วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กก.ปฏิรูปต้องพิสูจน์ตัวเอง

กก.ปฏิรูป 11 ด้าน เหล้าเก่าในขวดใหม่

พลันที่รัฐบาลประกาศรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน จำนวน 120 คน ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทันทีทำนองว่าล้วนเป็น “เด็กในคาถา” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯบ้าง เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่บ้าง

เป็นแม่น้ำ 5 สายเกิดใหม่บ้าง เป็นกลุ่มเก่าภายใต้กลุ่มอำนาจ คสช.ที่เคยเป็น สปท.และ สนช.คืนชีพ

ทั้งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างนายทหาร อดีตนายทหาร อดีตข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจในแวดวงเดียวกัน

พอเริ่มต้นรู้สึกไม่ศรัทธากันแล้ว ความเชื่อถือมันจึงไม่ค่อยดีนัก

เรื่องนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ประสานติดต่อกับบุคคลต่างๆที่เชิญเข้ามาเป็นกรรมการ บอกว่าการที่หน้าตาออกมาอย่างนี้ก็เพราะมีขีดจำกัดในการดึง “คนดี” เข้ามาเป็นกรรมการ

นั่นคงเป็นมาตรวัดของรัฐบาลที่หาเหตุผลมาโต้แย้งได้ยาก

แต่ต้องไม่ลืมว่าจำนวนคณะกรรมการที่ประกาศไปแล้วนั้น สามารถแต่งตั้งเพิ่มเติมไป จึงน่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเชิญบุคคลที่เหมาะสม คนหนุ่มคนสาวเข้ามาร่วมได้อีก

อย่างน้อยก็ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ลดลง และทำให้เห็นว่ารัฐบาลรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อวิจารณ์ต่างๆ

ซึ่งประโยชน์ที่จะได้โดยตรงก็คือรัฐบาล และทำให้คณะกรรมการปฏิรูปฯได้รับความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับมากขึ้น

และทำให้เกิดความรู้สึกว่าได้มีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะรู้กันดีว่าการปฏิรูปประเทศนั้น มีความสำคัญระดับต้นๆของประเทศ

แม้ว่าคงไม่เสร็จในเวลารวดเร็ว แต่หากมีการวางกรอบการปฏิรูปให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมและมีความเป็นไปได้

ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง

ขั้นตอนต่อไปก็คือการปฏิบัติให้เกิดความเป็นจริง โดยเฉพาะระบบราชการที่จะต้องตอบสนองให้การยอมรับแล้วนำไปปฏิบัติ

เช่นกันรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องนำไปปฏิบัติเพื่อเป็นการสานต่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง

เพราะแม้แต่การเปลี่ยนตัวบุคคลในคณะกรรมการปฏิรูปก็เป็นเรื่องยาก เพราะในทางปฏิบัติมีเงื่อนไขกำหนดเอาไว้ว่าต้องตาย ลาออก หรือบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หย่อนความสามารถ

แม้ตามกฎหมายดังกล่าวจะเปิดช่องให้ก็ตาม และอยู่ได้ถึง 5 ปี

ว่าที่จริงแล้วในคณะกรรมการชุดต่างๆนั้น บางคณะดูเหมือนจะมีบุคคลที่เหมาะสมและน่าจะทำให้การปฏิรูปประสบผลสำเร็จได้

แต่บางคณะก็เป็นบุคคลที่เคยอยู่ในตำแหน่ง สปท.และ สปช.ที่ยังขาดความน่าเชื่อถือว่าจะทำให้สำเร็จได้

การได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่ถือว่าให้โอกาสแก้ตัว

ด้วยความคาดหวังสูง หรือเป็นเกมการเมืองเพื่อโจมตี คสช. หรืออะไรก็แล้วแต่ ย่อมทำให้คณะกรรมการทุกคนหงุดหงิดใจกันบ้าง โดยเฉพาะคนที่มีความจริงใจและมีความสามารถ

ก็ด้วยเหตุอย่างนี้แหละ...ที่ทุกคนจะต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำอย่างเต็มที่ เพื่อสานความหวังของประชาชนให้ได้

ทำให้ “นักการเมือง” ทั้งหลายได้อายกันบ้าง!?!

“สายล่อฟ้า”