วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

50 ปีอาเซียน เออีซียุค 4.0

หลายท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า “อาเซียน” และ “AEC” แล้วในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่รู้กันหรือไม่ว่าในปี 2560 นี้

...อาเซียนมีวาระครบรอบ 50 ปีแล้ว

นับตั้งแต่ได้ก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ASEAN ตามปฏิญญากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 ด้วยเหตุผลด้านเสถียรภาพของภูมิภาคในขณะนั้น และริเริ่มโดย 5 ประเทศ...จนกระทั่งมี 10 ประเทศสมาชิกในปัจจุบัน ขนาดประชากรกว่า 630 ล้านคน

กล่าวได้ว่า...อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา สังคม การเมือง มีความแตกต่างของระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่ก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จนก้าวเข้าสู่การเป็น ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ได้สำเร็จเมื่อ 31 ธันวาคม 2558

ที่สำคัญ...จะต้องไม่ลืมว่าประชาคมอาเซียนประกอบด้วย 3 ประชาคมหลัก คือ การเมืองและความมั่นคง (APSC) เศรษฐกิจ (AEC) สังคมและวัฒนธรรม (ASCC)

ฉายภาพด้านเศรษฐกิจก่อนก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC นั้น นับย้อนไปตั้งแต่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (AFTA) เมื่อปี 2535 เพื่อขยายการค้าโดยทยอยลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกัน ทำให้ปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าภายใต้อาเซียนส่วนใหญ่ลดเป็นศูนย์แล้ว

นอกจากนี้ อาเซียนยังมีเป้าหมายที่ครอบคลุม อาทิ การยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งพัฒนาเป็นความตกลงด้านการค้าสินค้า การจัดทำความตกลงด้านการค้าบริการและการลงทุน ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปจัดตั้งธุรกิจหรือไปให้บริการในประเทศอาเซียนอื่นได้ง่ายขึ้น

ปี 2550-2558 อาเซียนขับเคลื่อนดำเนินงานภายใต้แผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ “AEC Blueprint 2015”...เป้าหมายเพื่อให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มั่นคง มั่งคั่ง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน ลดความยากจน รวมถึงความแตกต่างด้านสังคม...เศรษฐกิจ

มาตรการสำคัญที่ไทยและอาเซียนได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อาทิ การปรับประสานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม การจัดทำระบบการอำนวยความสะดวกทางการค้าต่างๆ เช่น ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว...ระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง ...ระบบสืบค้นอัตราภาษี...ระบบ ASSIST ที่ให้นักธุรกิจสามารถร้องเรียนปัญหาการค้าการลงทุนมายังหน่วยงานภาครัฐของอาเซียนทางเว็บไซต์

รวมถึงจัดทำคลังข้อมูลทางการค้าของไทยผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.thailandntr.com น่าสนใจว่า...มาตรการเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดการขยายตลาดการค้าสินค้า...บริการทั้งในอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับประเทศนอกภูมิภาค

ตอกย้ำความสัมพันธ์ “AEC”...ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ เสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศสมาชิก ส่งผลให้อาเซียนมีบทบาท ความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากขนาดเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา...โดยในปี 2558 อาเซียนมีมูลค่าการค้าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.3 ของจีดีพีโลก

ปัจจุบัน “อาเซียน” เป็นภูมิภาคที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 3 ของทวีปเอเชียรองจากจีน...ญี่ปุ่น และเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกรองจากจีน...อินเดีย ส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าการค้าของไทยกับอาเซียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15 ในปี 2536...ปีที่อาเซียนเริ่มลดภาษีเป็นร้อยละ 22.4 ในปี 2558

ประเทศไทยสามารถขยายการส่งออกสินค้าไทยในอาเซียนได้เพิ่มขึ้น ทำให้อาเซียนกลายเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา

แล้วก็มาถึงด้าน “การลงทุน”...ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าจากอาเซียนที่เข้ามายังไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า โดยมีมูลค่า 10,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2558 ในขณะที่ไทยออกไปลงทุนโดยตรงในอาเซียน 24,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ...คิดเป็นการขยายตัวเกือบ 30 เท่า

ในช่วง 3 ปีล่าสุด ปี 2556–2558…ไทยมีการลงทุนในกลุ่ม CLMV เพิ่มมากขึ้นด้วย

บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศบอกว่า 50 ปีอาเซียน หากจะกล่าวถึงรูปธรรมที่จับต้องได้ ก็จะเป็นโครงการต่างๆที่ทำไปแล้วตามบลูปรินต์ 2015 ไม่ได้เป็นในเชิงเศรษฐกิจ แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวก ในส่วนของความตกลง...บางเรื่องก็ยังมีที่คั่งค้างกันอยู่ ไม่ได้ให้สัตยาบันกันทุกประเทศ...แล้วบางฉบับก็อาจจะยังไม่มีผลใช้บังคับด้วยซ้ำไป...

