วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตายยกครัว 5 ศพ! พ่อค้าน้ำมะพร้าวควบกระบะเสยท้าย 18 ล้อ คาดหลับใน (คลิป)

พ่อค้าน้ำมะพร้าวควบกระบะเสยท้ายพ่วง 18 ล้อ บนถนนสุราษฎร์-ตะกั่วป่า สังเวยชีวิตครอบครัว 5 ศพ เหตุเกิดขณะขับรถกลับบ้าน หลังเดินทางไปเยี่ยมบุตรสาวอีกคนที่นอนป่วยใน รพ.สุราษฎร์ธานี คาดหลับใน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 21 ส.ค. ร.ต.อ.อนิรุตร์ พลรักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุรถชนบนถนนสุราษฎร์-ตะกั่วป่า ในพื้นที่หมู่ 7 ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย จึงประสานหน่วยกู้ภัยกู้ชีพ มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี เข้าให้การช่วยเหลือ และรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นทางตรง ฝั่งมุ่งหน้า จ.ภูเก็ต พบรถยนต์กระบะแบบตอนครึ่ง ยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บห 9757 สุราษฎร์ธานี สภาพชนอัดติดอยู่กับท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ หมายเลขทะเบียนป้ายหน้า 70-0867 ภูเก็ต ป้ายทะเบียนพ่วงหลัง 70-1103 ภูเก็ต ภายในมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ 3 ราย คือ 1.นายสุราษฎร์ ภิรมณ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวน้ำหอม สภาพศพมีแผลเปิดบริเวณใบหน้า บอบช้ำภายใน 2.นางบุญเรือง ภิรมณ์ อายุ 48 ปี ภรรยา สภาพศพขาขวาผิดรูป มีแผลฉกรรจ์บริเวณใบหน้า และนายสุทธิวัตร ภิรมณ์ อายุ 28 ปี บุตรชาย

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2 รายคือ นางอรวรรณ เรืองงาม อายุ 26 ปี ลูกสะใภ้ และ ด.ช.รัชชานนท์ ภิรมณ์ อายุ 6 ปี หลานชาย เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือนำส่งที่โรงพยาบาลบ้านตาขุน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนที่เกิดเหตุมีนายคะนอง พาไทสงค์ อายุ 45 ปี เป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง รอพบเจ้าหน้าที่ในอาการตกใจ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ซึ่งมีนายคะนอง เป็นคนขับ บรรทุกวัสดุก่อสร้างไปส่งที่ จ.ภูเก็ต ส่วนรถยนต์กระบะ มีนายสุราษฎร์เป็นคนขับ พาครอบครัวกลับจากไปเยี่ยมบุตรสาวที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าไปบ้านพักที่ อ.บ้านตาขุน โดยใช้ช่องจราจรเดียวกัน โดยคนขับรถบรรทุกพ่วงใช้ความเร็วประมาณ 70 กม./ชม. จนมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรง

ปรากฏว่ารถยนต์กระบะได้พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ ไม่พบร่องรอยการห้ามล้อ จึงคาดว่าคนขับรถกระบะอาจหลับใน หรือรถเสียการทรงตัวกะทันหัน ซึ่งจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.