วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยค้นหาศพ ผอ.อ้อย หมกในลาว

ชาวบ้านไปพบ ถูกฆ่ายัดถุงดำ ลักษณะผมยาว สามีรุดพิสูจน์!

พบแล้วศพต้องสงสัยเป็น “ผอ.อ้อย” ผอ.สาวที่หายตัวไปนานกว่าเดือนครึ่ง ถูกฆ่ายัดถุงดำหมกศพในป่าลึกฝั่ง สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ติดชายแดนไทยเขตอุทยานฯภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ชาวบ้านเข้าไปหาของป่าเจอถุงพลาสติกดำใบใหญ่มีกลิ่นเน่าเหม็นตลบอบอวล ด้วยความสงสัยเปิดปากถุงดูถึงกับผงะเจอศพผู้หญิงผมยาว รีบออกไปบอกผู้ใหญ่บ้านประสานเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยพาญาติเข้าไปตรวจสอบ แต่ ตชด.ลาวห้ามเจ้าหน้าที่ไทยข้ามพรมแดนเข้าไป เจรจาเครียดสุดท้ายอนุญาตให้สามีกับญาติและเจ้าหน้าที่ป่าไม้รวม 8 คนเข้าไปค้นหา ตามแนวป่าตะเข็บชายแดน แต่ยังไม่เจอจุดที่ทิ้งศพ

ตำรวจยังเดินหน้าคลี่คลายคดีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. หลังจากพบรถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ จอดทำสีที่อู่แห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ชุดสืบสวนได้ข้อมูลเชื่อมโยงถึง ร.อ.ศุภชัย ภาโส อายุ 29 ปี ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ โดนออกหมายเรียกมาแจ้ง 4 ข้อหา คือกักขังหน่วงเหนี่ยว ลักทรัพย์และรับของโจร ปลอมแปลงเอกสาร และนำเอกสารของผู้อื่นไป ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธก่อนได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่ตำรวจและญาติๆยังคงช่วยกันออกตามหาตัว ผอ.อ้อย มาอย่างต่อเนื่องนานหลายวันแล้ว

ความคืบหน้าการตามหา ผอ.สาวที่หายตัวไปเริ่มได้เค้าลางว่าอาจจะพบเป็นศพอยู่ในป่าชายแดนฝั่งลาว เมื่อช่วงสายวันที่ 19 ส.ค. พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ศรีไชย ผกก.สส.ภ.จ.ศรีสะเกษ นำกำลังฝ่ายสืบสวน ร่วมกับตำรวจกองปราบปราม ตชด. ทหาร ทหารพราน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พานายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ และญาติๆ เดินทางไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี หลังได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพผู้หญิงถูกฆ่ายัดใส่ถุงพลาสติกสีดำอยู่ในป่าฝั่ง สปป.ลาว บริเวณช่องนางอิง ติดชายแดนไทยเขตอุทยานฯภูจองนายอย

จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่พาสามีและญาติๆของ น.ส.จุฑาภรณ์ พร้อมคณะสื่อมวลชนรวมกว่า 40 คน นั่งรถ จยย.ขี่ตามกันเข้าป่าลึกไปอีก 20 กม. และเดินเท้าต่ออีก 3.5 กม. จนไปถึงบริเวณ “พลาญตอกเลข” เป็นลานหินกว้างติดชายแดน สปป.ลาว อยู่ใกล้จุดที่เรียกว่า “สามเหลี่ยมมรกต” เป็นชายแดนติดกันระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา เพื่อตรวจสอบศพปริศนาที่มีชาวบ้านพบว่าเป็น น.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไปหรือไม่

สอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า มีชาวบ้านฝั่งลาวที่เข้าไปหาของในป่าใกล้ชายแดนไทย พื้นที่เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก สปป.ลาว แล้วเจอถุงพลาสติกสีดำใบใหญ่มีกลิ่นเน่าเหม็นโชยคลุ้งตลบอบอวล ด้วยความสงสัยจึงเข้าไปเปิดปากถุงดูก็ต้องตกใจเมื่อพบศพผู้หญิงผมยาวอยู่ในถุง รีบออกไปบอกผู้ใหญ่บ้านสอบถามลูกบ้านไม่มีใครหายตัวไป ประกอบกับได้ข่าวว่าทางฝั่งไทยมีการตามหาหญิงสาวที่หายตัวไป ผู้ใหญ่บ้านฝั่งลาวจึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ฝั่งไทยที่รู้จักคุ้นเคยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้รีบประสานไปยังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหาร และตำรวจ พาญาติของ น.ส.จุฑาภรณ์ มาตรวจสอบ เนื่องจาก น.ส.จุฑาภรณ์ ก็ไว้ผมยาวคล้ายกับศพที่มีชาวบ้านพบในฝั่งลาว

เมื่อไปถึงบริเวณชายแดนในช่วงบ่าย มีฐานปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดน สปป.ลาว ตั้งอยู่ แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยว่าไม่อนุญาตให้ข้ามแดนเข้าไป เนื่องจากช่วงนี้ยังมีเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณสามเหลี่ยมมรกตระหว่าง สปป.ลาว กับกัมพูชา อาจเกิดปัญหาความเข้าใจผิดหากมีเจ้าหน้าที่ไทย โดยเฉพาะทหารหรือตำรวจที่แต่งเครื่องแบบและมีอาวุธข้ามพรมแดนเข้าไป เจ้าหน้าที่ป่าไม้ฝ่ายไทยอาศัยความคุ้นเคยเป็นการส่วนตัวพยายามเจรจาอยู่นานในที่สุดได้ข้อสรุปว่า ตชด.สปป.ลาว อนุญาตให้ฝ่ายไทยเข้าไปได้ 8 คน เป็นพลเรือน 6 คน ในจำนวนนั้นมีนายวิทยา เกษแก้ว สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ และญาติ รวมอยู่ด้วย ส่วนอีก 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของไทยที่มีความชำนาญในพื้นที่ โดย ตชด.สปป.ลาว จำกัดพื้นที่อนุญาตให้ค้นหาได้เฉพาะตามแนวป่าตะเข็บชายแดนเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ข้ามพรมแดนเข้าไป ส่วนที่เหลือก็เดินทางกลับออกมารออยู่ที่ทำการอุทยานฯภูจองนายอย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จุดที่ชาวบ้านฝั่งลาวพบศพผู้หญิงถูกฆ่ายัดถุงดำอยู่ในป่าลึกและเป็นช่องเขาสลับซับซ้อน อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่มีขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ยังไม่ทราบพิกัดที่แน่ชัดเนื่องจากหลังมีชาวบ้านพบศพแล้ววิ่งออกมาบอกผู้ใหญ่บ้านก็ยังไม่มีใครเข้าไปดูศพอีกเลย ต้องอาศัยผู้ชำนาญพื้นที่ป่าเป็นผู้นำทางเดินเท้าเข้าไปค้นหาตามคำบอกเล่า แต่เนื่องจากจุดที่พบศพอยู่ลึกเข้าไปในเขตพรมแดนฝั่งลาว คณะผู้ค้นหาทั้ง 8 คนทำได้เพียงเดินลัดเลาะตามแนวชายแดนตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงช่วงเย็น ฟ้าเริ่มมืดแล้วจึงยุติการค้นหารีบกลับออกมาก่อน และในวันรุ่งขึ้นจะให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สปป.ลาว อีกครั้ง เพื่อขออนุญาตให้ข้ามพรมแดนเข้าไปค้นหาศพ

มีรายงานด้วยว่า ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่พร้อมญาติและกลุ่มผู้สื่อข่าวเดินเท้าไปยังพลาญตอกเลข ระหว่างทางได้พบถุงมือยางสีฟ้า 3 คู่ ถูกเผาทิ้งอยู่ข้างทาง ห่างไปประมาณ 1 กม. ยังพบรองเท้ายางอีก 1 ข้าง ถูกเผาทิ้งอยู่ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป