วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 20/08/60

โดย สีกาอ่าง

พระลือโขง กรุวัดกู่เหล็ก ของ อิทธิ ชวลิตธำรงค์

ธรรมะสนามพระวิภาวดี วันนี้ เป็นของ ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต วัดเทพศิรินทร์ฯ ซึ่งได้รับการยกย่องยอมรับว่าเป็น “พระแท้” ท่านสอนว่า “จะไปถือสาอะไรกับปากมนุษย์ ถึงจะดีแสนดี มันก็ติ ถึงจะเลวแสนเลว มันก็ชม เขาจะนินทาว่าร้ายอย่างไรก็ช่าง บุญเราทำ กรรมเราไม่สร้าง พยายามสงบกาย วาจา ใจ จะไปกังวล กลัวใครติเตียนทำไม ไม่เห็นมีประโยชน์ เปลืองความคิดเปล่าๆ”

เข้าสนามก้าวแรก ก็ดีใจ เพราะเจอ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม กรุวัดใหม่อมตรส “องค์คร” ที่ ๓๐ ปีก่อน ยุคงานประกวดพระเครื่องเฟื่องฟู เจ้าของตระเวนส่งแข่ง รับรางวัลตำแหน่งแชมป์จนไม่มีองค์สู้

หลังสุดที่รู้ข่าว จำได้ว่า “พี่เขียว” พล.อ.พัฑฒะนะ พุธานานนท์ ซื้อเข้ากรุ และดูคนเดียวอยู่นานกว่า ๒๐ ปี มาวันนี้ เข้าตำรา สมบัติผลัด กันชม เพราะ พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ได้ครอบครองต่อจาก พี่เขียว แร้ว รุ่นใหญ่สายสมเด็จ จึงถามกันเจี๊ยวจ๊าว เพราะในเมื่อองค์นี้หลุดออกมาได้ ก็น่าจะมีโอกาสทาบทามองค์อื่นๆ เพราะรังนี้
มีพระดีเกรดพรีเมียมอีกหลายองค์

เห็นองค์นี้ก็นึกถึง พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม อีกองค์ที่มีชื่อเสียงเคียงคู่กันมา คือองค์ของพ่อเลี้ยงเชียงใหม่ พรทัศน์ บูรณุปกรณ์ นักนิยมพระมีระดับ เพราะองค์นั้นก็ชื่อว่าเป็นองค์แชมป์ ที่ผ่านงานประกวดรับรางวัลมามากพอๆกัน

แต่ไม่เคยประกวดงานเดียวกัน เพราะพอองค์หนึ่งเลิกประกวด อีกองค์ที่เข้าวงการทีหลัง ถึงเริ่มประกวด แต่ถามว่าองค์ไหนเหนือกว่า ก็ได้รับคำตอบว่าสูสี ดีคนละอย่าง ดูคนละทีชี้ชัดยาก ต้องเอามาวางคู่กันจึงจะตัดสินได้ ก็ขอเชียร์ให้เจ้าของทั้งสององค์ กล้าส่งประกวด จะได้เป็นบันทึกวงการพระ ว่ามีพระแชมป์ชนช้าง

องค์ต่อไป คือ พระลือโขง กรุวัดกู่เหล็ก ใกล้วัดประตูลี้ อ.เมือง ลำพูน พระดีมีสกุล พุทธศิลป์สมัยหริภุญไชยชั้นสูง อายุการสร้างเหยียบ ๑๐ ศตวรรษ จำนวนพระมีแค่หลักสิบ และองค์นี้มีความงามเป็นที่สุด

พระชั้นยอดแบบนี้ จึงต้องมีเจ้าของชั้นเยี่ยม ซึ่งเห็นชื่อแล้ว ไม่เซอร์ไพรส์ เพราะล่าสุด เสี่ยเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรงค์ มหาเศรษฐีนักนิยมพระรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ห่างหายสนามพระนี้ไปนาน หลังแต่งงานกับดาราสาว

ตอนนี้กลับมาสร้างสีสันสนามพระอีกแล้วและอย่างแรง เพราะรอบรู้และอนุรักษ์พระตัวจริง ดูจากกลับมามีชื่อเป็นเจ้าของพระลือโขงองค์นี้ แสดงว่าติดตามข่าววงการอยู่ตลอด จึงหยิบชิ้นปลามัน ได้พระเครื่องทรงค่า ทั้งพุทธศิลป์ พุทธคุณ พุทธพาณิชย์ ที่หาได้ยากยิ่ง

