วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจงแล้ว! กรมป่าไม้ เผยไม่พบเอกชนทำสวนปาล์มรุกที่ป่าสงวนฯ กระบี่

อธิบดีกรมป่าไม้ เร่งแจงชาวบ้าน ไม่พบเอกชนทำสวนปาล์มน้ำมันรุกที่เพิ่มจากการอนุญาตในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมจับมือทุกภาคส่วนเฝ้าระวังการรุกป่า

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.60 นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวชี้แจงถึงกรณีการนำเสนอข่าวที่ชาวบ้านกลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่ได้ปิดทางเข้า-ออก สวนปาล์มน้ำมัน ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ หลังจากตรวจสอบพบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าย่านยาว ป่าเขาวง และเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม กว่า 7,000 ไร่ เป็นเวลามานานกว่า 20 ปี ทั้งที่บริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตสัมปทานพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน จำนวน 8,500 ไร่ แต่ครอบครองพื้นที่รวม 15,962 ไร่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการใดๆ ว่า บริษัทไดังกล่าวได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าย่านยาว ป่าเขาวง และป่ากระซุม อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 8,250 ไร่ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.36 ระยะเวลา 30 ปี ต่อมาในปี 2540 ได้มีการปรับเขตการปกครองใหม่ จึงทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ในเขตของ จ.กระบี่

นายชลธิศ กล่าวต่อว่า ด้านนายอาคม นะวานิตย์ ตัวแทนราษฎรผู้เดือดร้อนได้มีหนังสือลงวันที่ 18 ธ.ค.59 ขอให้กรมป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่ที่บริษัทขอใช้ประโยชน์ว่ามีการดำเนินการที่ผิดเงื่อนไขการขออนุญาตหรือไม่ ซึ่งทางกรมป่าไม้มีหนังสือที่ ทส 1602.3/2352-5 ลงวันที่ 6 ก.พ.60 แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนายอาคม เพื่อร่วมตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวแล้วปรากฏว่า "ไม่พบการบุกรุกพื้นที่เพิ่มจากที่ได้รับอนุญาตแต่อย่างใด"

ส่วนพื้นที่นอกเหนือจากการอนุญาตตามข่าวที่อ้างว่ามีการบุกรุกจำนวน 7,712 ไร่ นั้น ประกอบด้วยพื้นที่ที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ แต่ยังคงมีสภาพเป็นป่าและไม่พบการบุกรุก จำนวน 1,312 ไร่ พื้นที่มีเอกสารสิทธิ 2,820 ไร่ และพื้นที่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานอื่น แบ่งเป็นพื้นที่นิคมสหกรณ์อ่าวลึก 2,500 ไร่ และพื้นที่ ส.ป.ก. 1,080 ไร่ สำหรับบริเวณที่ชาวบ้านกลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่ได้ปิดทางเข้า-ออก สวนปาล์มน้ำมันของบริษัทฯ นั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของนิคมสหกรณ์

"ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะประสานงานกับนิคมสหกรณ์ ส.ป.ก. อำเภอปลายพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ รวมทั้งจะดำเนินการเฝ้าระวังมิให้มีการบุกรุกเพิ่มจากพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากส่วนราชการ" อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว.