วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ณฉัตร’ นางร้ายหัวใจฟรุ้งพริ้ง แฮปปี้คบ ‘หมูตั้ง’ ไร้ปัญหา “หึงหวง”

กำลังหลอน...นสะพรึงชวนขนแขนสแตนด์อัพ สำหรับ “ผีสร้อยพี” หรือ ณฉัตร-กวิยณัฎฐ์ แฮร์มันน์ นักแสดงสาวจากละคร “เงาอาถรรพ์” ช่อง 8 ไม่ได้ร้ายๆแบบคนธรรมดาแต่วิญญาณที่รอคอยใครบางคน เลยมีความเฮี้ยนและแรงแค้นมาด้วย แต่กว่าละครจะปิดกล้องลงได้มีอาถรรพณ์สมชื่อละครจริงๆ ขนาดนางร้ายหน้าสวยยังป่วยหนักอย่างที่ไม่เคยเจอ แต่ถึงจะเล่นบทร้าย อกหัก รักคุดแต่นอกจอหัวใจสีฟรุ้งฟริ้งกับหนุ่มไฮโซหมูตั้ง-ม.ล.อรรถดิส ดิศกุล ถึงขั้นพาไปไหว้พ่อไหว้แม่มาแล้วด้วยล่ะ เริ่มจาก เห็นบทนี้ครั้งแรกรู้สึกอย่างไร

“ดีใจมากค่ะเพราะหนูไม่เคยเล่นเป็นผี รู้สึกว่าเราได้เปลี่ยนบทบาท ตัวเราเองไม่อยากเล่นอะไรเหมือนเดิม อีกอย่างเรื่องเงาอาถรรพ์เป็นละครที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางภาคใต้ และเราเป็นคนภูเก็ตด้วย ก็ได้เรียนรู้วัฒนธรรมทางภาคใต้มากขึ้นด้วย ได้เจาะลึกเกี่ยวกับหนังตะลุงมากขึ้น”

เรื่องนี้ต้องพูดภาษาใต้

“เราเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดใต้เท่าไหร่ พอมาเล่นเรื่องนี้ เราต้องพูดใต้ เหมือนเราได้ฝึก ในละครพูดใต้แบบนคร (นครศรีธรรมราช) แต่เวลาเล่นละครจริงๆพูดไปพูดมาก็ยังออกไปทางใต้ภูเก็ต จะมีท้ายเสียงหลุดตลอด พี่เอกชัยก็แนะนำว่าไม่เป็นไร ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างนึง”

พูดใต้บ่อยทำเอาติดไปพูดในชีวิตจริงมั้ย

“ติดอยู่แล้วค่ะ (หัวเราะ) ล่าสุดที่เพิ่งกลับบ้านไปภูเก็ต กลับมาก็จะมีสำเนียงหลุดออกมา กลับมากรุงเทพฯต้องมาปรับค่ะ”

เล่นบทผีเป็นคนกลัวผีมั้ย

“ไม่ได้กลัว แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ แต่เราก็เชื่อนะ”

เล่นเรื่องนี้เจออาถรรพณ์มั้ย

“หนูก็ไม่แน่ว่าสิ่งที่เจอมันคืออาถรรพณ์หรือเปล่า แต่คนในกองอย่างพี่แป้ง พี่เอก พี่บ่าววี พี่หลวงไก่ และหนู ตัวแสดงนำของเรื่องนี้ ทุกคนจะสลับกันป่วยทุกอาทิตย์ จนคนทำคิวละครเหนื่อย แต่ละคนก็เริ่มเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ หนูเองก็ป่วยเป็นท่อปัสสาวะอักเสบ ปัสสาวะออกมาเป็นเลือด 5-6 ครั้งเลยในกอง ปวดหัว ปวดท้อง สลับกันอยู่แบบนี้”

