วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปู' เดินสายทำบุญ! ศรีวราห์ขู่ บังคับใช้กม.100%

พท.แฉอีกระบายข้าวไม่โปร่งใส โพลระบุคนกังวลหลังวันตัดสิน ปชป.ซัดรบ.สอบตกแจงคดีข้าว


“ปู” เดินสายทำบุญที่ปทุมฯ โค้งสุดท้ายก่อนฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว กำลังใจยังเพียบ พท.แฉอีก บริษัทที่ราชบุรีส่อพิรุธระบายข้าว จวก พณ.เซ็นขายไปได้ยังไง “เสี่ยตือ” เตือนทุกฝ่ายตั้งสติ “ศรีวราห์” ลั่นยึดแผนกรกฎบังคับใช้ ก.ม.เต็มร้อย เผยสันติบาลรายงาน 10 จว. ไม่พบความเคลื่อนไหว “ไก่อู” แนะกองเชียร์อย่าเอาแต่อารมณ์ “องอาจ” จี้ผู้มีอำนาจจริงใจปฏิรูป “สาธิต” สวดใช้แต่คนหน้าเดิมวนไปเวียนมา “วิษณุ” แย้มตั้งเพิ่มปฏิรูปด้าน ศก.-สังคม โคราชเตรียมกำลัง ตร.กว่าพันนายรับ ครม.สัญจร

เข้าสู่โค้งสุดท้ายใกล้ถึงวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและพวก ท่ามกลางการเฝ้าระวังสถานการณ์จากฝ่ายความมั่นคงในระดับเข้มข้น แต่ความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ ล่าสุดยังเดินสายทำบุญต่อเนื่อง

“ปู” เดินสายทำบุญขอพรพระ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปวัดมะขาม จ.ปทุมธานี เพื่อทำบุญถวายสังฆทานแด่พระปลัดบุญปลูก เจ้าอาวาสวัดมะขาม และลอยเทียน จากนั้นได้เดินไปที่ท่าน้ำวัด เพื่อปล่อยปลาและให้อาหารปลา และไหว้ศาลเซียนแปะเพื่อขอพร ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นั่งเรือต่อไปยังวัดชินวรารามวรวิหาร เพื่อกราบพระมงคลวโรปการ ท่านเจ้าคุณชำนาญ อุตฺมปญฺโญ เจ้าอาสวัดชินวรารามวรวิหาร โดยพระมงคลวโรปการได้มอบ “พระชัย” ให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความหมายว่าขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีชัยชนะ ทั้งนี้ตลอดการเดินทางมีประชาชนที่มาทำบุญในวันหยุดจำนวนมากเข้ามาสวมกอดและจับมือให้กำลังใจ บางคนถึงกับน้ำตาไหลขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีกำลังใจที่ดีและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้

“วัฒนา” กร้าวใส่พวกไร้ศักดิ์ศรี

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ไร้สิ้นซึ่งศักดิ์ศรี” วันที่ 21 ส.ค.นี้ จะไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกรวม 3 คดี ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการขอประกันตัว เพราะผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้แสดงความคิดเห็น พฤติกรรมที่เกิดขึ้นแสดงว่า คสช. กำลังใช้กฎหมายเล่นงานฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ ผู้บริหารระดับสูงบางคนสนใจแต่ความก้าวหน้าของตนเอง เอาองค์กรไปตอบสนองผู้มีอำนาจ คนพวกนี้ขี้ขลาดไร้ค่า กล้าใช้อำนาจเฉพาะกับประชาชนมือเปล่า แต่ไม่กล้ากับคนมีสีมีอำนาจหรือพวกเดียวกัน ตนจะไปพบพนักงานสอบสวนเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ที่สำคัญคือนักการเมืองที่มาจากประชาชนตรวจสอบได้เสมอ เช่น อดีตนายกฯหญิงที่ถูกผู้มีอำนาจกลั่นแกล้งสารพัด แต่ยอมรับการตรวจสอบ กล้าเดินขึ้นศาลอย่างสง่างาม และรอฟังคำพิพากษาอย่างสงบเยือกเย็น ภาพที่เห็นคือท่านพาลูกไปรับประทานอาหารและทำบุญ ส่วนชายชาติทหารกลับขี้ขลาดนิรโทษกรรมตัวเอง หนีการตรวจสอบ แถมร้อนรุ่มขนาดใช้อำนาจข่มขู่ประชาชนมือเปล่า เพราะกลัวมาให้กำลังใจท่าน

