วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำได้ไหม? ย้อนมหากาพย์เกมซีโกง ถูกปล้นชัยชนะ คนไทยช้ำ จำไม่ลืม!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รวมมหากาพย์ความยุ่งเหยิงของกีฬาซีเกมส์ในครั้งเก่า กรรมการใจเอียง นักกีฬาปล่อยโฮ ส่วนคนไทยสุดเซ็ง...

มวยไทยเดือด หลังถูกปล้นชัยชนะ นักชกเกือบวอล์กเอาต์ เคลียร์กันวุ่น!

ย้อนกลับไป การแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 “เนปิดอว์เกมส์” เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เป็นการชกรอบรองชนะเลิศ มีนักมวยไทยชาย-หญิง ขึ้นสังเวียน 5 รุ่น ซึ่งหนึ่งในนั้น มีรุ่น 51 กก.ชาย สุริยะ หล้ามนตรี พบกับนุย เตียว เนือง (เวียดนาม) ทั้งคู่เปิดฉากเข้าใส่กันตั้งแต่ยกแรก แต่เป็นนักชกไทยที่ดักเตะต่อยทำคะแนนได้อย่างจะแจ้งกว่าทุกยก จนนักชกเวียดนามต้องหันดูพี่เลี้ยงอยู่ตลอด แต่ครบยกกรรมการให้นักชกเวียดนามเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ได้เพียงเหรียญทองแดงปลอบใจเท่านั้น

ต่อมาเป็นรุ่น 51 กก. หญิง ศศิธร เลี้ยงประเสริฐ พบกับกราซี่ (พม่า) ตลอดการชกทั้ง 3 ยก นักชกสาวไทยเป็นฝ่ายเตะเข้าใส่นักชกเจ้าถิ่นชนิดกระเด็นกระดอนและชกจนหน้าหงายทุกยก แม้นักชกเจ้าถิ่นจะพยายามเดินเข้าหา แต่ก็เข้าไม่ติด ถูกดักเตะทุกครั้ง แต่เมื่อครบยกกรรมการให้นักชกเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายชนะอย่างหน้าตาเฉย เล่นเอาบรรดากองเชียร์ไทย รวมถึงนักชกไทยตะโกนด่าลั่น ถึงขนาดศศิธร เลี้ยงประเสริฐ ยืนประท้วงไม่ยอมลงจากเวที จนพี่เลี้ยงต้องขึ้นมาปลอบใจ จึงยอมเดินลงจากเวทีด้วยน้ำตานองหน้า ทำให้ศศิธรได้เพียงเหรียญทองแดง

ถัดมาเป็น รุ่น 54 กก. หญิง สุชญา บัวหลวง พบกับ พิทสยา พุ่มชาน (ลาว) การชกทั้ง 3 ยก นักชกชาวไทยเป็นฝ่ายไล่เตะต่อยข้างเดียวจนนักชกลาว ต้องหันหลังมองพี่เลี้ยง แต่เมื่อครบยกกรรมการกลับชูมือให้นักชกลาวเป็นฝ่ายชนะอีกตามเคย เล่นเอาสุชญา ถึงกับปล่อยโฮทันที

หลังจากนั้น บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อบรรดานักมวยไทยถึงกับจะเลิกชกในซีเกมส์ครั้งนี้ และขอบินกลับไทย เช่นเดียวกับ ศรีเมือง สิงห์สวนเงิน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ถึงกับฟิวส์ขาดด่าทอกรรมการผู้ตัดสินเป็นการใหญ่ ก่อนจะเข้าไปถามสายสมร สายะสอน ประธานสหพันธ์มวยอาเซียน ถึงการตัดสิน โดยประธานได้แต่ส่ายหน้าและตอบว่าไม่รู้ กรรมการเขาตัดสินแบบนี้ จากนั้น ก็เข้าไปพูดคุยกับ ดร.สุพิตร สมาหิโต รองหัวหน้าคณะนักกีฬาไทยที่เข้ามาชมการแข่งขัน โดย ดร.สุพิตร เข้ามาพูดคุยและร้องห้ามไม่ให้นักกีฬาไทยเดินทางกลับ ให้ชกต่อ เพราะว่าวอล์กเอาต์จะดูไม่เหมาะสม

‘ตะกร้อ’ เศร้าพ่าย ‘เสือเหลือง’ โค้ชชี้ชัดกรรมการห่วยแตก!

การแข่งขันเซปักตะกร้อ ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ประเทศฟิลิปปินส์ ในประเภททีมเดี่ยวชาย เป็นการชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ ทีมไทยเจ้าของแชมป์ซีเกมส์ 5 สมัย 10 ปีเต็ม ลงสนามพบกับคู่ปรับตลอดกาล “เสือเหลือง” มาเลเซีย ซึ่งในรอบตัดเชือก ไทยพิชิตพม่าได้ ขณะที่มาเลเซียเอาชนะอินโดนีเซียมาเช่นกัน

ในเซตแรก มาเลเซีย เสิร์ฟได้รุนแรงและแม่นยำกว่า ส่วนทีมไทยยังตั้งเกมไม่ได้ เสือเหลืองเอาชนะไปก่อน 21-11 คะแนน จากนั้น ในเซตที่ 2 ไทยต้องปรับเกมใหม่ เอา “สืบศักดิ์ ผันสืบ” ลงไปแทน สราวุธ อินเล็ก แต่ก็ยังสู้ความหนักหน่วงของมาเลเซียไม่ได้ สุดท้าย มาเลเซียเอาชนะไปได้ ได้เหรียญทองไปครอง