พอรู้ว่าเราท่อปัสสาวะอักเสบตกใจมั้ย

“จริงๆ เป็นแค่วันเดียว คือวันที่ถ่ายซีนไฟไหม้ หนังตะลุงเป็นซีนที่หนูต้องตายวันนั้นพอดีก็ค่อนข้างลำบาก ถ่ายเช้า-เย็นเลยเราก็วิ่งเข้าห้องน้ำตลอดเวลา ปัสสาวะเป็นเลือดเราก็เพลีย เหนื่อย พอเลิกกองประมาณ 5 ทุ่มเราก็ไปโรงพยาบาล เราก็ไม่ได้แอดมิทด้วย เพราะหนูมีถ่ายต่อวันรุ่งขึ้น”

หนักใจกับบทที่ได้รับ

“หนักใจเรื่องตอนที่เป็นคน เพราะเราไม่เคยได้รับบทหญิงสาวที่ สดใส ร่าเริง อ่อนต่อโลกแบบนี้ เราเลยรู้สึกว่ายากจัง แต่เราก็อยากเล่น เพราะรู้สึกว่าไม่เหนื่อยเท่าไหร่ ตอนแรกก็กังวล พอมาเล่นก็สนุกดี กลายเป็นว่าเรารู้สึกชอบ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ พอเข้าท้ายเรื่องของการเป็นคน เริ่มมีความคิดผู้ใหญ่และมีความซับซ้อนทางอารมณ์มากขึ้น ก่อนที่จะเป็นผี ตอนเป็นผีก็คือความแค้น จองเวร จดจ่อแค่เรื่องเดียว ตอนเล่นเป็นผีจะเหนื่อยกว่าตอนที่เป็นคน คือต้องใช้พลังเยอะ แค่ยืนมองคนเฉยๆเราก็ใช้พลังเยอะแล้ว ใช้อินเนอร์มากกว่า บางซีนยืนจนจะเป็นลม ให้เราโกรธจนตัวสั่นนานมาก”

ณฉัตรเป็นโลโก้นางร้ายช่อง 8 ไปแล้ว

“ส่วนใหญ่ก็เล่นร้ายนะคะ แต่ไม่ได้เป็นตัวร้ายที่ร้ายไปเลย ก็จะเป็นอารมณ์สีเทามากกว่า เป็นนางเอกที่ร้ายมากกว่า แรกๆไปไหนคนก็กลัวเรานะ แต่พอเห็นเค้าก็ไม่ได้รู้สึกกับเราแบบนั้น ส่วนมากเราเป็นคนนิ่งๆมากกว่า แล้วแต่วันด้วยถ้าเราพักผ่อนเต็มที่เราก็จะคึก ถ้าเราทำงานเยอะพักผ่อนน้อยจะหน้ามืดบ่อย”

ตอนนี้ทำงานเยอะชีวิตเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหน

“เปลี่ยนค่ะ การดูแลสุขภาพของเราก็เปลี่ยนเมื่อก่อนจากที่เป็นคนตื่นเช้าออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าทำงานเหนื่อย ไม่มีอารมณ์นั่งหาอาหารดีๆให้ตัวเอง เมื่อก่อนจะขยันดูแลตัวเองมาก พอเราอายุเยอะขึ้น เรารู้สึกว่าการนอนมันช่วยเรามากที่สุด เวลาเราถ่ายละครติดกัน 4 วัน เราเลยต้องการพักผ่อน”

มีคนคอยกระตุ้นมั้ยว่าต้องตื่นมาออกกำลังกาย

“มีทั้งคู่ค่ะ (ยิ้ม) แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิมถึงแม้หนูจะไม่ได้ถ่ายละคร แต่หนูก็จะต้องมีเรื่องเรียนที่ลงเรียนใหม่ ยังมีธุรกิจที่ต้องทำ ถึงแม้ว่าเราไม่ได้ออกหน้าจอแต่เราก็ต้องทำงานของเรา ดูแลครอบครัว ตอนนี้กำลังลงเรียนทำแพตเทิร์นตัดเย็บ ปลายปีนี้ก็อาจจะเรียนโทต่อ ก็กำลังเล็งๆไว้ว่าจะต่อโทหรือต่อ ป.ตรีอีกใบ”