พท.แฉอีกส่อพิรุธระบายข้าว

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการระบายข้าว แถลงว่า ล่าสุดตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวอีก 1 แห่ง คือ บริษัท วี.ซี.เอฟ. กรุ๊ป จำกัด ที่อยู่ 28 หมู่ที่ 5 ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้ซื้อข้าวทั้งสิ้น 757,293.61 ตัน จากคลังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มีเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ คือ มีการนำข้าวจาก 24 จังหวัดมาเก็บและผลิตเป็นอาหารสัตว์ในโรงงานแห่งนี้ที่เดียว โดยโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตวันละ 350 ตันต่อวัน ต้องใช้เวลาในการผลิตถึง 25 ปีคงเป็นไปไม่ได้ เพราะข้าวคงเน่าเสีย ขึ้นรา และตามสัญญาซื้อขายผู้ซื้อไม่สามารถนำข้าวไปขายต่อให้โรงงานอาหารสัตว์อื่น หรือโรงงานในเครือข่ายได้ เพราะไม่ใช่คู่สัญญากับผู้ขายคือรัฐบาล ถ้าผู้ซื้อทำผิดสัญญาต้องจ่ายค่าปรับร้อยละ 25 และถูกดำเนินคดี

จวก พณ.เซ็นขายไปได้ยังไง

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า จึงมีคำถามว่ากระทรวงพาณิชย์เซ็นสัญญาขายข้าวให้กับโรงงาน วี.ซี.เอฟ. กรุ๊ป ไปได้อย่างไรมากมายขนาดนี้ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าโรงงานนี้ไม่สามารถผลิตได้ และตามที่อยู่ในสัญญายังมีลักษณะเป็นบ้านพักอาศัย กระทรวงพาณิชย์จะกล้าอ้างอีกหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เห็นชอบให้ทำแบบนี้ นอกจากนี้ มาตรการต่างๆที่กรมการค้าต่างประเทศชี้แจง ทั้งมาตรการที่เข้มงวดในการขนย้ายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง การติดตั้งกล้องซีซีทีวีควบคุมที่โรงงานผู้ซื้อ เคยตรวจสอบบ้างหรือไม่ ถ้าไม่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐอาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ปชป.ให้ รบ.สอบตกแจงคดีข้าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายรอฟังและเคารพอำนาจตุลาการ ยอมรับคำพิพากษา เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ แต่มองว่ารัฐบาลสอบตกในการอธิบายความจริงให้สังคมรับทราบ คดีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาล คสช. แต่ปล่อยให้มีการบิดเบือนว่าคดีนี้เกิดในรัฐบาล คสช. ส่วนกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้รื้อคดีสลายชุมนุม นปช.ปี 2553 นั้น เป็นการหวังผลทางการเมือง ป.ป.ช.เคยยกคำร้องไปแล้ว ถือว่าคดีสิ้นสุด แล้ว ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาซ้ำอีก อยากให้นายณัฐวุฒิไปปรึกษาทีมกฎหมายของพรรค เพราะพยานหลักฐานใหม่ที่กล่าวอ้างไม่มีเหตุผลเพียงพอ

