เสมือนหนึ่งเป็นตัวของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ เป็นผู้โพสต์ภาพเอง และมีการใช้คำบรรยายประกอบภาพที่โพสต์ ให้ดูสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ปรากฏในภาพ และแสดงอารมณ์ผ่านตัวอักษรอย่างสมจริง ซึ่งมักจะเป็นการโพสต์ภาพกิจกรรม ถ้อยคำ แชร์คลิปที่เกี่ยวกับผลงานแสดงของตัวเอง หรืออิริยาบถต่างๆ ในแต่ละวัน เพื่อให้ผู้ที่เป็นเพื่อน หรือผู้ติดตามในแอปพลิเคชันต่างๆ นั้น เชื่อว่าเป็นบัญชีผู้ใช้ส่วนตัวของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ จริงๆ แต่เนื่องจากมีข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการหลอกลวงในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพทำการหลอกลวงยากยิ่งขึ้น 

กลุ่มมิจฉาชีพจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการสร้างบัญชีผู้ใช้หลายๆ ชื่อ โดยบัญชีผู้ใช้แต่ละชื่อที่สร้างขึ้นมานั้น จะเป็นกลุ่มเพื่อนของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ ที่เป็นเพื่อนสนิทและมักไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ภาพที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพที่หาได้ง่าย โดยไปคัดลอกมาจากภาพของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ ที่มักจะโพสต์ภาพส่วนตัวลงใน Instagram เพื่อให้บรรดาแฟนคลับได้ทราบความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน หรือติดตามผลงานของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ การสร้างภาพในลักษณะนี้ จึงทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้โดยง่าย เนื่องจากดูเหมือนว่ามีบุคคลหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง และแสดงความคิดเห็นตอบโต้กัน 

เมื่อ "เหยื่อ" หลงเชื่อว่า บัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นของ ดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้จริงๆ แล้ว กลุ่มมิจฉาชีพจะตีสนิทเหยื่อด้วยการทักทายในกระทู้ และทักทายเข้าไปในข้อความส่วนตัวตามลำดับ บางครั้งก็จะส่งภาพส่วนตัวให้กับเหยื่อ โดยอ้างว่ายังไม่ได้โพสต์ที่ไหนมาก่อน แต่แท้ที่จริงแล้วไปคัดลอกภาพมาจากแอปพลิเคชันอื่นๆ ของดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ บางครั้งพบว่าข้อความที่มิจฉาชีพใช้สนทนากับเหยื่อนั้นเสมือนคนรักก็มีนะครับ 

เมื่อภาพที่ปรากฏต่อหน้า ประกอบกับ ถ้อยคำในทำนองคนรักกันทำให้เหยื่อตายใจ มิจฉาชีพจะเริ่มชักชวนให้เหยื่อร่วมทำบุญ โดยการให้โอนเงินทำบุญผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งหากเหยื่อสังเกตให้ดี จะพบว่าชื่อบัญชีธนาคารนั้น จะไม่ใช่ชื่อของ ดารา นักร้อง นักแสดง แต่อย่างใด กรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนะครับ บางรายต้องสูญเงินนับ 100,000 บาท และดารา นักร้อง นักแสดง พริตตี้ ที่ถูกนำภาพไปใช้และแอบอ้างชื่อ ก็โพสต์เตือนหลายครั้ง แต่การประชาสัมพันธ์อาจจะไม่ทั่วถึง ทำให้ยังคงมีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่ออยู่เป็นประจำ 

กรณีแบบนี้ผู้เสียหายมักจะไม่เข้าแจ้งความร้องทุกข์เนื่องจากบางคนมีแฟน สามี หรือภรรยา อยู่แล้ว การเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนนั้น จะต้องแสดงหลักฐาน ข้อความสนทนาทุกช่องทาง เพื่อให้ข้อมูล พยานหลักฐานเชื่อมโยงกัน จนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด ซึ่งหากแฟน สามี หรือภรรยา ได้อ่านบทสนทนาในกล่องข้อความแล้ว อาจจะมีปัญหาครอบครัวติดตามมา ผู้เสียหายจึงยอมเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ 

การนำภาพของบุคคลอื่นไปใช้หลอกลวงผู้อื่นนั้น มีความผิดในข้อหาฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 

(๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ...... 

ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง (1) มิได้กระทําต่อประชาชน แต่เป็นการกระทําต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผู้กระทํา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้ 

การทำบุญเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่หากทำบุญผิดที่ หรือทำบุญกับพวกมิจฉาชีพ แทนที่ท่านจะได้รับผลบุญ ท่านอาจจะได้รับความทุกข์ใจแทน การทำบุญด้วยความตั้งใจของตัวเอง ไม่ได้คิดว่าจะทำบุญ เพื่อเอาหน้า หรือมีผลประโยชน์อย่างอื่นแอบแฝงจะได้ผลบุญสูงสุดครับ 

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ 

Facebook : ทนายเจมส์ LK 

ทนายเจมส์