วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดระเบียบ 'ป่าทับลาน' ให้คนอยู่ในป่าอนุรักษ์ได้นำร่อง เสิงสาง-ครบุรี

(แฟ้มภาพ)

จัดระเบียบ "ป่าทับลาน" ให้คนอยู่ในป่าอนุรักษ์ได้ นำร่อง "เสิงสาง-ครบุรี" จ.นครราชสีมา นับหมื่นไร่ ก่อนขยายผลแก้รุกป่าอุทยานฯ ทั่วประเทศอีก 2,700 ชุมชน 5.9 ล้านไร่ 'บิ๊กเต่า' ระบุ มีกฎหมายอุทยานฉบับใหม่รองรับ ให้ทำกินในป่าอนุรักษ์ได้  

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 60 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายณัฐพล รัตนพันธ์ ผอ.ส่วนกิจการทางทะเล กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา และปราจีนบุรี

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวกับประชาชนว่า มาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และเป็นผืนป่ามรดกโลก มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ระหว่างหน่วยงานของรัฐ กับหน่วยงานของรัฐด้วยกัน และหน่วยงานของรัฐกับราษฎร ดังนั้นจึงให้แก้ปัญหาเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก กลุ่มพื้นที่จัดที่ดินทำกินตามโครงการของรัฐ ท้องที่ อ.เสิงสาง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เนื้อที่ประมาณ 67,876 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำกิน และอยู่อาศัยของราษฎรตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 30 มิถุนายน 2541 ตามโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ (คจก.) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในป่าอนุรักษ์ คือ อุทยานแห่งชาติทับลาน

กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มพื้นที่ทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดิน ท้องที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี และ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ 58,582 ไร่

กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีการบุกรุก และมีการเปลี่ยนมือให้กลุ่มนายทุนเข้ามาครอบครอง เพื่อสร้างรีสอร์ต หรือบ้านพักตากอากาศ ในท้องที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เนื้อที่ประมาณ 152,076 ไร่

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ และ ทส.จะแก้ปัญหาการถือครองที่ดิน ให้กับกลุ่มที่มีพื้นที่จัดที่ดินทำกินตามโครงการของรัฐก่อนคือ ในท้องที่ อ.เสิงสาง อ.ครบุรี และ อ.นาดี ก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีราษฎรอยู่อาศัยมาก่อนที่ทางราชการจะประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่ที่ทางราชการ ได้เคยจัดเป็นที่ทำกิน และอยู่อาศัยให้ราษฎร ตามโครงการ คจก. โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง (พมพ.) โครงการช่วยเหลือราษฎรให้มีสิทธิ์ทำกิน (สทก.) โครงการพัฒนาป่าเสิงสาง-ครบุรี ที่ปัจจุบันยังคงมีสภาพเป็นพื้นที่ทำกิน และอยู่อาศัยโดยราษฎรที่อยู่มาแต่ดั้งเดิม และอยู่ตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541

ขณะนี้ กรมอุทยานได้สำรวจการถือครอง พบว่า ต.สระตะเคียน มีราษฎร 1,616 ราย 2,447 แปลง เนื้อที่ 21,531 ไร่ 55 ตารางวา ต.โนนสมบูรณ์ ราษฎร 790 ราย 1,195 แปลง เนื้อที่ 8,166 ไร่ 2 งานเศษ และ ต.บ้านราษฎร์ ราษฎร 149 ราย 217 แปลง เนื้อที่ 2,096 ไร่ เศษ รวมทั้งสิ้น 2,555 ราย 3,895 แปลง เนื้อที่ 31,775 ไร่ 2 งาน 65 ตารางวา โดยการสำรวจทั้งหมด จะเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

ทั้งนี้ ราษฎรกลุ่มที่สามารถอยู่ในพื้นที่เดิมในป่าอนุรักษ์ได้ โดยจะมีกฎหมาย อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ที่ผ่าน ครม.แล้ว และกำลังเข้าสู่การพิจารณาในสภา รองรับ เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือป่าอุทยานการจะดำเนินการใดๆ จะต้องมีกฎหมายรองรับ อย่างไรก็ตาม ถ้า พ.ร.บ.อุทยาน ไม่ผ่านการพิจารณาของสภา รัฐบาลก็จะมีการแก้ไขปัญหาก๊อก 2 อาจจะมีการเพิกถอนพื้นที่ ประมาณ 6.7 หมื่นไร่ ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ และทำการจัดสรรให้ราษฎรต่อไป เพื่อแก้ปัญหาส่วนพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐกับรัฐ เช่น กรมอุทยานฯ กับ สปก.และพื้นที่ที่มีการบุกรุก และเปลี่ยนมือให้กลุ่มนายทุนก็จะมีการแก้ไขเป็นลำดับไป

นายธัญญา กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน มีนายเฉลิมชัย เป็นประธานอำนวยการ เพื่อสำรวจข้อมูลพื้นที่ ลักษณะการถือครอง ครอบครอง และสร้างความเข้าใจแก่ชุมชน ผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจตามแนวทางแก้ปัญหาตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 โดยจัดเจ้าหน้าที่แบ่งเป็น 48 ชุด ชุดละ 8 คน ทำการสำรวจ คาดว่าจะได้รายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน 15,000 แปลง เนื้อที่กว่า 1 แสนไร่ ใน อ.เสิงสาง และครบุรี ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดิน ในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ประมาณ 2,700 ชุมชน พื้นที่กว่า 5.9 ล้านไร่ ในป่าอนุรักษ์