“เสี่ยตือ” เตือนทุกฝ่ายตั้งสติ

ขณะที่นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “สติ ก้อนอิฐ หรือช่อดอกไม้” ยิ่งใกล้ถึงวันที่ 25 ส.ค.เท่าไร ทุกคนกังวลกับเหตุการณ์วันตัดสินชี้ชะตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและพวก ในคดีจำนำข้าว ไม่มีใครตอบได้ว่าผลการตัดสินของศาลฎีกาฯ จะเป็นเช่นไร ทั้งหมดอยู่ในดุลพินิจของศาล ศาลคงให้ความเป็นธรรม ตัดสินด้วยความยุติธรรม ทุกฝ่ายต้องยอมรับ เพราะนี่คือกติกาบ้านเมือง ส่วนจะถูกใจหรือไม่เป็นอีกประเด็น ทุกคนรักประเทศเหมือนกัน ได้แต่ภาวนาพระสยามเทวาธิราช ขอได้โปรดดลบันดาลให้ทุกฝ่ายมีสติ จะเลือกหยิบก้อนอิฐขว้างใส่กัน หรือหยิบดอกไม้ยื่นแล้วยิ้มให้กัน ถ้าทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ตั้งใจมาให้กำลังใจ กับฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง ต่างมีสติยึดมั่นในกติกาบ้านเมือง ทำหน้าที่ตนเอง ไม่มองฝ่ายตรงข้ามคือศัตรู เชื่อว่าประเทศไทยจะก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยดี

“ศรีวราห์” ลั่นบังคับใช้ ก.ม.เต็มที่

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการเตรียมพร้อมรับมือวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. ว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งให้ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ยึดแผนกรกฎบังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะมีผู้มาให้กำลังใจมากกว่าครั้งที่แล้ว ที่ประชุมสั่งห้ามสกัดกั้นผู้ที่มาให้กำลังใจ แต่ต้องมาโดยถูกกฎหมาย ทางสันติบาลรายงานว่ามีความเคลื่อนไหวของบางกลุ่ม แต่เป็นกลุ่มเล็กราว 10-20 คน มีประมาณ 10 จังหวัดที่ไม่พบความเคลื่อนไหว

“ไก่อู” แนะกองเชียร์อย่าเอามัน

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประชาชนจะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวทางที่ชัดเจน เราไม่ได้ไปทำอะไรผู้ที่จะมาให้กำลังใจ จะรักใครชอบใครไม่มีใครว่า เพียงแต่เป็นห่วงประชาชนที่จะเดินทางมาวันนั้น เพราะการตัดสินคดีเป็นกระบวนการยุติธรรมของศาล ถ้าไม่ยึดข้อกฎหมาย บ้านเมืองไปลำบาก ผิดถูกอย่างไรเป็นเรื่องของกระบวนการศาล ตัดสินมาแล้วก็อาจมีทั้งคนสมหวังและไม่สมหวัง ไม่ว่าคำตัดสินจะเป็นอย่างไร ไม่อยากให้ประชาชนเอาอารมณ์มาตัดสิน

โพลชี้คนกังวลหลังวันตัดสิน

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็น เรื่องประชาชนคิดอย่างไรต่อคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและผลกระทบทางการเมือง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 54.2 มีความกังวลต่อคำตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ในหมู่ประชาชน มีร้อยละ 45.8 ที่ไม่กังวล ส่วนการเมืองไทยหลังการตัดสินคดีจำนำข้าว ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.3 ระบุว่าแย่เหมือนเดิม ส่วนร้อยละ 22.3 เห็นว่าจะดีขึ้น

“องอาจ” จี้ผู้มีอำนาจจริงใจปฏิรูป

วันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้านที่เพิ่งประกาศรายชื่อออกมา ว่า ถือว่ามีแรงกดดันตั้งแต่ต้น มีการวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคลมาก จนนายกฯยอมรับว่ามีหลายคนที่ทาบทามไปแต่ถูกปฏิเสธ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรแต่ประชาชนยังฝากความหวัง อยากเห็นผลงานปฏิรูปที่เป็นชิ้นเป็นอัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรกำหนดวิสัยทัศน์และหลักการปฏิรูปทุกด้านที่ชัดเจน ให้มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เช่นนั้นงานสะเปะสะปะ และผู้มีอำนาจควรเปิดให้ประชาชนมีความรู้สึกร่วม ควรมีความจริงใจนำข้อเสนอไปปฏิรูปให้เกิดผลจริง เพราะช่วงที่ผ่านมาแทบไม่มีอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม ถ้าผู้มีอำนาจมีความตั้งใจปฏิรูปจริง เชื่อว่าน่าจะทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติตามที่ทุกฝ่ายคาดหวังได้

