วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้บน แก้เคล็ด ปล่อยกระต่ายบ้านเข้าป่า วิ่งตัดหน้ารถคว่ำ หายนะทั้งเขาใหญ่

“ป่า” ไม่ใช่คำตอบของสัตว์ทุกชนิดบนโลกใบนี้ การที่คิดว่าเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงไม่ไหวต้องเอากลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่ลืมคิดไปว่าสัตว์ที่เลี้ยงมาโดยตลอด หากินเองตามธรรมชาติได้หรือไม่ และจะส่งผลต่อระบบนิเวศบริเวณนั้นอย่างไร รวมทั้งที่สำคัญที่สุด มันจะถูกสัตว์นักล่าเอาไปกินหรือไม่

หลายต่อหลายครั้งที่มีข่าวการนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยป่า ผลักภาระให้หากินเองตามธรรมชาติ หรือเหตุผลด้านความเชื่อ กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน...

นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือ ‘หมอล็อต’ หมอสัตว์ป่าชื่อดังแห่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ส.ค. โดยพบรถเกิดอุบัติพลิกคว่ำอยู่ข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หลังจากสอบถามทราบว่า ระหว่างขึ้นเนินเห็นกระต่ายเลี้ยงวิ่งตัดหน้ารถจึงหักหลบจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง นสพ.ภัทรพล โดยหมอสัตว์ป่าชื่อดัง อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันศุกร์ขณะที่ทำงานอยู่ที่เขาใหญ่ ได้พบรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีขาว พลิกคว่ำอยู่ข้างทางตรงช่วงทางโค้งขึ้นเนิน จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มุ่งหน้าไปทางโป่งทุ่งกวาง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ พบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย

จากการสอบถามผู้บาดเจ็บได้ความว่า เดินทางมาจากโคราชเพื่อมาเที่ยวที่เขาใหญ่ ขณะขับรถขึ้นเนินอยู่ ซึ่งตรงจุดที่เกิดเหตุได้ใช้ความเร็วต่ำ เพราะเป็นทางขึ้นเนิน ทางคนขับเห็นกระต่ายเลี้ยงวิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน จึงหักหลบจนพลิกคว่ำลงข้างทาง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ โดยทางคนขับมีอาการปวดหัว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนคนที่นั่งมาด้วยไม่ได้รับบาดเจ็บจึงนั่งรอประกันมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เขาใหญ่ได้ดูแลจนประกันและรถยกมาเคลียร์เสร็จเรียบร้อย

ตัวเลขน่าตะลึง! ตรวจเจอกระต่ายในกระสอบ จ่อปล่อยเขาใหญ่ มากสุด 19 ตัว

นสพ.ภัทรพล กล่าวต่อว่า ตั้งแต่รับราชการอยู่ที่เขาใหญ่มานับ 10 ปี เจอคนเอาสัตว์เลี้ยงมาปล่อยอยู่บ่อยครั้ง เฉพาะกระต่ายเลี้ยงเคยเจอมากที่สุด 19 ตัว โดยมีคนลักลอบเอากระต่ายใส่ไว้ในกระสอบปุ๋ยและจอดรถข้างทางก่อนปล่อยสู่ป่า

ทั้งนี้ สัตว์ที่ถูกเอามาปล่อยที่เขาใหญ่ส่วนมากเป็น กระต่ายเลี้ยง งูหลามทอง นกยูงอินเดีย หรือสัตว์ต่างถิ่น โดยสัตว์เหล่านี้จะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก อย่างกระต่ายเลี้ยงมาอยู่ในป่าหากินเองไม่ได้ ยิ่งตัวสีขาวยิ่งเด่นชัด หลบซ่อนยาก และเสี่ยงที่จะถูกสัตว์นักล่าอย่างหมาในล่าไปกินได้ เพราะเคยตรวจสอบพบกองมูลของหมาในมีขนของกระต่ายพวกนี้อยู่ด้วย หรือผลจากการนำโรคมาสู่สัตว์ในป่า รวมทั้ง หากกระต่ายบ้านมาผสมพันธุ์กับกระต่ายป่า จะส่งผลให้พันธุกรรมผิดเพี้ยนไปด้วย

ตรรกะคนปล่อย แก้บน หวังบุญ กลับได้บาป!

หมอสัตว์ป่าชื่อดัง ยังกล่าวว่า หลายจุดที่พบกระต่ายบ้านที่ถูกนำมาปล่อยในเขาใหญ่ เจ้าหน้าที่มักจะพบดอกไม้ ธูปเทียน จุดอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้นด้วย ส่วนสาเหตุที่มีของเหล่านี้ คือ ทำบุญ ส่วนหนึ่งพวกเกิดปีกระต่าย หรือนำมาปล่อยเพื่อแก้บน และกรณีที่ซื้อมาเลี้ยงแล้ว แต่เลี้ยงไม่ไหว เบื่อ หรือไม่อยากเลี้ยงก็นำมาปล่อยป่าเช่นเดียวกัน

นอกจากผลกระทบที่กล่าวมาข้างต้นนี้ นสพ.ภัทรพล ระบุอีกว่า เคสอุบัติเหตุจากผลของการนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยที่เขาใหญ่ยังเป็นเคสแรกที่มนุษย์ได้รับผลกระทบจากการกระทำเหล่านี้ ซึ่งเห็นได้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

วอนคนรักสัตว์! เลี้ยงไม่ไหว อย่าปล่อยป่า ลั่น ไม่ใช่ทางออกที่ถูก

หมอล็อต กล่าวต่ออีกว่า หากคนเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ คิดที่จะเลี้ยงต้องคิดด้วยว่า จะมีศักยภาพเพียงพอเลี้ยงไปได้ตลอดจนสิ้นอายุขัยหรือไม่ และหากออกลูกออกหลานมาจะสามารถเลี้ยงไหวไหม ไม่ใช่คิดเพียงว่าน่ารัก แต่พอเบื่อก็คิดว่าป่าจะเป็นทางออกของสัตว์เลี้ยง แต่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง และส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าอื่นๆ ด้วย

เนื่องจากปล่อยสู่ป่าสัตว์เหล่านี้ก็ไม่อาจมีชีวิตรอดได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตามจับเพื่อรักษาชีวิต และป้องกันไม่ให้สัตว์ผู้ล่ามากิน ซึ่งความเชื่อที่เอามาแก้บนหรือเพื่อหวังได้บุญนั้น กลับกลายเป็นบาป ตราบใดที่เจ้าของหันหลังให้โอกาสรอดของสัตว์เหล่านี้จะน้อยมาก

“สิ่งที่รู้สึกอุ่นใจอย่างหนึ่งคือการที่ กรมอุทยานฯ ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงวิชาการเรื่องการปล่อยสัตว์สู่ป่า ซึ่งปรากฏว่า ประชาชนเข้าใจ ชี้แจงถึงผลกระทบได้ แสดงว่าการดำเนินการเชิงรุกได้ผล ไม่มีใครสนับสนุนการทำแบบนี้ และมีหลายที่ที่อาสารับเลี้ยงกระต่ายหากใครเลี้ยงไม่ไหว ดังนั้น ไม่ควรเอาไปปล่อยป่าอย่างยิ่งครับ อยากฝากให้รณรงค์กันด้วยครับ” หมอสัตว์ป่าชื่อดัง ฝากทิ้งท้าย.

 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน