วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบก.สระบุรี ตั้ง ‘ชุดสอบ’ ขยายผลคดี น้องพลอย

แม่น้องพลอยผวาภัย มืดหลังตามจี้คดีลากคอ คนช่วยผู้ต้องหาอุ้มฆ่า ลูกสาว ยันมีหลักฐานส่งมอบให้ตำรวจไปแล้ว ขณะเดียวกัน ร่างกายทรุดจนต้องไปนอนโรงพยาบาลให้หมอเติม น้ำเกลือ แต่ไม่ท้อยังต้องทำหน้าที่แม่ต่อไป ส่วนผู้การตำรวจสระบุรียันไม่หนักใจการทำคดีที่ฝ่ายผู้ต้องหามีพ่อเป็นนายทหาร เน้นให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

แม้ว่านายพลกฤต หรือเอส วิเศษ อายุ 29 ปี อดีตทหารยศ ส.อ.สังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาคดีฆ่าแล้วเผา น.ส.พลอยนรินทร์หรือพลอย ผลิผลอายุ 25 ปี ในป่าเขากะบุด ริมถนนสายแสลงพัน-แก่งคอย หมู่ 2 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ได้เข้ามอบตัวและให้การรับสารภาพว่าลงมือฆ่าน้องพลอยเพียงคนเดียว แต่ญาติไม่เชื่อว่านายพลกฤตลงมือคนเดียว เนื่องจากพฤติกรรมการลงมือไม่น่าเชื่อว่าลงมือคนเดียวได้อย่างน้อยต้อง 3 คนขึ้นไป ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย ได้ออกหมายเรียกพ่อและเมียของนายพลกฤตมาให้ปากคำแล้วนั้น

ต่อมาเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ส.ค. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่นางพัชรี ปั้นทอง แม่ของน้องพลอย เข้าร้องทุกข์กับตำรวจให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือนายพลกฤต หรือเอส วิเศษ ผู้ต้องหาอุ้มฆ่าน้องพลอยนั้น ในส่วนของ สภ.ท่าเรือ ได้นำพนักงานสอบสวนลงพื้นที่สอบปากคำพยานและหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง หากสอบสวนแล้วมีพยานหลักฐานสาวถึงใครต้องดำเนินคดีทั้งหมด “คดีนี้ประชาชนให้ความสนใจ ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งสอบพยานและรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็ว” พ.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

ขณะที่นางพัชรี ปั้นทอง แม่น้องพลอย เปิด เผยว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันไปหาหมอที่ รพ.ท่าเรือ เพื่อฉีดยาและให้น้ำเกลือเพราะร่างกายอ่อนเพลียมาก เนื่องจากที่ผ่านมาร่างกายพักผ่อนน้อยแต่ต้องตามคดีลูกต่อไป และในช่วงเย็นต้องไปวัดกลาง ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพน้องพลอย โดยวันนี้มีบริษัทซีพีเอฟ ผู้บริหารและเพื่อนๆพนักงานของน้องพลอยเป็นเจ้าภาพ ส่วนวันฌาปนกิจศพจะมีในเย็นวันที่ 21 ส.ค.นี้ มีนายวิทิต ปิ่นนิกร นอภ.ท่าเรือ เป็นประธาน “ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยๆ และรู้สึกกลัวจะมีคนมาทำร้ายหรือเราคิดไปเองไม่รู้ เพราะที่ผ่านมาตามจี้ติดให้ดำเนินคดีกับคนที่ช่วยเหลือผู้ต้องหา ส่วนพยานหลักฐานได้ให้ตำรวจไปหมดแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินคดีต่อไป” นางพัชรีกล่าว

ด้าน สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.อ.ชัยวุฒิ วิเศษ กับ น.ส.ชุติกาญน์ อุทัยอ่วม อายุ 27 ปี พ่อและเมียของนายพลกฤตมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ผลการสอบสวนไม่เป็นที่เปิดเผย ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานฝ่ายผู้ตายเช่นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จ.สระบุรี เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำพ่อและภรรยาของผู้ต้องหาไปแล้วรวมทั้งพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ขั้นตอนต่อไปต้องตั้งชุดสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีนี้ว่ามีผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำความผิดอีกหรือไม่ ที่ผ่านมาชุดสืบสวนได้ออกหาข่าวติดตามตลอดเวลาเช่นกัน

ผบก.ภ.จ.สระบุรี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายผู้เสียหายมีเบาะแสหรือพบว่ามีพยานที่รู้เห็นในการก่อคดีของนายพลกฤตให้มาพบพนักงานสอบสวนหรือตำรวจชุดทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรับแจ้งตลอดเวลาและจะปกปิดเป็นความลับ รวมทั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ผู้สื่อข่าวถามว่า พนักงานสอบสวนคดีนี้มีความหนักใจในการทำคดีหรือไม่ เนื่องจากฝ่ายผู้ต้องหามีพ่อเป็นนายทหาร พล.ต.ต.ชัยรัตน์ตอบว่า ไม่หนักใจเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามกรอบแนวทางของกฎหมาย ตามพยานแวดล้อมและตามหลักฐานที่ปรากฏ เมื่อคนผิดต้องว่ากันไปตามความผิด