ทำไมถึงมาทางแพตเทิร์นตัดเย็บล่ะ

“เป็นคนชอบเสื้อผ้าตั้งแต่เด็ก เพิ่งมีโอกาสจะทำเสื้อผ้ากับเพื่อน เราเลยคิดว่าถึงเราออกแบบแพตเทิร์นเองก็จริงแต่จ้างโรงงานทำ ก็ไม่เท่าที่เราทำเอง ได้เรียนรู้เอง เหมือนมันทำให้เราเข้าใจในตัวงานที่เราจะทำมากขึ้น ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนออกแบบ ผลิต เดี๋ยวน่าจะขายทางออนไลน์ก่อน มันประหยัดเวลา เราสามารถทำอย่างอื่นได้ด้วย ขายได้เร็ว ส่วนตัวเราชอบช็อปปิ้งออนไลน์อยู่แล้ว น้อยมากที่จะไปเดินช็อป ถ้าไปต่างประเทศถึงจะไปช็อป เพราะรู้สึกว่าเมืองนอกเวลาเซลล์ ตื่นตาตื่นใจมากกว่า”

เรื่องของการใช้เงินที่บ้านเป็นห่วงมั้ย

“แม่ไม่ได้สอนให้ช็อปปิ้ง เพราะแม่ไม่ได้มาสายนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ไม่เคยมีเลย จนเราโตเราทำงาน เพิ่งไม่นานมานี้ที่เราหันมาซื้อของ เมื่อก่อนเป็นคนไม่ช็อปปิ้งเลย ก่อนหน้านี้ทำงานเองก็จริง แต่เราเป็นคนไม่ค่อยช็อปพอเรียนจบเรารู้สึกว่าเราหมดภาระเรื่องส่งตัวเองเรียน ตอนนี้เหลืออย่างเดียวคือคอนโดที่เราต้องผ่อน แล้วก็ดูแลแม่ ก็ยังรู้สึกว่ายังช็อปปิ้งได้ แต่ถ้าจะเริ่มเรียนใหม่ ก็ต้องหยุดการช็อปปิ้งไว้ก่อน (หัวเราะ)”

ถึงจะหยุดช็อปก็ไม่หยุดเที่ยว

“ใช่ค่ะ เรื่องช็อปยอมเก็บเงินไม่ซื้อแบรนด์เนม ไม่ได้ติดแบรนด์ น้อยมากที่จะซื้อ ก็เอาเงินที่จะซื้อพวกนี้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เวลาเราไปเที่ยวเราได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรม เรียนรู้ผู้คน เราได้โตขึ้น ได้มองโลกกว้างขึ้น การไปเที่ยวมันทำให้เราเหนื่อยก็จริง แต่เป็นการเปิดโลกใหม่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นค่ะ”

ส่วนมากไปกับใคร

“ก็แล้วแต่นะคะ (หัวเราะ) เที่ยวคนเดียวเราก็เคย ไปเที่ยวสกีก็ไปแล้ว แต่ไม่มีใครเล่นสกีกับหนูเลย มีอยู่รอบนึงที่ไปคนอื่นเล่นได้แค่ครึ่งชั่วโมง ที่เหลือปล่อยหนูอยู่สามวันเล่นอยู่คนเดียว หนูเป็นคนกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรง พอเราฝึกวันนึงหลายชั่วโมง กล้ามเนื้อมันอ่อนแรง เล่นไปมากๆ เราก็ล้ม ร้องไห้ ท้อ แต่พอเราผ่านตรงนั้นมาได้เราก็จะแฮปปี้กับมัน”

ความรักเป็นไงบ้าง

“ความรักก็แฮปปี้ดี ก็เจอกันบ่อยค่ะ (ยิ้ม)”