สวดใช้แต่คนหน้าเดิมเสียเวลา

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะมีขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องใช้บทเรียนจากการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ที่ถูกท้วงติงว่าใช้แต่คนหน้าเดิมซ้ำไปวนมา ไม่มีเจตนาปฏิรูปจริง รายชื่อเหมือนดูดี แต่หลายคนเป็นนักอนุรักษนิยมไม่เหมาะสมกับเรื่องปฏิรูป ที่ต้องใช้คนมีหัวก้าวหน้าให้ตรงกับงาน รายชื่อที่จะตั้งต้องเหมาะสมตามชื่อกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติจริง ไม่ใช่ตั้งคนของตนเองมาอีกเพื่อจะสั่งซ้ายหันขวาหันได้ แบบนั้นอาจสูญเปล่า คุณสมบัติสำคัญต้องเชี่ยวชาญไม่ใช่แค่ด้านเดียว แต่ต้องรู้เท่าทันบริบทเทคโนโลยี ความเคลื่อนไหวของโลกว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว แต่ถ้าตั้งคนหน้าเดิมอีกไม่รู้จะพูดอย่างไร อาจเสียเวลา

“ยะใส” เร่ง คสช.ปั้นผลงาน

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า กระบวนการปฏิรูปมีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญปี 2560 และส่วนที่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและแม่น้ำ 5 สาย ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านการขับเคลื่อนการปฏิรูปจากแม่น้ำ 5 สาย ไปอยู่ในมือของคณะกรรมการชุดต่างๆ ทำให้เกิดสภาวะรอยต่อของกระบวนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง คสช.และแม่น้ำทั้ง 4 สายต้องมีความชัดเจนในเป้าหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่ในมือคณะกรรมการชุดต่างๆทั้งหมด เพราะ คสช.เข้ามาด้วยเจตนาปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ต้องทำให้เป็นรูปธรรม การปฏิรูปบางเรื่องทำได้เลยในรัฐบาลนี้ ไม่ต้องรอรัฐธรรรมนูญหรือรอกฎหมายลูก ที่น่าห่วงกว่าคือช่วงรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง ไม่มี ใครคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การปฏิรูปจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ แม้จะมีกลไกกำกับไว้ในกฎหมาย หรือในรัฐธรรมนูญก็ตาม

เผย “บิ๊กตู่” ทูลเกล้าฯ แล้ว 2 ฉบับ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. นำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปแล้ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ยังไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เนื่องจากยังมีปัญหาด้านการพิมพ์เล็กน้อย ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่ส่งมาที่รัฐบาล แต่กระบวนการจัดทำกฎหมายลูกของ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และ สนช. ไม่ถือว่าล่าช้า

แย้มตั้งเพิ่มปฏิรูปด้าน ศก.-สังคม

นายวิษณุยังกล่าวถึงการแต่งตั้งกรรมการปฏิรูป ประเทศ 11 ด้าน ที่ยังเหลือโควตา ว่า ไม่ทราบว่า ผบ.เหล่าทัพที่จะเกษียณอายุราชการ จะได้รับแต่งตั้งเข้ามาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกฯ ส่วนตัวไม่คิดว่าจะแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพเข้ามาอีก ถ้าจะตั้งจริงตั้งได้เลยไม่ต้องรอเกษียณ อีกทั้ง ผบ.เหล่าทัพ ต่างเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติโดยตำแหน่ง เจตนาการแต่งตั้งเพิ่มเติมคือเมื่อกรรมการที่มีอยู่คิดว่าไม่สามารถทำงานได้ ส่วนบุคคลจากองค์กรอิสระที่ไม่สามารถควบเป็นกรรมการปฏิรูปได้ มีหลายคนที่อยากได้มาทำงาน อาจต้องรอไปก่อน แต่มีความเป็นไปได้ที่จะแต่งตั้งเพิ่มเติมคณะกรรมการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ และสังคม คาดว่าจะเรียกประชุมประธานคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ได้ในวันที่ 30 ส.ค.

