วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอ้หื่นปีนห้องสาวจับมัดหวังข่มขืน ผู้หญิงอ้างเป็นกะเทยแปลงเพศจึงรอด

ตำรวจรวบไอ้หื่นปีนตึกร้านค้า จับลูกจ้างสาวมัดหวังข่มขืน อ้างแอบหลงรักมานาน แต่ฝ่ายหญิงพยายามอ้อนวอน โกหกว่าเป็นผู้ชายแปลงเพศจึงรอดมาได้

วันที่ 20 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ได้เข้าจับกุม นายอภิชาติ หรือโก๋ ไชยช้อน อายุ 38 ปี ในข้อหาชิงทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน กระทำอนาจาร พยายามข่มขืน ขณะผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของเพื่อนใน ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 5 เสื้อผ้าที่ใส่ขณะก่อเหตุ ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 06.30 น. ที่ผ่านมา น.ส.หน่อย (นามสมมติ) อายุ 37 ปี พนักงานร้านค้าแห่งหนึ่ง ให้การว่า ตนเองได้นอนอยู่บนชั้น 2 คนเดียว แต่ไม่ได้ปิดประตูระเบียงด้านหลังและประตูห้องนอน จนกระทั่งเวลา 04.00 น. มีคนร้ายเป็นชายใช้ผ้าปิดหน้า ปีนตึกเข้ามามัดมือมัดเท้า ถอดกางเกงพยายามจะข่มขืน แต่ตนได้พูดจาหว่านล้อม อ้อนวอน จนคนร้ายเปลี่ยนใจ กระทั่งเช้าจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือจนคนร้ายได้หลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือของตน ซึ่งตนสงสัยว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนงานก่อสร้างใกล้ร้าน

จากการสอบสวน นายอภิชาติ ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานก่อสร้างอาคารใกล้กับที่เกิดเหตุ และพักอาศัยอยู่ในอาคารก่อสร้างได้ 2 เดือน ซึ่งตนและเพื่อนคนงานมักจะเดินไปซื้อของที่ร้านค้าที่ น.ส.หน่อย ทำงานประจำทุกวัน ประกอบกับ น.ส.หน่อย เป็นคนหน้าตาดี พูดดี มีอัธยาศัยไมตรี และยังโสด ทำให้ตนแอบชอบ อยากจะจีบเป็นแฟน แต่ด้วยความที่ตนเป็นพ่อม่ายหย่าร้างกับภรรยามาได้ 2 ปี จึงไม่กล้าจีบ เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่เล่นด้วย จึงได้แค่แอบมองเท่านั้น

นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า คืนเกิดเหตุ ตนได้เบิกเงินจากผู้รับเหมา 200 บาท นำไปซื้อเหล้าขาวมานั่งดื่มกับเพื่อนในอาคาร และสังเกตเห็นว่าประตูระเบียงด้านหลังร้านค้าเปิดอยู่ เห็นว่าโอกาสเหมาะ จึงใช้ผ้าพันปิดหน้า ก่อนจะปีนตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าร้าน เหยียบกันสาดขึ้นไปบนระเบียงชั้น 2 เพื่อเข้าห้องนอน น.ส.หน่อย ที่นอนอยู่คนเดียว

ก่อนจะใช้มือปิดปากไม่ให้ร้อง โดยขู่จะฆ่าหากส่งเสียงดัง และใช้สายยางที่หยิบมาจากในร้านมัดมือและเท้า ก่อนพยายามจะข่มขืน แม้ น.ส.หน่อย ได้พูดจาขอร้อง อ้อนวอน พยายามขัดขืน ตนก็ไม่สนใจจะข่มขืนให้ได้ แต่พอเห็นจวนตัว

น.ส.หน่อยจึงได้บอกว่า หากจะข่มขืนจริง ให้ตนไปหาถุงยางอนามัยมาสวมก่อน เพราะกลัวติดโรค ตนไม่อยากออกไปหาถุงยาง อีกทั้งตนแอบชอบ น.ส.หน่อยอยู่แล้ว จึงยังไม่ข่มขืน

จนกระทั่งรุ่งเช้า น.ส.หน่อย ได้โกหกว่า แท้จริงเป็นผู้ชายแต่แปลงเพศแล้ว ทำให้ตนหมดอารมณ์และได้หยิบเอาโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายมาด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าที่อาคารก่อสร้างใส่กระเป๋าหลบหนี และนำเสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุไปทิ้งหลังอาคารก่อสร้าง และไปขออาศัยหลบซ่อนตัวที่บ้านเพื่อน แต่มาถูกตำรวจจับกุมก่อน.