กับละครที่เราเล่นหมูตั้งเค้าว่ายังไงบ้างให้เค้าดูมั้ย

“เค้าชอบมากเลยค่ะ พอหนูแต่งเอฟเฟกต์ แล้วให้หนูวีดิโอคอลไปเค้าอยากดู เค้ากลัวนะ แต่เค้าก็ขำ วันไหนแต่งเป็นผีหน้าขาวใส่คอนแทกเลนส์ เค้าก็ชอบเรียกหนูว่าผีแคสเปอร์”

คบกันมีทะเลาะกันบ้างมั้ย

“ไม่มีเลย ยังไม่เคยทะเลาะกัน ยังไม่เคยงอน มีอยู่ครั้งนึง เค้าไปงานเค้าบอกว่าจะกลับเวลานี้ แต่เค้าก็ขอต่อเรื่อยๆ หนูก็บอกว่าหนูไม่รอนะ เพราะเราต้องตื่นมาถ่ายละคร ถ้าถึงบ้านให้ไลน์มาบอก ปรากฏกลับถึงบ้านตี 4 ผิดจากเวลาเดิมที่บอกไว้เยอะมาก แต่เราก็เข้าใจไม่ได้ทะเลาะกัน แค่บอกว่าทีหลังถ้าจะกลับตี 4 ก็บอกตั้งแต่แรก เค้าก็บอกเค้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะกลับตี 4 แต่พอเจอเพื่อนก็เลยอยู่ต่อ เราก็ไม่มีงอนก็คุยกันตรงๆ”

เข้าฉากกุ๊กกิ๊กในละคร เค้ามีแอบหึงเรามั้ย

“ถ้าเรื่องงานไม่มีเลย เพราะเค้าเองเค้าก็เป็นนักแสดงด้วยเค้าเลยจะรู้ว่างานคืองาน เค้าจะแยกแยะไม่ยุ่งเกี่ยวกับงาน เท่านั้นที่เค้าเล่นละครมา เค้าจะไม่มีโอกาสเท่าเรา (หัวเราะ) หนูก็เลยสบายใจ”

ทางหมูตั้งเค้าเจอแม่เราบ่อยมั้ย

“เพิ่งเจอครั้งแรก ก็กลับภูเก็ตนี้ก็ไปเจอแม่มา เค้าบอกว่าหนูบิลต์จนเค้าตื่นเต้นมาก แต่พอเค้าเจอแล้วเค้ารู้สึกโอเค เพราะก่อนไปก็เคยได้คุยกับแม่ทางโทรศัพท์บ้างแล้ว พอหนูบอกว่าแม่เป็นคนแบบนี้ อย่างนี้ห้ามนะ แม่ค่อนข้างเป็นผู้หญิงระเบียบ แล้วก็หัวโบราณหน่อย ให้เค้าเตรียมตัวก่อนแต่กลายเป็นว่าพอได้ไปเจอจริงๆ ไม่ได้เป็นแบบนั้น เค้าก็บอกว่าเราบิลต์จนพี่กลัวไปหมดแล้ว พอไปเจอก็ไม่ได้มีอะไร”

พอเจอกันแล้ว แม่ว่าไงบ้างกับแฟนเรา

“แม่บอกว่าน่ารัก แม่โอเค จริงๆเวลาพาใครไปเจอแม่เราก็ต้องดูดีแล้วระดับนึง ถึงจะพาไป แม่บอกโอเคเค้าเป็นผู้ใหญ่ แต่เวลาอยู่ด้วยกันเราสองคนก็มีโมเมนต์ความเป็นเด็ก ตอนหนูเด็กๆจะเป็นเด็กที่เหมือนผู้ใหญ่เหมือนเป็นเด็กที่แก่ก่อนวัย ปัจจุบัน หนูรู้สึกว่าหนูเริ่มเหมือนเด็ก (หัวเราะ)”.