วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูป, ปฏิวัติ, ปฏิสังขรณ์ “3 คำ” ที่คนไทยบางคนเบื่อ

โดย ซูม

ผมเขียนถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน รวม 11 ชุด ของรัฐบาล เพื่อจะตอบคำถามว่า ทำไมผู้คนจึงร้อง “ยี้” มากกว่าส่งเสียง “เฮ” ไปเมื่อวานนี้

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งของการร้องยี้ ก็มาจากคำว่า “ปฏิรูป” นั้นเอง เพราะเป็นคำที่ใช้กันอย่างเฝือและเฟ้อในการแก้ปัญหาหลักของชาติบ้านเมืองในหลายๆเรื่อง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักเรื่องเดียว

เขียนส่งต้นฉบับไปเรียงพิมพ์แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า เคยมีจดหมายอารมณ์ขันจากแฟนท่านหนึ่งเขียนถึงผม เมื่อตอนที่เรามี คสช.กันหมาดๆ และมีการประกาศว่า จะมีการปฏิรูปประเทศไทย

ท่านผู้อ่านท่านนี้ไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำว่า “ปฏิรูป” ด้วยเหตุผลคล้ายๆกับที่ผมเขียนถึงเมื่อวานนี้ และยังมีความเห็นเพิ่มเติมไปถึงคำว่า “ปฏิวัติ” และ “ปฏิสังขรณ์” ด้วย บอกว่าเป็นคำอีก 2 คำที่ท่านไม่ค่อยอยากได้ยินเช่นเดียวกัน

ผมไม่กล้าลงจดหมายฉบับนี้ เพราะอยู่ระหว่างหน้าสิ่วหน้าขวาน เพิ่งมีการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจกันหยกๆ ขืนลงไป หาก คสช.ท่านไม่ขันด้วย เดี๋ยวจะเดือดร้อนทั้งโรงพิมพ์

มาถึงบัดนี้เวลาผ่านไป 3 ปีเศษแล้ว และเราก็กำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ผมขออนุญาตนำจดหมายมาลงสู่กันอ่านเลยนะครับ โดยตกแต่งตัดทอนบ้าง เพื่อให้จบในคอลัมน์ในวันเดียว...ขอเชิญอ่านได้เลยครับ

เรียน คุณซูม ที่นับถือ

ผมมีคำไม่ชอบอยู่ 3 คำ และคิดว่าคนไทยอีกหลายๆคนก็คงจะไม่ชอบเหมือนผมนี่แหละ ได้แก่คำว่า “ปฏิรูป” “ปฏิวัติ” และ “ปฏิสังขรณ์” น่ะครับ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

คำแรก “ปฏิรูป”แม้จะเป็นคำที่มีความหมายดีมาก แต่ทุกครั้งที่มีการใช้คำนี้กับเรื่องใดๆก็ตาม ย่อมแสดงว่า เรื่องนั้นจะต้องมีปัญหาอย่างรุนแรงเกิดขึ้น จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไข หรือ “ปฏิรูป” ให้มันดีขึ้น ซึ่งถ้าแก้ไขสำเร็จหรือปฏิรูปสำเร็จ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแก่ประเทศชาติและสังคมไทย แต่ทุกเรื่องที่มีการปฏิรูปในประเทศเราไม่เคยมีเรื่องไหนสำเร็จ และยิ่งปฏิรูปยิ่งมีปัญหา ไม่เชื่อคุณซูมลองนึกดูว่า มีปฏิรูปเรื่องไหนสำเร็จบ้าง ทำให้ผมรู้สึกเบื่อๆคำนี้

คำที่ 2 “ปฏิวัติ” เป็นคำที่ผมไม่ชอบเช่นกัน และไม่อยากได้ยินคำนี้เลย แต่ก็มักจะหนีไม่พ้น--ปฏิวัติ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง การหมุนกลับ, การผันแปรเปลี่ยนหลักมูล การเปลี่ยนแปลงระบบ ฯลฯ ฟังๆดูก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจ บางอย่างถือว่าดีด้วยซ้ำ เช่นการ “ปฏิวัติอุตสาหกรรม” ถือเป็นคำที่ดีมาก เพราะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมอย่างใหญ่หลวงเป็นประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติทั่วโลก

แต่พอมาใช้ในทางการเมืองมักจะมีความรุนแรงทำให้บาดเจ็บล้มตายหรือมีการสู้รบใช้กำลังเกิดการล้มล้างเกิดการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้คำนี้เป็นคำแสลงใจที่คนรักประชาธิปไตยไม่อยากได้ยินเป็นที่สุด

“ปฏิ” สุดท้ายที่ผมไม่ชอบก็คือ “ปฏิสังขรณ์” น่ะครับ ทั้งๆที่คำนี้แปลว่า ทำให้กลับคืนดีเหมือนเดิม แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้กับการปรับปรุงวัดวาอารามต่างๆ ซึ่งนี่แหละที่ทำให้ผมไม่ค่อยชอบ เพราะวัดจำนวนมากยุคนี้ชอบปฏิสังขรณ์กันอยู่เรื่อย เดี๋ยวอุโบสถ เดี๋ยวศาลาการเปรียญ เดี๋ยวพระเจดีย์ เดี๋ยวกำแพงวัด ฯลฯ ปฏิสังขรณ์ทีไรก็เรี่ยไรที่นั้น ผมบ้านอยู่ใกล้วัดเลยโดนเรี่ยไรบ่อยจะให้ผมชอบได้ยังไงล่ะครับ

สรุปแล้วคำว่า “ปฏิ” ที่ผมชอบมีอยู่คำเดียวคือ “ปฏิโลม” ที่มักใช้คู่กับคำว่า “โอ้โลม” ที่เราได้ยินบ่อยๆว่า “โอ้โลม ปฏิโลม”

แค่ได้ยินคำนี้ ขนาดเราแก่แล้ว (ผมก็อายุรุ่นเดียวกับคุณซูมนั่นแหละ) โอ้โลมปฏิโลมใครไม่ไหวแล้ว ยังรู้สึกมีความสุขเลยครับ

“ลี้ กิมห่วง”

“ซูม” หมายเหตุ เห็นด้วยกับคุณ “ลี้ กิมห่วง” ทั้ง 4 “ปฏิ” เลยครับ โดยเฉพาะปฏิที่ 4 คือ “โอ้โลม ปฏิโลม” ที่อาจารย์ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต อธิบายไว้ยาว แต่มีความหมายประการหนึ่งว่า “การสัมผัสทางกายอาจลูบๆคลำๆกันบ้าง” นั้น ผมเห็นด้วยที่สุดเลยครับว่า คนรุ่นเราแม้จะไม่ไหวแล้ว...แต่พอคิดถึง หรือนึกถึงเมื่อครั้งยังไหว จะมีความสุขขึ้นมาทันที สุขกว่านึกถึง ปฏิรูป, ปฏิวัติ และ ปฏิสังขรณ์ เยอะเลยล่ะ.

“ซูม”