ปัดไม่ได้มีไว้สกัดประชานิยม

เมื่อถามว่าผลพลอยได้จากการตั้งคณะกรรมการปฏิรูป คือยับยั้งรัฐบาลเสียงข้างมากทำนโยบายประชานิยมใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่จริง ไม่มีความตั้งใจเช่นนั้น นโยบายประชานิยมรัฐธรรมนูญยับยั้งไว้แล้ว และยังมีร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่จะเข้าสู่ สนช. ระบุว่าโครงการที่เข้าข่ายประชานิยม ต้องบอกแหล่งรายได้ที่จะใช้ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.พรรค การเมือง ยังกำหนดว่าช่วงหาเสียงหากประกาศว่าจะทำอะไร ถ้าเป็นเรื่องใหม่ต้องบอกว่าใช้งบฯจากที่ใด เช่น นโยบายให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ถ้าจะมีการขึ้นภาษี แต่ไม่บอกประชาชน ตรงนี้ไม่ได้

เชื่อคนไทยตื่นตัวต้านคอร์รัปชัน

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ประธานอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นประชาชนที่ผ่านมา มองความเสื่อมโทรมของสังคมไทยจากปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เห็นตรงกันว่าถึงเวลาต้องสร้างความตื่นตัว และเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม จึงปรากฏอยู่ในสัญญาประชาคมว่าทุกคนต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ในการดำเนินชีวิต มีความซื่อสัตย์ ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ รวมทั้งร่วมกันตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตในทุกระดับ สร้างสังคมที่เข้มแข็งปราศจากคอร์รัปชัน มีแนวปฏิบัติขจัดการทุจริตฉ้อฉล และอำนาจนอกระบบเด็ดขาด ทุกภาคส่วนของสังคม ต้องไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ จากผลสำรวจทัศนคติล่าสุด พบว่าประชาชนตื่นตัวเข้าใจปัญหาคอร์รัปชันมากขึ้น ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับโดยเด็ดขาดกับรัฐบาลที่ทุจริตคอร์รัปชัน

กรธ.คงกติกาเข้มเลือกตั้ง ส.ส.

อีกเรื่องนายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะรองประธานอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า หลักการเดิมที่กำหนดไว้จะไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งระบบต่างเขตต่างเบอร์ การแบ่งเขตและบทลงโทษ สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดถึงกำหนดหลักการไว้เช่นนั้น และเรามองว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อเสนอเข้าที่ประชุม กรธ.แล้ว ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนด้วย หากใครมีข้อเสนอที่ดีกว่าสามารถเสนอมาให้ กรธ.ได้เราพร้อมรับฟัง ทั้งนี้คาดว่าการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนโดยอาจจะเป็นร่าง พ.ร.บ.ฉบับสุดท้ายที่ กรธ.จะพิจารณา เพราะเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับอื่นอีกหลายฉบับ

ปธ.กสม.เรียกถกปมเซ็ตซีโร่

นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า วันที่ 22 ส.ค.นี้ จะนำมติ สนช.ที่ให้เซ็ตซีโร่ กสม. เข้าที่ประชุม เพื่อหารือว่ามีความคิดเห็นอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ กสม. มีเรื่องใดที่เป็นปัญหาต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ หากที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นควรให้เสนอความเห็นกลับไปยัง สนช. เพื่อเข้าสู่กระบวนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ตนก็พร้อมทำหน้าที่ตรงส่วนนี้ ไม่มีความกดดัน ใดๆทั้งสิ้น

แจกเอกสารสิทธิช่วง ครม.สัญจร

ส่วนการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. ที่ จ.นครราชสีมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีกำหนดการสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พบปะประชาชน และมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดินตามนโยบายรัฐบาล ณ ศาลาอเนกประสงค์ สวนสาธารณะเทศบาล อ.เมืองนครราชสีมา จากนั้นจะพบหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และไปตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารจัดการน้ำ ของ จ.นครราชสีมา ที่อ่างเก็บน้ำบึงกระโตน อ.ประทาย รวมทั้งไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ

ครม.ปูพรมลุยโครงการรัฐ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า สำหรับรองนายกฯและรัฐมนตรี จะกระจายลงพื้นที่หลายจังหวัด อาทิ จ.นครพนม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะรวบรวมผลการลงพื้นที่รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 ส.ค.ต่อไป การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีจะเน้นติดตามความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพกองทุนหมู่บ้าน การพัฒนาศักยภาพแรงงาน โครงการมอเตอร์เวย์ อินเตอร์เน็ตประชารัฐ การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ มีจุดเน้นที่การพิจารณาแผนงานโครงการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น แผนโครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงภูมิภาคช่วง กทม.-หนองคาย และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา เป็นต้น