“จริงๆนอกจากเอฟทีเอที่เปิดแล้วยังมีความร่วมมือต่างๆที่มากกว่าเอฟทีเอทั่วไป ซึ่งในแต่ละความร่วมมือเป็นรูปธรรมก็ไม่เชิง แต่ในแง่คนที่อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องแต่ละความร่วมมือจะรู้สึกชัดเจนทราบได้ เช่น เอสเอ็มอี ทรัพย์สินทางปัญญา กลุ่มผู้ประกอบการ เพียงแต่ประชาชนทั้งประเทศโดยรวมอาจจะไม่เห็นเป็นรูปธรรมในส่วนนี้”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขนาดเศรษฐกิจของอาเซียนจะเติบโตขึ้น อาเซียนตระหนักดีถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของโลกที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อาเซียนจำเป็นต้องมองออกไปข้างนอกกลุ่มและเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับเศรษฐกิจโลก เพื่อให้อาเซียนมีความเข้มแข็งมากขึ้นในการเป็นห่วงโซ่อุปทานของโลก และทำให้อาเซียนดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

อาเซียนจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งภายในภูมิภาค คู่ขนานไปกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเชื่อมโยงกับภายนอกอาเซียนอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านการจัดทำ ความตกลงการค้าเสรี (FTA) จำนวน 5 ฉบับ กับ 6 ประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

ประตูอาเซียนเปิดกว้าง...คนทั่วไปเหมือนใกล้กันขึ้น การไปมาหาสู่กันเปิดมากขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อตกลงให้คน แรงงานทั่วไปเข้ามาได้โดยอิสระ ยังเป็นกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศอยู่...เพียงเป็นกลไกปกติที่เกิดขึ้น

“ยุทธศาสตร์เราค่อนข้างไปในแนวทางเดียวกับอาเซียน เน้นเรื่องการค้าบริการมากขึ้น เรื่องสินค้าทำมานานแล้ว บางตัวเท่านั้นที่ยังอ่อนไหว แต่เน้นการค้าบริการมากขึ้น สาขาที่แต่ละประเทศอาจไปทบทวนเปิดมากขึ้น เป็นขั้นๆไป จริงๆกระทรวงฯก็ให้ความสำคัญกับอาเซียน ยุทธศาสตร์ประเทศก็ล้อกัน...ไทยแลนด์ 4.0”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมียุทธศาสตร์อยู่แล้วแต่เพิ่งหมดไป ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการระดมสมองกันอยู่ ยังไม่ได้ออกมาเป็นเอกสาร จุดเน้นยังคงเป็นเรื่องการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้า เจรจาเชิงรุก

เท่าที่ชัดเจนเลยที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการคือการเจรจาเปิดเสรีในกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) กรมฯเร่งเป็นหลักทั้งอาเซียน และไทยเองก็เน้นเฉพาะเรื่องนี้ในข้อตกลงหลายฉบับบางประเทศต้องการรีวิว...ให้ลึกซึ้งขึ้น แต่เรายังขอระงับไว้ก่อนเหมือนกับว่าในอนาคตทำแต่ละเรื่องชัดเจนมากขึ้นก่อน

ทำเรื่องที่คั่งค้างอยู่ให้สำเร็จก่อน มากกว่าจะไปเพิ่มเรื่องใหม่ๆข้อตกลงใหม่ๆเข้ามาอีก

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะมีคำถาม...จะรู้ได้ยังไงว่าสัมพันธ์อาเซียนหรือเออีซีดีขึ้น มองเพียงแค่การส่งออกค้าๆขายๆแนวชายแดนดีขึ้นแค่นั้นได้ไหม บุณยฤทธิ์ บอกว่า ต้องมองมากกว่านั้น อาเซียนไม่ได้เกี่ยวพันกันแค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ยังเกี่ยวโยงไปถึงเสาหลักการเมือง...ความมั่นคง สังคมและวัฒนธรรม แต่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงกัน...แต่ไม่ชัดเจนเท่าเรื่องเสาเศรษฐกิจ “การค้าชายแดนไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจากเออีซี แต่เกิดขึ้นระหว่างทวิภาคีมากกว่า แล้วก็เป็นนโยบายประเทศที่มุ่งไปให้สิทธิพิเศษตรงชายแดนระหว่างประเทศนั้นๆ”

อาเซียนมีความใกล้ชิดกับประเทศสำคัญๆและมหาอำนาจทุกขั้ว...คู่ขนานไปกับกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มประเทศ CLMV สร้างหุ้นส่วนเศรษฐกิจทางยุทธศาสตร์ ประสานจุดแข็ง...เกื้อกูลประโยชน์กัน

คาดหวังกันว่าเศรษฐกิจการค้าไทยคงจะเข้มแข็ง เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”.