วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับนิวเคลียร์เชิงรุก?

ทุกสิ่งควรปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา

เฉกเช่นนโยบายด้านความมั่นคง ที่ต้องมีการขยับตัวตามความเคลื่อนไหวของภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างสม่ำเสมอ เหมือนอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ที่สัปดาห์ก่อนกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เริ่มพิจารณาทบทวนแผนยุทธศาสตร์อาวุธนิวเคลียร์กันใหม่แล้วในรอบ 7 ปี

โดยการทบทวนแผนครั้งนี้มีชื่อว่า “การทบทวนบทบาทนิวเคลียร์” (Nuclear Posture Review) หรือเรียกสั้นๆว่า เอ็นพีอาร์ เริ่มครั้งแรกในยุคหลังสงครามเย็น เมื่อปี 2537 สมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน ตามด้วยปี 2545 ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และปี 2553 ในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาจนครั้งนี้ปี 2560 ตามคำสั่งของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

พล.อ.จอห์น ไฮเทน ผบ.หน่วยบัญชาการอาวุธทางยุทธศาสตร์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า การทบทวนจะเป็นการพิจารณาภาพรวมทั้งหมด ของศักยภาพการใช้อาวุธทำลายล้างสูงนิวเคลียร์ ของกองทัพสหรัฐฯ ไล่ตั้งแต่นโยบาย ขีดความสามารถ ไปจนถึงแผนรับมือต่างๆ

ล้อเข้ากับสถานการณ์โลกปัจจุบัน ทั้งการพัฒนาศักยภาพนิวเคลียร์และการผนวกคาบสมุทรไครเมียของรัสเซีย การขยายศักยภาพของจีนในทะเลจีนใต้ รวมถึงการขยายศักยภาพขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯรายงานว่า การทบทวนแผนครั้งนี้มีท่าทีจะไปใน “เชิงรุก” สูง ต่างจากการทบทวนครั้งก่อนสมัย โอบามาที่ต้องการหาสิ่งมาทดแทนนิวเคลียร์ เพราะทางฝ่ายกลาโหมชุดนี้มีการพูดถึงและออกตัวสนับสนุน การยกเครื่องอาวุธนิวเคลียร์ “สามสหาย” ด้วย

ได้แก่ ฝูงเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีศักยภาพบรรทุกนิวเคลียร์ และขีปนาวุธข้ามทวีปไอซีบีเอ็ม โดยมีร่างคร่าวๆว่าจะทำภายใต้กรอบงบประมาณระยะเวลา 10 ปี...มูลค่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทย 14 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว.

ตุ๊ ปากเกร็ด