วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวมธ.แฉเฟซ รุ่นพี่ล่วงละเมิด มหาลัยเต้นผาง สั่ง ‘ลงโทษ’ แล้ว

รองอธิการบดี มธ.ศูนย์รังสิต ยืนยันเรื่องจริง คำสั่งลงโทษนักศึกษาชายที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศนักศึกษาหญิง ยอมรับที่ผ่านมาไม่เคยสอนลูกศิษย์ชายว่าอย่าไปละเมิดทางเพศใคร มีแต่สอนฝ่ายหญิงให้รู้เท่าทัน-รู้จักป้องกันตนเอง คงต้องทบทวนการให้ความรู้กันใหม่ ด้าน นศ.สาวที่โพสต์คำสั่ง ย้ำคนทำผิดต้องสมควรอาย ขณะที่คนตกเป็นเหยื่อต้องกล้าพูด อย่าเอาแต่เงียบ เพราะยิ่งจะส่งเสริมให้เกิดเป็นวัฒนธรรมการข่มขืนขึ้นในอนาคต

เป็นกระแสที่พูดถึงกันมากในโลกโซเชียลกรณีนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยดัง โพสต์คำสั่งบทลงโทษ นศ.ชายที่ล่วงละเมิดทางเพศ โดยเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของนักศึกษาหญิง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รายหนึ่ง ลงข้อความคำสั่งลงโทษทางวินัยนักศึกษา กรณีล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมระบุเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกลาง เดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ถูกรุ่นพี่คณะคนหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ วันเกิดเหตุนักศึกษาหญิงรายนี้ พร้อมด้วยรุ่นพี่และเพื่อนๆอีกหลายคนไปดื่มกัน เกิดอาการมึนเมา ทำให้ต้องไปนอนหอเพื่อน ซึ่งนอนกันหลายคน จนกลางดึกรุ่นพี่ได้ลวนลาม แต่นักศึกษาหญิงก็ต่อสู้จนหนีรอดมาได้

นักศึกษาหญิงรายนี้ เขียนข้อความตอนหนึ่งว่า “เรามั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นเคสแรกที่เกิดการล่วงละเมิดทางเพศขึ้นระหว่างนักศึกษาด้วยกันเอง แต่น่าเสียดายที่ผู้เสียหายหลายคนเลือกที่จะไม่พูด ไม่เอาเรื่อง ปล่อยให้เรื่องเงียบไป เพียงเพราะว่าอาย และไม่อยากพูดถึงมันอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกอาย คนที่ทำผิดต่างหากต้องเป็นคนที่รู้สึกอาย ไม่ใช่เรา การที่เราโพสต์เรื่องราวนี้ ไม่ต้องการประจานคนที่กระทำผิด แต่เราต้องการ empower คนที่เป็นเหยื่อในเหตุการณ์การล่วงละเมิดทางเพศให้กล้าออกมาพูด การออกมาพูดมีราคาที่ต้องจ่าย แน่นอนว่าเราต้องแบกรับความรู้สึกแย่ๆทั้งหมด ต้องพูดเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆให้ใครหลายๆคนฟัง มีทั้งคนที่เข้าใจ ไม่เข้าใจ และมีคนที่ตัดสินเราในทางแย่ๆ แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้ ต้องเข้มแข็งและกล้าที่จะพูด อย่าลืมว่าเรามีสิทธิเต็มที่ คนที่เสียหายมีสิทธิที่จะดำเนินการเอาผิดกับคนที่กระทำความผิด ถึงแม้อาจจะมีคนไม่สนับสนุน มีคนไม่เห็นด้วย แต่อย่าลืมว่ามันเป็นสิทธิของคุณ ถ้าคุณตัดสินใจอะไรไป คนอื่นที่ไม่เห็นด้วยอาจจะแค่ผิดหวัง แต่ตัวคุณเท่านั้นที่ต้องแบกรับผลของการตัดสินใจนั้น เราคิดว่าเราตัดสินใจถูกที่เลือกจะส่งเรื่องให้คณะจัดการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัยกับคนที่ทำผิด เพราะถ้าวันนั้นเราเลือกที่จะเงียบ วันนี้เราคงต้องนั่งเสียใจที่เราไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง ถ้าเราไม่พูดและปล่อยให้เรื่องเงียบ ยิ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดเป็นวัฒนธรรมการข่มขืนขึ้นในอนาคต ไม่ต้องกลัวนะ มีหลายๆคนที่พร้อมจะยืนอยู่ข้างๆคุณเสมอ”