ก็ขอแสดงความยินดีด้วย พระคาถาอาราธนา จากตำราโบราณที่มีบันทึกไว้ ๒ บท ว่า พระฦๅ เป็นศักรพุทธปฏิมา ประเภทมหานิยม มีพระคาถาอาราธนาบทหนึ่งชื่อว่า นะโมพุทธายะฦๅชา ว่า นะ ฦๅ โม ลั่น พุทธสนั่นทั่วโลกา ธาชื่นชมนิยมหา ยะเป็นมหานิยม ฦๅฦๅ ฦๅชื่อ ให้ ฦๅชา

อีกบทหนึ่งชื่อว่า อิติปิโสฦๅชา ว่า อิติปิโสภควา ฦๅชาติ โลกมหิตัง ฦๅชาติกุเลยยะ สัญจ ฦๅโสภคญจัง ฦๅโสภคญจัง สรีรัง ฦๅธัมมัง เทสนัง วรัง ฦๅมหันตัง นะมามิหัง นะฦๅ โม ลั่น พุทธสนั่นทั่วโลกา ธาชื่นชมภิรมย์หรรษา ยะ มหานิจยม อิติปิโส ปน ฦๅฦๅ ปิโย เทวมนสสานัง ปิโยพรหมา นะมุตตโม ปิโยนาคสุปันนานัง ปินินทรียัง นมามิหัง---ส่วนคนยังไม่มี ก็หมั่นท่องไปก่อน อาจจะมีมาโปรด ถ้ามีวาสนา

องค์ต่อไป คือ พระกำแพงลีลา เม็ดขนุน หรือพระกำแพงเขย่ง กรุลานทุ่งเศรษฐี อ.เมือง กำแพงเพชร ซึ่งพบมากที่กรุวัดพิกุล วัดบรมธาตุ วัดอาวาสน้อย

ก่อนมีการจัดพระเข้าชุดเบญจภาคี เป็นพระพิมพ์อันดับ ๑ ของกรุมาก่อน พระซุ้มกอ มีเอกลักษณ์ เป็นพระพิมพ์เนื้อดินเผา ทรงยืน ปางลีลา ศิลปะสุโขทัย พุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยมมหาโชคมหาลาภ ได้รับการขนานนามเป็นต้นตำรับ พระทุ่งเศรษฐี

องค์ในภาพนี้ของ เสี่ยสมปอง หงษ์ศรีเมือง พิจารณาได้ว่าสภาพ สมบูรณ์ ความงามเพียบพร้อม เป็นพิเศษ ทั้งพิมพ์ทรงองค์พระ เส้นศิลป์ เด่นที่เนื้อพระที่ผิวนอกดูนุ่มเนียนตา มีเงางดงามดั่งแสงรัศมี ซึ่งเกิดได้จากความแกร่งของเนื้อใน ที่ได้อายุอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัจจุบันแม้ความนิยมจะลดหย่อนมาอยู่หลัง พระซุ้มกอ เพราะรูปทรงที่ไม่เข้ากับพระชุดเบญจภาคี และจำนวนพระที่มีน้อยหายาก แต่ราคาก็ยังไม่ห่างกันมาก ยิ่งเป็นองค์งามสุดๆด้วยกันฟังว่า หลักสิบล้าน เหมือนกัน

ตามมาด้วย พระสมเด็จพิมพ์เจดีย์ ข้างดอกไม้ กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส พระพิมพ์เนื้อผง ที่ได้จากการลักลอบขุดองค์พระเจดีย์บริวาร (เจดีย์เล็ก) รอบองค์พระเจดีย์ใหญ่ ที่ค้นพบพระพิมพ์ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

กรุนี้มีลักษณะเป็น พระเนื้อผงขาว คล้ายกัน พิมพ์พระมีหลายแบบ ทั้ง พิมพ์ยืน ประทานพร พิมพ์นอนไสยาสน์ พิมพ์สามเหลี่ยม จิ๊กโก๋ พิมพ์เจดีย์แหวกม่าน พิมพ์สมเด็จฐานคู่ และ พิมพ์เจดีย์ ข้างดอกไม้ แบบองค์นี้ของ เสี่ยปัณณวัฒน์ จงกีรติขจร

ครั้งพบพระใหม่ๆ มีความพยายามยืนยัน ผลักดัน ยัดเยียดให้เป็นพระที่ สมเด็จฯโต สร้าง แต่ต่อมา ดูแล้ว ยังงั้ยยังไง เก๊าะไม่ใช่แน่ ก็เปลี่ยนมาเป็นของ หลวงปู่ภู ถัดมาอีกระยะ มีผู้รู้เยอะยืนยันว่า ไม่ใช่อีก เพราะมวลสารต่างกัน ก็ยังมีการเล่นหากันไปแบบ งงๆ มึนๆ

มาถึงปัจจุบัน จริงแล้ว ก็ยังไม่มีใครบอกได้แน่ชัดถึงผู้สร้าง แต่ความนิยมก็มีสูงขึ้นไล่ๆ พระสมเด็จบางขุนพรหม กระแสไม่เคยหยุด ยิ่งได้พิจารณาพระองค์งามเยี่ยม สภาพคราบกรุเดิมๆแบบองค์นี้ ที่เห็นก็ต้องบอกว่ายากจะปฏิเสธว่าเป็นพระที่มีอายุการสร้างทันกัน แต่ก็ต้องยอมรับตามเสียงส่วนรวม เรียกเป็น พระกรุเจดีย์เล็ก--เอาที่สบายใจ

ตามมาด้วย พระเชียงแสน ปรกโพธิ์ พิมพ์ใหญ่ กรุวัดอาทิต้นแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นานๆจะมีพระเครื่องสกุลนี้มาโชว์ ก็ขอเปิดปูมประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสนเล็กน้อยว่า เมืองนี้เริ่มต้นสมัย พญามังราย ซึ่งมีหลักฐานว่าท่านมีตัวตนจริง ส่วนเมือง เชียงแสน มีบันทึกว่าสร้างโดย พระเจ้าแสนภูณ บริเวณเมืองเก่าริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อราวปี พ.ศ. ๑๘๗๑ มีเชื้อ สายเป็นราชวงศ์ปกครองอยู่ใต้พระราชอำนาจ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จนสิ้นรัชกาล จึงตกไปอยู่ในปกครองของพม่า ถึงราว พ.ศ.๒๓๔๗ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงได้กลับมาอยู่ในปกครองของไทยจนถึงปัจจุบัน

ผู้ครองเมืองทุกยุคสมัย มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา มุ่งทำนุบำรุงสร้างศิลปวัตถุของเมืองเชียงแสนจนมีชื่อเสียง ได้แก่ พระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์แบบสิงห์ ๑ (แสนแซ้ว) และ เชียงแสน สิงห์ 2 3 ที่รับอิทธิพลมาจากลังกา สุโขทัย

รวมถึง พระพิมพ์สกุลเชียงแสน ที่มีพบน้อยมาก แต่ล้วนเลิศล้ำด้วยพุทธศิลป์ ซึ่งพบเป็น เนื้อตะกั่วสนิมแดง กับ สนิมไข เป็นส่วนใหญ่ อย่าง พระพิมพ์ปรกโพธิ์ องค์นี้ของ เสี่ยพานิช แก้วประสิทธิ์ ที่ผู้ชำนาญการยืนยันว่า เป็นองค์ที่มีความสมบูรณ์งดงามเป็นที่สุดของกรุ

ต่อด้วย พระกริ่งตั๊กแตน พิมพ์บัวฟันปลา ยุคต้น ซึ่งในอดีต จัดอยู่ในหมวด พระกริ่งนอก เพราะเชื่อกันว่าเป็นพระนำเข้า จากเขมร เล่นหาสะสมกันมาอย่างนั้น

จนเมื่อประเทศเขมรหมดยุคสงครามล้างเผ่าพันธุ์ มีการฟื้นฟูประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ เข้าไปค้นคว้าหาวัตถุโบราณ เพื่อเป็นหลักฐานทางโบราณคดีกันมาก เพราะเขมรเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อนใคร มีรากเหง้าทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรมมาแต่ดึกดำบรรพ์

แต่ไม่ปรากฏว่า มีหลักฐาน การสร้างพระกริ่ง ชนิดนี้ ในอาณาเขตประเทศกัมพูชาเลย

เอาละสิ วงการพระเลยป่วน หาที่มาไม่ได้ แต่นักนิยมพระเครื่องไทยก็เก่งวุ้ย มีการตั้งสมมติฐานการพิจารณาใหม่ จาก พุทธศิลป์ ที่ลักษณะคล้ายพระบัวเข็ม พระอุปคุต ซึ่งเป็นศิลปะพระมอญผสมพม่า ฝีมือช่างไทย กับ เนื้อพระ ที่เป็นสัมฤทธิ์เงิน แบบเงินพดด้วง

จึงมีความคิดเห็นเกิดขึ้นใหม่ ว่าน่าจะเป็นพระที่สร้างในภาคอีสานตอนเหนือของประเทศไทย ที่อยู่ติดชายแดนเขมร ตั้งแต่สมัยอยุธยา เรื่อยมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อมีความเห็นย้อนแย้งที่ยังไม่มีบทสรุปได้ ความนิยมในการเล่นหา จึงยังวางเฉยกับเรื่อง ที่มา แต่ความนิยมใน การแสวงหา ยังมีมากเหมือนเดิม โดยแยกเล่นเป็น พระยุคแรก กับ พระยุคหลัง ดูกันที่ ความเก่าเก๋าของเนื้อโลหะ กับ ศิลปะ ที่มีอยู่สองแบบคือ บัวตุ่ม กับ บัวฟันปลา อย่างองค์ในภาพของ เสี่ยวีระ หงษ์อุดม

วันนี้เดินสนามพระวิภาวดีแล้วสนุก เพราะมีแต่พระยอดๆ ประวัติที่มาก็น่าทึ่งทั้งนั้นอีกองค์คือ พระรูปเหมือน ๕ นิ้ว รุ่นชินบัญชรมหาโสฬส พ.ศ.๒๕๓๓ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย ระยอง ของร้านกระต่ายทองคำ

รุ่นนี้เป็น พระรูปเหมือน บูชา ซึ่งสร้าง หลังหลวงปู่ทิม มรณภาพ แต่ได้รับความนิยมสูง เพราะพิธีใหญ่ ชุมนุมพระเกจิอาจารย์สายภาคตะวันออกชั้นศิษย์ทุกองค์ และชื่อรุ่นเป็นมหามงคล

องค์สุดท้ายคือ พระพุทโธน้อย พิมพ์จัมโบ้ แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม อุบาสิกาผู้สำเร็จอภิญญาธรรมชั้นสูง วัดอาวุธ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

เป็นพระเนื้อผงพุทธคุณ ด้านเมตตามหานิยมสูงเยี่ยม เพราะสร้างสำเร็จด้วยบารมีธรรมคำอธิษฐานที่บริสุทธิ์ ได้รับคำยืนยันจากผู้มีประสบการณ์ว่า เหมาะสำหรับผู้รู้ตัวว่ามีบุญน้อยด้อยวาสนา บูชาแล้วเสริมชะตา ชีวิตให้สูงขึ้นได้อย่างเห็นผล

แต่คงไม่ต้องหา พระพิมพ์จัมโบ้ แบบองค์นี้มาใช้ เพราะราคาสูงถึง หลักแสน ให้หา พิมพ์เล็ก ที่มีราคาแค่หลักพันหลักหมื่นมาใช้ให้ได้ผลก่อน ค่อยว่ากันใหม่

บอกลาอารมณ์ดีกันด้วยเรื่องปิดท้ายสไตล์ สนามพระวิภาวดี ว่าในวันงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่เสี่ยวิชา เจ้าของกิจการสินค้าโอทอป เมืองกาญจน์ ก็มีญาติพี่น้องมาร่วมงานกันครบ

หลังทำบุญเสร็จ ส่งพระกลับ ญาติก็มารวมตัว ถามสารทุกข์สุกดิบ พี่สาวเริ่มก่อนด้วยการคุยอวดว่า ส่งลูกชายไปเรียน จบโทมาจากออสเตรเลีย กำลังรอทำงาน

ฝ่ายน้องชายไม่ยอมแพ้ บอกลูกสาวเพิ่งจบปริญญาตรี กำลังรอรับปริญญาแล้วจะส่งไปเรียนต่อโทเมืองนอก อวดกันแล้ว ทั้งพี่สาว น้องชาย หันมาถาม เสี่ยวิชา ทั้งที่รู้ว่าลูกชายขี้เกียจเรียน ว่าแล้ว เจ้าวิทยา ลูกชายพี่เรียนอะไร ไปถึงไหนแล้ว เสี่ยวิชา ก็อึกอัก ไม่รู้จะตอบยังไง ลูกชายเห็นกลัวพ่อเสียหน้า จึงรีบชิงตอบว่า ผมเพิ่งปรึกษาหลวงพ่อเจ้าอาวาส จะขอบวชเป็นพระ เรียนทางธรรม

ป้ากับอาฟังแล้วส่ายหน้าถาม คิดยังไงจะบวชพระ จะเอาดีได้หรือ นายวิทยา จึงบอกว่า ยังไงก็ต้องดีกว่าพี่ๆที่เรียนจบตรีจบโทแต่ต้องหางาน เผลอๆไม่มีงาน ต้องรอ แต่ผมบวชปีเดียว พอสวดมนต์พิธี เจ็ดตำนาน สิบสองตำนานได้ หลวงพ่อเจ้าอาวาส ก็ให้รับกิจนิมนต์ได้เลย มีงานทำทันที มีรายได้ ไม่ต้องรองาน เจ้าค่ะอามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง