วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่น้องพลอย เหนื่อยหนักไปรพ.ฉีดยาให้น้ำเกลือ รู้สึกกลัวหวั่นคนทำร้าย

แฟ้มภาพ

ตร.เร่งสอบดำเนินคดีผู้ให้การช่วยเหลือเอส ฆ่าน้องพลอย ด้านแม่ เหนื่อยหนักต้องไปฉีดยาให้น้ำเกลือ รู้สึกกลัวหวั่นคนมาทำร้าย ขณะที่ผู้การสระบุรี ลั่นยึดกรอบกฎหมาย ไม่ได้นิ่งเฉย ยังติดตามผู้ร่วมเอี่ยว ยันให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย...

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ แสนวงศ์สิริ ผกก.สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากกรณี นางพัชรี ปั้นทอง อายุ 51 ปี เข้าร้องทุกข์กับตำรวจ ให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือนายพลกฤต หรือเอส วิเศษ อายุ 29 ปี อดีตทหารบกยศสิบเอก ผู้ต้องหาอุ้มฆ่า น.ส.พลอยนรินทร์ หรือน้องพลอย ผลิผล อายุ 25 ปี เมื่อ 3 ปีก่อน โดยในส่วนสภ.ท่าเรือ ได้นำพนักงานสอบสวนที่มีอำนาจในการสอบลงพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 แห่ง คือพ่อนายเอส อดีตภรรยานายเอส และภรรยาคนปัจจุบัน หากสอบสวนพบพยานหลักฐานสาวถึงใครต้องดำเนินคดี ในมาตรา 189 ซึ่งคดีนี้ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสอบพยานและรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหามาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขณะที่ นางพัชรี ปั้นทอง แม่น้องพลอย เปิดว่า ในช่วงเช้าได้เดินทางไปหาหมอที่ รพ.ท่าเรือ เพื่อฉีดยาและให้น้ำเกลือ เพราะร่างกายอ่อนแอ ที่ผ่านมาร่างกายพักผ่อนน้อย ก่อนช่วงเย็นเดินทางมาที่วัดกลาง ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมสวดพระอภิธรรมศพน้องพลอย โดยมีบริษัท ซีพีเอฟ ผู้บริหาร และเพื่อนๆ พนักงาน เป็นเจ้าภาพ ซึ่งได้กำหนดวันประชุมเพลิงในวันจันทร์ที่ 21 ส.ค.นี้ เวลา 17.00 น.โดยมีนายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ เป็นประธาน

พร้อมระบุ “ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยๆ และรู้สึกกลัวจะมีคนมาทำร้าย หรือเราคิดไปเองไม่รู้ ส่วนพยานหลักฐานได้ให้ตำรวจไปหมดแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินคดีต่อไป”

ส่วนความเคลื่อนไหวที่ สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ภายหลังวานนี้ (18 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีหมายเรียก พ.อ.ชัยวุฒิ วิเศษ พ่อของนายเอส และน.ส. ชุติกาญน์ อุทัยอ่วม อายุ 27 ปี ภรรยานายเอส มาสอบสวนปากคำ ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้มีการสอบพยานฝ่ายผู้เสียหาย ที่มาให้การเพิ่มเติม

ล่าสุด พล.ต.ต. ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผบก.ภจว. สระบุรี เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดทำงานสอบสวนซึ่งตั้งมาเป็นกรณีพิเศษ ได้มีการเรียกสอบพ่อ และภรรยาของนายเอสไปแล้ว อีกทั้งพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ของฝ่ายผู้เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการนิ่งเฉยแต่อย่างใด โดยได้ติดตามว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องในการร่วมกระทำความผิดอีกหรือไม่ ซึ่งทางชุดสืบสวนได้ออกหาข่าวติดตามตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายผู้เสียหายมีเบาะแสหรือพบว่ามีพยานที่รู้เห็นในการก่อคดี ขอให้มาพบให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ชุดทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนพร้อมจะรับแจ้งตลอดเวลา โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ไม่หนักใจแม้อีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำตามกรอบแนวทางของกฎหมาย ทั้งด้านพยานแวดล้อมและตามหลักฐานที่ปรากฏในคดี ซึ่งผิดก็ว่ากันไปตามความผิด โดยชุดทำงานไม่ได้มีการติดต่อประสานงานอย่างอื่นแต่อย่างใด.