วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตยที่ไร้โกง

เกียรติ สิทธีอมร

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ต้องถือว่าเป็นวันแห่งนานาเวที และหลากหลายทรรศนะ เพราะมีการเปิดเผยผลการสำรวจของโพลหลายสำนัก และยังมีการจัดเสวนาที่เรียกว่าเวทีโต๊ะกลมสาธารณะ เรื่อง “บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?” ได้ทั้งข้อมูลและความคิดเห็นใหม่ๆที่น่าสนใจ และได้ประเด็นสำหรับการแสดงความคิดเห็นต่อไป

เริ่มต้นด้วยกรุงเทพโพล ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับผลงาน 3 ปี ของรัฐบาล คสช. พบว่าคะแนนลดลงทุกด้าน ทั้งด้านความมั่นคงของประเทศ การบังคับใช้กฎหมาย ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต การต่างประเทศและเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับคะแนนพึงพอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ลดลงทั้งด้านความเด็ดขาดและการสร้างสรรค์ผลงาน

มีการเปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้านของสวนดุสิตโพล และผลของซุปเปอร์โพล ส่วนในเวทีโต๊ะกลมสาธารณะ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ขณะนี้คนไทย 80% ไม่มีกำลังซื้อ ภาคอุตสาหกรรมมีกำลังผลิตมากเกินไป แต่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น การลงทุนตกต่ำ

ในเวทีเดียวกัน นายเกียรติ สิทธีอมร จากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ปัญหาใหญ่สุดของไทยคือการลงทุนที่ถดถอย ดอกเบี้ยเงินฝากแค่ 0.5 บาทต่อปี แต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูงถึง 7.5 บาท ทั้งที่ผู้กู้ส่วนใหญ่ 80% เป็นคนจน ยังมีการทุจริตโกงกินมโหฬารถึง 1.8 แสนล้านบาทต่อปี และฟันธงว่าถ้าไม่มีรัฐประหารปี 2557 เศรษฐกิจไทยจะโตเพิ่มขึ้นอีกถึง 2.5%

ยังมีข้อมูลและความคิดเห็นอีกมากที่ได้จากผลการสำรวจของสำนักโพลและจากเวทีเสวนา รัฐบาลรับฟังแล้วควรนำไปพินิจพิจารณาให้ดี ถ้าเห็นว่าเป็นความจริงและเป็นประโยชน์ ควรนำไปปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้าเห็นว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ก็อาจชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ ผลการสอบถามของซุปเปอร์โพล ยังพบประเด็นสำคัญที่น่าอภิปรายกันต่อ

นั่นก็คือ การถามกลุ่มตัวอย่าง เกี่ยวกับเงื่อนไขของการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับประชาธิปไตย พบข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจหลายประการ เช่น มีคนส่วนน้อย 13.1% เห็นว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเป็นประชาธิปไตย ขอแต่เพียงไม่ให้มีการโกงกิน และ 4.4% ขอให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย และมีการโกงกิน ภาวะเศรษฐกิจของประเทศจึงจะดี

แต่เรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่และเป็นข่าวดีคือ คนส่วนใหญ่ 60.70% ไม่ยอมรับรัฐบาลที่โกงกินแล้วแบ่งปันประชาชน ต่างจากเมื่อหลายปีก่อนที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ข่าวดีอีกอย่างคือคน 67.2% ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ไม่มีการโกงกิน จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องจับมือกัน และเดินหน้าสู่เป้าหมายเดียวกัน คือประชาธิปไตยที่ไร้คอร์รัปชัน.