วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนจับมือมาเลย์ ทำแลนด์บริดจ์ตัดหน้าไทย

ห้องประชุม ครม. สัญจร

การประชุม ครม. สัญจร ที่โคราชวันนี้ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคมนาคม เปิดเผยว่า จะเสนอ ครม. ให้อนุมัติ ร่างสัญญาฉบับที่ 2.1 จ้างจีนออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ–โคราช มูลค่า 1,706 ล้านบาท ส่วน ร่างสัญญาฉบับที่ 2.2 จ้างจีนเป็นที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง มูลค่า 3,500 ล้านบาท จะให้เสร็จในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ลงนามในช่วงที่ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางไปประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ที่เมืองเซี่ยเหมิน วันนี้ 4–5 กันยายนนี้

แต่วงเงินก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราช ยังอยู่ที่ 179,413 ล้านบาท

ผมเคยบอกว่า จะไม่เขียนวิจารณ์โครงการนี้อีก ตั้งแต่มีการใช้ ม.44 สั่งเดินหน้าโครงการ แต่ที่นำมาพูดถึงในวันนี้ ก็เพื่อเชื่อมโยงกับเรื่องที่ผมจะเขียนถึงในวันนี้ คือ โครงการ อีสต์ โคสท์ เรลลิ้งค์ (ECER) รถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย (วิ่งด้วยความเร็ว 200 กม. ต่อชั่วโมง) ระยะทาง 688 กม. เพื่อเชื่อม ท่าเรือน้ำลึกกลัง ทางตอนเหนือของ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ใน ช่องแคบมะละกา กับ ท่าเรือน้ำลึกกวนตัน ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่อยู่ ใต้อ่าวไทย ออกไปสู่ ทะเลจีนใต้

รถไฟความเร็วสูงสายนี้ยังวกขึ้นเหนือไปเชื่อมกับ รัฐกลันตัน ที่อยู่ทางใต้ของไทย

โครงการนี้ใช้เงินลงทุน 55,000 ล้านริงกิต คูณด้วย 7.74 บาทต่อ 1 ริงกิต ก็ตก ประมาณ 425,700 ล้านบาท เป็นเงินกู้จากจีน 85% ราว 361,845 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3.25 ระยะเวลากู้ 20 ปี เริ่มชำระเงินกู้หลังเปิดให้บริการแล้ว 7 ปี เงินลงทุนที่เหลืออีก 15% ราว 63,855 ล้านบาท รัฐบาลมาเลเซียจะออกเป็นพันธบัตรอิสลาม

โครงการนี้ใช้เวลา ทำโครงการรวดเร็วมาก ไม่แพ้ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน เริ่มต้นโครงการเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายนาจิบ ราซัค นายกฯมาเลเซีย และ หวัง หย่ง มุขมนตรีแห่งจีน ที่เคยมาเจรจาเรื่องรถไฟความเร็วสูงกับไทย ก็จับมือกันตอกเสาเข็มกันเป็นที่เรียบร้อย จะเสร็จในปี 2030 อีก 13 ปีข้างหน้า ท่ามกลางเสียงค้านของฝ่ายค้านในมาเลเซียว่า ไม่คุ้มค่าการลงทุน

แต่ นายกฯมาเลเซีย ก็ยืนยันว่าคุ้มค่า รถไฟความเร็วสูงสายนี้จะขนผู้โดยสารได้ปีละ 5.4 ล้านคน ขนสินค้าได้ปีละ 53 ล้านตัน เพื่อเป็น “แลนด์บริดจ์” เชื่อม ทะเลอันดามัน กับ ทะเลจีนใต้ โดยไม่ต้องผ่าน ช่องแคบมะละกา ของ สิงคโปร์ แต่นักวิเคราะห์บอกว่าสินค้า 53 ล้านตันต่อปี ไม่ถึง 10% ของปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรือสิงคโปร์ด้วยซ้ำ

ที่น่าสนใจก็คือ นายกฯราจิบ อนุมัติให้ China Communication Construction Company (CCCC) รัฐวิสาหกิจของจีน เป็นผู้ออกแบบและก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ โดยไม่ต้องประมูล เหมือนกับ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน เปี๊ยบเลย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ รัฐวิสาหกิจจีนแห่งนี้เคยถูก ธนาคารโลก WorldBank ขึ้น “บัญชีดำ” ห้ามเข้าประมูลงานของโครงการที่ธนาคารโลกปล่อยกู้ตั้งแต่ปี 2009

โครงการรถไฟความเร็วสูงมาเลเซียกับไทย ยังกะลอกแบบมาจากสำนักเดียวกัน

แต่ประเด็นที่ผมอยากให้เห็นในวันนี้ก็คือ “แลนด์บริดจ์” หรือ “สะพานบก” ของมาเลเซียสายนี้ ซึ่งจะเชื่อม ทะเลอันดามัน ในฝั่ง มหาสมุทรอินเดีย กับ ทะเลจีนใต้ ในฝั่ง มหาสมุทรแปซิฟิก เป็นการ “ตัดหน้าไทย” โครงการนี้ไทยคิดมานานแล้ว ตั้งแต่ “คอคอดกระ” ไปจนถึง “แลนด์บริดจ์ใต้” มาจนถึงยุคนี้มี East West Corridor 2 เส้นทาง คือ เส้นบน แม่สอด–มุกดาหาร เส้นกลาง กาญจนบุรี– กรุงเทพฯ–ระยอง

มีเพียงเส้นทาง กาญจนบุรี–กรุงเทพฯ–ระยอง เท่านั้นที่มีความคืบหน้าไปบ้าง

ถ้ามาเลเซียสร้าง “แลนด์บริดจ์” เสร็จ การส่งออกภาคใต้ของไทย ก็คงต้องไปพึ่งมาเลเซีย เหมือนกับที่เรา พึ่งท่าเรือปีนังในวันนี้ โอกาสที่ “แลนด์บริดจ์ไทย” ระหว่าง สุราษฎร์ กับ กระบี่ พังงา เพื่อ เชื่อม 2 มหาสมุทรเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็น เส้นทางการค้าที่สำคัญของโลก ที่ไทยคิดกันมาไม่รู้กี่สิบปี จะเกิดขึ้นในอนาคต คงจะเป็นไปได้ยากยิ่ง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”