วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กต.ย้ำไทยร่วมมือทางการโสมขาวปราบค้ามนุษย์-คุ้มครอง นทท.ไทยเที่ยวเกาหลี

กระทรวงการต่างประเทศ แจงความร่วมมือ กับทางการเกาหลีใต้ ในการป้องกันและคัดกรอง เพื่อป้องกันการหลอกหญิงไทยมาค้าประเวณี ค้ามนุษย์ ลักลอบทำงาน และคุ้มครองนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไปเที่ยวโดยสุจริต...

จากกรณี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะที่กำกับดูแลศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และคดียาเสพติด หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ รักษาการ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ แถลงกุม นายคิม ฮยอง จุน (Mr.Kim Hyoung Joon) สัญชาติเกาหลี อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา คดีหลอกลวงหญิงไทยบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 20 ส.ค. 2560 น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยถึงคดีดังกล่าวว่า กรณีดีเอสไอจับกุมขบวนการหลอกสาวไทย มาค้าบริการที่เกาหลีใต้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ขอชี้แจงรายละเอียดดังนี้ คณะทีมงานของดีเอสไอ เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 18-23 ก.ค. 60 เพื่อร่วมหารือกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อหาข้อมูลและหลักฐาน ซึ่งต่อมานำมาสู่การจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ในรูปแบบของการหลอกหญิงไทยมาค้าบริการตามที่ปรากฏเป็นข่าว

"จากการประชุมหารือด้านการกงสุลไทย-เกาหลี ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 60 ณ สโมสรราชพฤกษ์ โดยมี อธิบดีกรมการกงสุล เป็น หัวหน้าคณะผู้แทนไทยและ นาย Kim Wanjoong อธิบดีกรมกิจการชาวเกาหลีโพ้นทะเลและการกงสุล เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสาธารณรัฐเกาหลี ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการขบวนการหลอกหญิงไทยมาค้าประเวณีเป็นอย่างมาก โดยตกลงที่จะมีความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมที่จะจัดตั้งกลไกการหารือระดับคณะทำงาน Working Group ระหว่างหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองไทย–กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ ในระดับผู้ปฏิบัติเพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและการคัดกรองคนเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อหามาตราการคุ้มครองผู้เดินชาวไทยที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวในเกาหลีใต้โดยสุจริต รวมถึงจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดการกับขบวนการนายหน้าของทั้งสองประเทศ ในการหลอกลวงคนไทยว่าสามารถจัดหางานให้ทำในเกาหลีใต้ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการหลอกหญิงไทยมาค้าประเวณีในประเทศเกาหลีใต้ด้วย"

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวต่อว่า ไทย และเกาหลีใต้มีความร่วมมือระหว่างกันอย่างดียิ่งในเรื่องการคุ้มครองดูแลคนชาติของแต่ละฝ่าย โดยที่ผ่านมาสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้ให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาอาชีวะไทย จำนวน 8 ราย ที่ถูกหลอกมาทำงานในฟาร์มเกษตร และหญิงไทยจำนวน 5 ราย ที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อค้าประเวณี โดยได้ลอบส่งจดหมายเพื่อของความช่วยเหลือออกจากสถานที่ค้าประเวณี โดยล่าสุดฝ่ายเกาหลีใต้ได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอัยการสูงสุดเกาหลีใต้ตกลงส่งฟ้องศาลทั้ง 2 คดี ในวันที่ 17 ก.ค. และวันที่ 20 มิ.ย. ตามลำดับด้วย

"จากสถิตของปี 2560 มีคนไทยพำนักอยู่ที่เกาหลีใต้มากกว่า 100,000 คน โดยเป็นผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายสูงถึงเกือบ 6 หมื่นคน ซึ่งถือเป็นจำนวนชาวต่างชาติอันดับหนึ่งที่อยู่พำนักในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยได้พยายามประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แรงงานไทยที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในประเทศเกาหลีใต้ ต้องเข้าระบบการจัดหางาน EPS อย่างถูกต้อง โดยต้องมีการสอบทักษะความพร้อมในการทำงาน ภาษา และสอบสัมภาษณ์ เพื่อจะสามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย และมีสวัสดิการประกันสังคม และการรักษาพยาบาลได้ ตลอดสัญญาการทำงานด้วย โดยสรุปคือ ในเชิงรุก เราหารือและร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ในส่วนของฝ่ายไทย และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องของเกาหลีใต้" น.ส.บุษฎี กล่าว.