ส่วนทีมไทยหลังจากผูกขาดในกีฬาเซปักตะกร้อมาอย่างตลอดและต่อเนื่อง ตั้งแต่ซีเกมส์ครั้งที่ 18 แต่ก็ต้องหมดยุครุ่งเรืองลงอีกครั้ง

หลังการแข่งขัน นายกมล ตันกิมหงส์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมไทย เปิดเผยว่า ต้องยกให้มาเลเซียเล่นดีกว่า เพราะเขาไร้ความกดดัน ตรงข้ามกับของเรา ก็คงต้องไปแก้มือในซีเกมส์ครั้งหน้าที่เมืองไทย แต่อย่างไรก็ตาม ยังติดใจอยู่นิดในเรื่องของกรรมการชาวสิงคโปร์ เหมือนมีการเตรียมการมาปล้นชัยเรา ทุกเกมที่ไทยเล่น กรรมการสิงคโปร์ตัดสินหมด แถมประธานตัดสินครั้งนี้ ก็เป็นคนสิงคโปร์อีก ก็น่าแปลกที่คนนี้ อยู่ดีๆ ก็โผล่ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ตัดสินในรอบแรกและรอบ 2 มาก่อน อีกอย่างในตอนที่ผู้ตัดสิน ตัดสินผิดพลาด เช่น ลูกออกบอกว่าลง กรรมการกลางของไทยเรา ก็ไม่ได้เข้ามามีบทบาทแต่อย่างใด รวมทั้งถ้าหากมีผู้ใหญ่ของเรามานั่งดูด้วย เชื่อว่ากรรมการจากชาติต่างๆ น่าจะเกรงใจเรากว่านี้ แต่นี่ไม่มีเลย

ปมล้มบอลซีเกมส์ 'ปิยะพงษ์' แฉเบื้องหลัง ยอมจุดธูปสาบาน "บริสุทธิ์" ต่อหน้าวัดพระแก้วมรกต

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2532 "ดุ๊ก" ปิยพงษ์ ผิวอ่อน นักฟุตบอลชื่อดัง ณ สมัยนั้น ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลผู้ล้มบอลจากการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 15 ที่ประเทศมาเลเซีย รอบรองชนะเลิศระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งผลทีมชาติไทยแพ้ไป 1-0

ปิยพงษ์ ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า ฟอร์มการเล่นของผมและของทีมก็เหมือนกับกราฟมีขึ้นมีลงผมก็พยายามเล่นให้ดีที่สุดอยู่เมืองไทยผมก็เล่นอย่างนี้ โค้ชให้ผมเล่นตำแหน่งอะไรผมรู้ ถ้าผมยิงไม่ได้ก็ผ่านให้เพื่อน ทางปีกซ้ายปีกขวาแต่เพื่อนยิงไม่ได้เอง บุกตลอดแต่ยิงไม่ได้ มีโอกาสตั้งหลายครั้ง แต่พอฝ่ายเขาขึ้นมาครั้งเดียวก็ได้เลย พอแพ้ขึ้นมาทำไมเป็นผมถูกด่า ฟุตบอลเล่นกัน 11 คนทำไมมาโทษผม ผมขอยืนยันได้ว่าไม่ได้ล้ม ที่ผู้ใหญ่บางคนว่า มีนักกีฬาบางคนที่เป็นดาราไม่มีระเบียบวินัยทำไมไม่เจาะจงไปเลยว่าใคร แล้วทำไมต้องมาลงที่ผม

เมื่อมาถึงตรงนี้มีผู้สื่อข่าวถามขึ้นมาว่า กล้าไปสาบานที่วัดพระแก้วหรือไม่ว่าไม่ได้ล้มบอล

ปิยพงษ์ ตอบสวนขึ้นมาทันทีว่า ไปสิครับผมยินดีที่จะไปสาบาน เดี๋ยวให้พี่ๆ ตามไปด้วย ผมบริสุทธิ์ใจไม่เห็นต้องกลัวอะไร ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเคยบอกจะไม่เล่นทีมชาติไทยหรือไม่

เทพบุตรตีนทอง กล่าวว่า ผมไม่เคยบอกว่าจะไม่เล่นผมเป็นคนไทยผมพร้อมเสมอ ถ้าเห็นผมยังมีฝีมืออยู่ผมก็จะเล่น ผมบริสุทธิ์ใจ ทำไมจะไม่เล่น ที่แพ้มาผมก็เสียใจเหมือนกับทุกคนยิ่งผมเป็นคนเล่นด้วยแล้วยิ่งเสียใจมากกว่านัก

ต่อจากนั้น ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน พร้อมด้วยคณะทำงานฯ และบรรดาผู้สื่อข่าวก็เคลื่อนขบวนออกจากสมาคมฯ ไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีรถตำรวจเปิดไซเรนนำหน้า และปิดท้ายขบวนยาวเหยียด และเมื่อมาถึงวัดพระแก้วก็ตรงไปพระอุโบสถที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต โดยปิยะพงษ์คุกเข่าลงพนมมือแล้วกล่าว คำสาบาน.