นอกจากนี้ นักศึกษาหญิงรายนี้ยังลงสำเนาคำสั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่ 066/2560 เรื่องลงโทษนักศึกษากระทำผิดวินัยนักศึกษา ในหนังสือระบุว่า ด้วยคณะนิติศาสตร์ ได้รับการร้องเรียนผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ถึงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนักศึกษาชายคณะนิติศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2560 มหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนความผิดด้านวินัยนักศึกษาแล้ว ปรากฏว่า นักศึกษาชายยอมรับว่าได้กระทำความผิดดังกล่าวจริง มหาวิทยาลัยจึงมีคำสั่งลงโทษ 1.หากผลการศึกษาปรากฏว่านักศึกษายังไม่สำเร็จการศึกษา ลงโทษด้วยการพักการศึกษา 1ภาคการศึกษา คือภาค 1/2560 และให้มารายงานตัวที่งาน การเรียนรู้และบริการสังคม ศูนย์รังสิต เพื่อดูแลระหว่างการรับโทษ พร้อมทั้งให้บำเพ็ญประโยชน์ภายใต้การดูแลของงานการเรียนรู้และบริการสังคม หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว มหาวิทยาลัยจะพิจารณาทบทวนการลงโทษในสถานหนักต่อไป 2. หากนักศึกษาสำเร็จการศึกษา ให้ลงโทษด้วยการพักการเสนอขออนุมัติปริญญา มีกำหนด 1 ภาคการศึกษา คือ ภาค 1/2560 ทั้งนี้ ให้อุทธรณ์ได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ลงชื่อ รศ.ดร. ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและการเรียนรู้ ปฏิบัติการแทนอธิการบดี

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก รศ.ดร.ชาลี ยืนยันว่า คำสั่งดังกล่าวที่นักศึกษาหญิงนำลงเฟซบุ๊ก เป็นคำสั่งจริง เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และมหาวิทยาลัยได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษาหญิงผ่านทางอีเมล จึงตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ซึ่งนักศึกษาชายก็ยอมรับผิด คณะกรรมการฯจึงได้เสนอบทลงโทษมาที่ตน ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและการเรียนรู้ บทลงโทษเป็นไปตามที่นักศึกษาหญิงนำลงเฟซบุ๊ก เข้าใจว่าบทลงโทษคือ ข้อ 2 พักการเสนอขออนุมัติปริญญา และไม่ได้มีการอุทธรณ์ เพราะกระบวนการสอบสวนของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างรัดกุม และนักศึกษาชายก็ยอมรับผิด

สำหรับการป้องกันไม่ได้กรณีล่วงละเมิดทางเพศในนักศึกษานั้น รศ.ดร.ชาลีกล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะและมหาวิทยาลัยให้ความรู้นักศึกษาหญิงให้รู้เท่าทันและรู้จักป้องกันตนเอง ประการแรก ต้องไม่เชื่อใจใครง่ายๆ แม้ว่าจะเป็นคนสนิท จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นว่า นักศึกษาหญิงและรุ่นพี่ มีความสนิทสนมกัน และนักศึกษาหญิงไม่คาดคิดว่าตนเองจะถูกกระทำ ประการที่สอง ต้องไม่นำตนเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง กรณีนี้เกิดขึ้นเพราะไปดื่มสุรากัน

ต่อข้อถามว่าได้มีการให้ความรู้กับนักศึกษาชาย ที่จะไปละเมิดทางเพศเพื่อนนักศึกษาหรือไม่ รศ.ดร.ชาลีกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้สอนนักศึกษาชายชัดเจนว่า อย่าไปละเมิดทางเพศใคร แต่จากเหตุที่เกิดขึ้น เราคงต้องทบทวนการให้ความรู้ และคงต้องสอนและห้ามไม่ให้นักศึกษาชายมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ส่วนการดูแลสภาพจิตใจนักศึกษาหญิงนั้น ขณะนี้มหาวิทยาลัยจัดทีมดูแลสุขภาพจิตนักศึกษาหญิง หากเกิดความเครียดหรือมีปัญหาก็สามารถติดต่อมหาวิทยาลัยได้ทันทีเพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือ