วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพราะความเห็นต่าง

วิวาทะที่เกิดขึ้นจากที่กรมประชาสัมพันธ์ขอ “ความร่วมมือ” จากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ให้ติดตามภารกิจของรัฐมนตรีแต่ละคน ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดนครราชสีมาที่สมาคมวิชาชีพสื่อมองเป็น “การจัดระเบียบและแทรกแซงสื่อ” ของรัฐบาล ต้องไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้ง แต่เป็นภาพสะท้อนถึงความคิดเห็นต่าง ระหว่างรัฐกับสื่อ

รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ซึ่งเป็นโฆษกรัฐบาลด้วย อาจกระทำด้วยความเคยชิน เพราะในระยะแรกที่ คสช. เข้าสู่อำนาจ ได้ออกคำสั่งควบคุมสื่อมวลชนอย่างเข้มงวด เช่น ห้ามวิจารณ์ คสช. (แต่แก้ไขให้ลดความเข้มข้นในภายหลัง) ตามแนวทางอำนาจนิยม ที่ถือว่าสื่อมวลชนเป็นของรัฐ เป็นกระบอก เสียงรัฐบาล

การที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้โทรทัศน์แต่ละช่องติดตามภารกิจของรัฐมนตรีแต่ละคน โดยไม่ให้ซ้ำกัน สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่สื่อจะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้คำสั่ง และการควบคุมของรัฐบาล ภาครัฐมองเป็นความร่วมมือแต่สื่อมองเป็นการควบคุม

หลักการพื้นฐานที่ทุกฝ่ายจะต้องคำนึง ได้แก่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติว่าสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการเสนอข่าว หรือการแสดงความคิดเห็น ตามจริยธรรมแห่งอาชีพ ระบุด้วยว่าคลื่นความถี่ในกิจการวิทยุและโทรทัศน์ “เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ” มิใช่ของรัฐ จึงต้องใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นสื่อมวลชนก็มีเสรีภาพเช่นเดียวกับเอกชน

รัฐบาลนี้อาจมีความต้องการที่รุนแรง กล้าที่จะโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลงาน รวมทั้งนโยบายและโครงการต่างๆ และต้องการให้เน้นโฆษณาผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคน ทั้งๆที่ทำได้เป็นประจำอยู่แล้ว ในรายการตอนเย็นที่ออกอากาศทางทีวีทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ซึ่งเป็นรายการของนายกรัฐมนตรี และเป็นภาคบังคับของโทรทัศน์ทุกช่อง

ยิ่งกว่านั้น หน่วยงานของรัฐยังมีงบประมาณก้อนโตในการเผยแพร่นโยบายและผลงานของตน ผ่านทางสื่อต่างๆ แต่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า หน่วยงานของรัฐที่จ่ายเงินเพื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ ต้องเปิดเผยรายละเอียดต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามระยะเวลาที่กำหนด และประกาศให้ประชาชนทราบเพื่อ คตง.จะได้ตรวจสอบความถูกต้อง

น่าเสียดายที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 2560 ได้ตัดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ห้ามนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐ มิให้กระทำการใดๆที่เป็นการขัดขวาง หรือแทรกแซงการเสนอข่าวหรือความคิดเห็นของสื่อ ผู้ฝ่าฝืนถือว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีสิทธิโดนยื่นถอดถอน ไม่ทราบว่าทำไมจึงตัดออกไป จะเปิดช่องให้รัฐแทรกแซงสื่อหรือไม่?