โคราชคึกคักรอรับ ครม.สัญจร

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สวนสาธารณะเทศบาลตำบลหัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา พล.อ.จีระศักดิ์ ชมประสพ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.3 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและคณะ ที่จะเดินทางไปพบประชาชนชาวโคราช ในวันที่ 21 ส.ค. ระหว่างประชุม ครม.สัญจรวันที่ 21-22 ส.ค.นี้ โดยเจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮมาปรับเกลี่ยสภาพพื้นดิน และกำจัดวัชพืชที่อยู่ภายในสระน้ำ พร้อมทั้งปูพื้นหญ้า และตัดแต่งต้นไม้ให้สวยงาม รวมทั้งจัดตั้งเวที และเตรียมเก้าอี้ไว้กว่า 1,000 ตัว สำหรับให้ประชาชนที่จะเดินทางมารอต้อนรับนายกฯด้วย พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวว่า เตรียมตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 1,000 นาย กระจายดูแลทุกจุดที่นายกฯและคณะไปทำกิจกรรม พร้อมเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชนต่างๆ ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ

ชพน.ขอต่อยอดแผนพัฒนาอีสาน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า การประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.นครราชสีมา เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะมีโอกาสติดตามความคืบหน้าโครงการการพัฒนาสำคัญตามนโยบายรัฐบาล และรับทราบปัญหาประชาชนในพื้นที่ อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองด้วยงบประมาณไม่ต่ำกว่า 400,000 ล้านบาท ถือเป็นการกระจายความเจริญครั้งใหญ่ เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจภาคอีสานสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน และลุ่มน้ำโขง ขอฝากข้อคิดเห็นถึงรัฐบาลว่า ถ้ามีการวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจของภาคอีสานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องแบบอีสานโรดแม็ป เพื่อต่อยอดความเจริญด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากโครงการพื้นฐานดังกล่าวที่รัฐบาลเริ่มต้นไว้แล้ว เชื่อมั่นได้ว่าจะแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชาวอีสานได้

ส่อง 3 ปี รัฐบาล “ลุงตู่” แต้มเริ่มตก

ขณะที่นิด้าโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “3 ปี ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” พบว่าร้อยละ 30.16 มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ดีมาก ร้อยละ 48.72 ระบุว่าค่อนข้างดี ร้อยละ 12.16 ระบุว่าไม่ค่อยดี และร้อยละ 5.20 ระบุว่าไม่ดีเลย เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่ามีสัดส่วนความพึงพอใจลดลง ขณะที่สัดส่วนไม่พึงพอใจมีเพิ่มขึ้น สำหรับความเห็นต่อการทำงานด้านต่างๆของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเห็นว่ามีอุดมการณ์ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน กล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมือง ด้านบุคลิกภาพผู้นำ พบว่าส่วนใหญ่เห็นว่ามีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร และประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาประเทศ การทำงานมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยทุกด้านมีสัดส่วนความพึงพอใจลดลง ส่วนความประทับใจในการทำงานของรัฐมนตรี 5 อันดับ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รองลงมา คือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมฯ

หนุนปลดล็อกกระท่อมให้ชาวใต้

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนภาคใต้จำนวนมาก ขอให้ช่วยบอกไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ปลดล็อกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด หรือผ่อนปรนให้ประชาชนภาคใต้สามารถใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ใช้ใบกระท่อมเป็นยาสมุนไพรได้ โดยเห็นด้วยกับคณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมาย ในการควบคุมเมทแอมเฟตามีน ที่มี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน เสนอให้กัญชง (เฮมพ์) เป็นพืชส่งเสริมทางเศรษฐกิจ จึงสมควรผ่อนปรนให้ประชาชนใช้พืชกระท่อมเป็นยาสมุนไพรได้ อย่างอินโดนีเซียใบกระท่อมถือเป็นพืชส่งออก ตนจะเสนอกรรมการบริหารพรรคให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราะประชาชนชาวภาคใต้ต้องการ