วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าชู้เพลย์บอย ‘แกงส้ม’ ใจแตก?! ท้าทายงานใหม่ ไม่ติดกรอบแค่นักร้องวัยรุ่น

เจอความท้าทายใหม่! หนุ่มเท่ขวัญใจแฟนคลับ “แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ” พลิกมารับบทหนุ่มแว่นใจแตกกลายเป็นเพลย์บอยในซีรีส์ “เสน่หา Diary” ตอน “แสบเสน่หา” ประกบสาว “หนูนา-หนึ่งธิดา” ทางช่องวัน 31 ไม่ได้ท้าทายแค่ตัวเอง แต่ยังท้าทายกับความฮอตของเรื่องนี้ในตอนก่อนหน้าถึงคิวตัวเอง แกงส้ม เลยเผยความลุ้นในครั้งนี้ว่า

“เรื่องนี้เป็นซีรีส์ต่อกันมา เรื่องผมก็จะ ซอฟต์สุด เพราะ 2 เรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่องคนมีครอบครัวแล้ว แต่ของผมจะแต่ง แล้วไม่ได้แต่ง จะเด็กกว่าเค้าเลยอาจจะไม่ได้ รุนแรงเท่า แต่ความดราม่ายังมีแน่น เพิ่มสีสันความคอมเมดี้ให้รสชาติแตกต่าง เปลี่ยนมู้ดบ้างแต่เรื่องความหลงไปในเสน่หา แสงสียังมีเหมือนเดิม ตัวละคร “ปีย์” ของผมเหมือนคนใจแตกตอนโต รักกับแฟนมา 9 ปี แต่มาใจแตกในคืนหนึ่งที่ได้ไปเที่ยวในคืนวันก่อนแต่งงาน ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลย ติดใจจนขอไปใช้ชีวิต ซึ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้”

2 เรื่องที่แล้วพีกมาก แอบกังวลมั้ย?

“ไม่กังวลนะครับ เราก็ทำหน้าที่ของการ เป็นนักแสดงให้เต็มที่ที่สุด ที่เหลืออยู่ที่ว่าคนดูแล้วจะรู้สึกยังไง การที่ละครเรื่องนึงออกมามันขึ้นอยู่กับหลายๆฝ่ายรวมเป็นละครเรื่องนึง อยากให้มองว่าเป็นการสอนในมุมมองของคำว่าเสน่หาต่างกันไป”

บทบาทหนุ่มเจ้าชู้เล่นยากมั้ย?

“มันมีจุดเปลี่ยนนะ มีช่วงไม่เจ้าชู้เลยไปถึงความสนุก จนกลับมาเจอหนูนาเค้ามีแฟนดูดี ก็เลยเกิดอาการหวงก้าง อยากเอาเค้าคืนด้วยวิธีการต่างๆ”

เลิฟซีนเยอะมั้ย?

“เยอะมาก กับใครก็ไม่รู้ด้วย (ยิ้ม) เป็นนางแบบเซ็กซี่ อันนี้นัวเลยประมาณ 8-9 คน คือในเรื่องเล่าตัดเร็วๆเยอะๆว่าทำไมเราถึงใจแตก และหลังจากนั้นเราก็สนุกกับมัน เข้าซีนกับสาวๆเยอะมาก เอาจริงๆ ผมไม่ค่อยสบายใจกับการเข้าซีนใกล้ชิดผู้หญิงเยอะ ผู้กำกับอยากให้ภาพดูแรง เราก็ขอแค่ให้ภาพดูแรงแต่อาจจะไม่ต้องอินเสิร์ชว่านัวปากบี้กัน จูบจริงนะ แต่แค่แตะๆ เราก็พยายามเซฟ”

เรียกว่าภาพแกงส้มหนุ่มเรียบร้อยที่สั่งสมมาหายวับ?

“(ยิ้ม) อาจจะไม่ขนาดนั้น มันมีเหตุผลของมันมากกว่า เราก็ไม่เคยเล่นขนาดนี้ ตอนแรกก็เครียดเหมือนกันเพราะเราไม่เคยเล่นแบบนี้ เลยรู้สึกแปลกๆ แต่พอเวลามันผ่านไปก็เป็นเรื่องการแสดง”

แฟนๆโอเคมั้ยกับแกงส้มมาดเจ้าชู้?

“ผมมองว่ามันเป็นการโตขึ้นทีละนิด แฟนๆ น่าจะรู้ว่าการเล่นละครก็ต้องมีแบบนี้ ไม่ได้กลัวว่าภาพจะเปลี่ยน มันมีการเล่าตั้งแต่เนิร์ดๆแล้วมาเปลี่ยน”

บทบาทและลุคเราดูโตขึ้น?

“ครับ ก็ตั้งใจออกกำลังให้ตัวใหญ่ขึ้น ก่อนหน้านี้เราจะตัวแห้งๆหน่อยแล้วเป็นคนกล้ามขึ้นยากเลยต้องเอาจริงเอาจัง อยากให้เราสามารถทำงานถอดเสื้อโชว์ได้ ตั้งเป้าว่าในปีนี้หรือปีหน้าก็อยากถอดได้ เรารู้สึกว่าพอเราโตขึ้นเราก็อยากทำตรงนี้ให้มันชัดเจนขึ้น เราจะขายแค่ความเป็นนักร้องวัยรุ่นอย่างเดียวไม่ได้ ทุกคนโตขึ้นแต่เราก็ไม่ได้จะขายแค่ถอดเสื้อนะ อยากทำงานได้หลายๆทาง แล้วดูโตขึ้น”

แล้วงานเพลงล่ะจะแข็งแกร่งฉีกเสื้อเลยรึเปล่า?

“โห ผมอาจจะไม่ได้ทางนั้น อาจจะแค่ในเอ็มวีมีซีนถอดเสื้อเบาๆ แต่ไม่ถึงกับเน้น”

เรื่องสาวๆช่วงนี้ก็เงียบเหงา?

“ช่วงนี้ไม่มีเลย งานเยอะจริงๆ ตอนนี้ผมทำเบื้องหลังมากขึ้น เซตทีมทำเพลง โปรดักชั่นเบื้องหลัง ทีมงานก็คือน้องชายแท้ๆของผมและเพื่อนๆของน้อง ทำส่วนตัว ค่อยๆปั้นน้องๆขึ้นมาให้เก่ง ถ้าเอาให้เห็นภาพถ้าเป็นแนวของผม อยากให้นึกถึงแนวค่ายวายจีของเกาหลี มีความฮิพฮอพและป๊อบได้ด้วย มันเป็นสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว อยากจะอัพเดตไม่ใช่แค่เพลงแต่เป็นเรื่องภาพของการทำเอ็มวีด้วย”

งานเยอะจนไม่มีเวลาเรื่องสาวๆ?

“บางครั้งเราก็อยากเอาเวลามาทุ่มตรงนี้ ถามว่ามีคนคุยมั้ยมันก็มีเข้ามา แต่คบจริงจังว่าแฟน ยังไม่มี เพราะในวันที่เราต้องการเวลาทำอย่างอื่น เรายังไม่สามารถแบ่งเวลาไปดูแลเค้าได้ เราอยากมั่นคงในสิ่งที่เราอยากทำก่อน อยากทำเบื้องหลัง ทำโปรเจกต์ใหม่ๆ ก่อนจะไปดูแลใครซักคน”

เรียกว่าโสดสนิท?

“สนิทเลยครับ”

เห็นว่ามีทำธุรกิจคอสเมติกด้วย เราเป็นผู้ชายแต่ทำไมถึงอยากทำ?

“ครับ ผมทำคอนซีลเลอร์รูปแบบใหม่ เป๊ะใน set เดียว แบรนด์ KSxPICO เพราะเรารู้สึกว่าผู้ชายเดี๋ยวนี้ก็ต้องดูแลตัวเอง ถ้าเราทำออกมาให้ใช้ง่าย ให้ผู้ชายรู้วิธีแต่งหน้ามากขึ้นก็โอเค จริงๆอะไรที่ผมไม่อินก็จะไม่ทำ แต่อันนี้เรารู้อยู่แล้วไหนๆเราก็ทำงานวงการก็ทำตรงนี้ดีกว่า จริงๆหนุ่มๆ เดอะสตาร์ก็ต้องแต่งหน้าเป็นนะ กลุ่มลูกค้าก็ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพื่อนๆผมถึงไม่ได้ทำงานวงการทำงานอื่นๆ บางทีก็ต้องแต่งหน้า ใช้ไม่ยากครับ เราได้ไปทำกับพี่ที่แต่งหน้าแบบมือโปรที่เค้าไปเรียนที่เกาหลีมา พอมีผู้เชี่ยวชาญด้วยเราก็เลยทำกับเค้า เป็นธุรกิจแรกที่ผมทำจริงจังเลย ถ้ามันเวิร์กก็อยากทำในไลน์อื่นๆครับ”.