วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โครงการผันน้ำเขื่อนสตึงนัม

โดย หมัดเหล็ก

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน

การจัดหาแหล่งน้ำดิบที่มีความมั่นคงให้กับ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้แบ่งเป็นโครงการหลักและโครงการรอง 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ โครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำของเขื่อนสตึงนัม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ประเทศกัมพูชา โดยจะผันน้ำดิบจำนวน 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในระยะเวลา 50 ปี ผ่านอุโมงค์ส่งน้ำและระบบท่อส่งน้ำเป็นระยะทาง 160 กิโลเมตร ไปยัง อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ใช้เป็นแหล่งน้ำดิบที่มีความมั่นคงและแน่นอนสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ด้วยปริมาณน้ำจำนวนมากเพียงพอที่จะบรรเทาความแห้งแล้งในภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ในฤดูแล้งและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในอีอีซีอีกด้วย

สำหรับโครงการรอง ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ถือว่าเป็นผลพลอยได้จากการ สร้างอ่างเก็บน้ำและเขื่อนสตึงนัม สามารถที่จะติดตั้งเครื่องปั่นไฟขนาด 24 เมกะวัตต์ ท้ายเขื่อนในพื้นที่ประเทศกัมพูชา โดยพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับ กฟผ. ภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง กพช. ได้อนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้าโครงการสตึงนัมเรียบร้อยแล้วภายใต้กฎระเบียบและขั้นตอนของ กฟผ.ทุกประการ

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้มอบให้บริษัท EGAT International ที่เป็นบริษัทลูกของ กฟผ. ถือหุ้นร้อยละ 50 และฝ่ายกัมพูชาถือหุ้นที่ร้อยละ 50 เท่ากัน สรุปผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากโครงการนี้ คือ เราจะได้น้ำจาก เขื่อนสตึงนัม โดยต่อท่อตรงจากเขื่อนมาใช้อย่างไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 50 ปี ได้ไฟฟ้ามาใช้งานโดยมีการซื้อขายผ่านบริษัทลูกอีกเป็นระยะเวลา 50 ปี

เรื่องนี้ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายว่า วัตถุประสงค์หลักคือการนำน้ำมาใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ส่วนพลังงานไฟฟ้าที่ได้จาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นความสำคัญระดับรอง เพราะพื้นที่ตะวันออกมีกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 1 หมื่นเมกะวัตต์อยู่แล้ว

ทั้งนี้ มติที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้อนุมติในหลักการ อัตราค่าไฟฟ้า จะต้องไม่เกิน 10 บาทต่อหน่วย เป็นหน้าที่ของ กฟผ.ที่จะเจรจาต่อไป ต้องยอมรับว่าอัตราค่าไฟฟ้าค่อนข้างสูง แต่เนื่องจากมีกำลังการผลิตแค่ 24 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของประเทศไทยที่ 37,612 เมกะวัตต์ จึง ไม่มีผลกระทบต่อการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าจากประชาชน แน่นอน

ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้คือ ทำไมจึงต้องซื้อไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวในอัตราที่แพง และคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่เพราะต้องลงทุนทั้งสายและท่อเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าโครงการหลักคือความต้องการน้ำจากเขื่อนสตึงนัมมาใช้ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) โดยที่ทางการกัมพูชาไม่คิดค่าน้ำแม้แต่บาทเดียว ผลประโยชน์ที่ได้รับจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) จึงมีความคุ้มค่ากว่าการซื้อไฟฟ้ามาใช้จำนวนเล็กน้อยที่เป็นโครงการรองเท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการนำความจริงมาพูดแค่ด้านเดียวหรือครึ่งเดียว จึงทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จะเพื่อวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th