วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางการ พัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ระบบหลักประกันสุขภาพในเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ถูกบิดเบือนผันแปรกลายเป็นที่หาประโยชน์ทางกลุ่มคน พรรคการเมือง โดยผลที่ควรจะได้แก่คนป่วยกลับไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เกิดความเดือดร้อนทั้งคนป่วย และคนหน้างานในการรักษา ที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนนอกจากขจัดเหลือบเหลือขอเหล่านี้ให้หมดสิ้น และยังมีประเด็นต่างๆดังที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิวัฒน์ มุทิรางกูร เสนอดังต่อไปนี้

การพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เนื่องจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องกัน ได้แก่ ผู้ให้งานบริการทางสาธารณสุข (กระทรวงสาธารณสุข) ผู้ดูแลค่าใช้จ่ายงานบริการสาธารณสุข (สปสช. และ สสส.) และประชาชนคนไทย การพัฒนาจะมั่นคงและยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนอย่างดี และเรียนรู้และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของผู้อื่น ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2533 ความว่า “ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัว โดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ” ขอน้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางการพัฒนากฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดังนี้ หลักการ 1.หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อคนไทยทุกคน 2.การดูแลสุขภาพของคนไทย อาศัยบทบาทของหน่วยบริการ (กระทรวงสาธารณสุข) กองทุนประกันสุขภาพ (สปสช. ประกันสังคม สิทธิข้าราชการ) และกองทุนส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) และการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ที่ไม่ทับซ้อนกัน และแต่ละฝ่ายเข้าใจหน้าที่ของผู้อื่น ทำให้สามารถบูรณาการการทำงานได้

3.คนทุกๆคน ทุกอาชีพและแม้จะป่วยด้วยโรคที่ต่างกัน ก็ต้องอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเดียวกัน การบริหารจัดการสุขภาพจึงควรบูรณาการ โดยคำนึงถึงเขตพื้นที่เป็นหลัก

แนวทางการปรับปรุงกฎหมาย สปสช. 1.หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อคนไทยเท่านั้น 2.กำหนดบทบาทของ สปสช. ให้เป็นกองทุนประกันสุขภาพเท่านั้น (การป้องกันโรค รักษาโรค การให้ค่าตอบแทนบุคลากรผู้ให้บริการทางสาธารณสุขเป็นหน้าที่ของหน่วยบริการ (กระทรวงสาธารณสุข)

3.บอร์ดควรประกอบด้วย นักการเงินการคลังที่มีความรู้เรื่องประกันสุขภาพ นักสถิติ แพทย์ผู้รักษาผู้ป่วย ตัวแทนผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข และตัวแทนประชาชน

วัตถุประสงค์ เพื่อให้รับรู้รับทราบหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ทั้งของกระทรวงสาธารณสุข ของ สปสช. และบทบาทของประชาชนที่จะมีส่วนร่วมตัวแทนของประชาชนควรเป็นตัวแทนของทุกๆคน เพื่อให้ทราบปัญหา ความต้องการและหน้าที่ของทุกๆคนในพื้นที่ ไม่ใช่ตัวแทนของคนบางกลุ่ม ด้วยหลักการที่ว่าคนทุกๆคน ทุกอาชีพและแม้จะป่วยด้วยโรคที่ต่างกัน ก็ต้องอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินนี้ อย่างไรก็ดี ผู้ที่อยู่ในพื้นที่จะรับรู้รับทราบสภาพสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในถิ่นนั้นๆได้ แพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยเป็นคนสำคัญที่สุดเพราะเป็นผู้รับรู้รับทราบสถานภาพเวลาปฏิบัติงานจริง รู้บทบาทของทั้ง 3 ฝ่าย

- นักสถิติจะมีส่วนสำคัญในการรับรู้รับทราบปัญหาและผลการดำเนินงานที่เป็นวิทยาศาสตร์-ทุกคนทำงานภายใต้เงื่อนไข คำสอนนี้ “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์” พระบรมราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ดังนั้น บอร์ดจะไม่สามารถแสวงหาผลประโยชน์ใดๆโดยการทำธุรกรรมกับกระทรวงสาธารณสุข และ สปสช.ได้

4. สปสช. มีหน้าที่จัดสรรเงินให้แก่หน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนดและควบคุมงานบริการต่างๆ 5.แบ่งส่วนกระจายกองทุนตามเขตพื้นที่เพื่อสนับสนุนงานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีลักษณะเฉพาะตามพื้นที่นั้นๆ

คำอธิบาย 1.หลักประกันสุขภาพเพื่อคนไทย เพราะชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกกฎหมายมีประกันสุขภาพของชาวต่างชาติในรูปแบบที่คล้ายกับเวลาที่คนไทยเดินทางไปต่างประเทศ นอกจากนี้ การให้สิทธิ 30 บาทแก่ชาวต่างชาติจะกระทบการสร้าง medical hub ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ

2.ปัญหาที่ผ่านมามีงานบริการทางสาธารณสุขไม่เป็นที่น่าพอใจ เกิดจากการทำงานที่ทับซ้อนกันในหน้าที่ โดยเฉพาะการมีบทบาทให้บริการทางสาธารณสุข ของ สปสช. ส่งผลให้เน้นการบริการตามสูตรสำเร็จที่ สปสช.กำหนด ส่งผลให้การป้องกันและรักษาโรคช้ากว่ามาตรฐานสากล ไม่เป็นไปตามหลักการแพทย์ รวมถึงการที่แพทย์ไม่สามารถใช้ประสบการณ์ ความสามารถในการประกอบโรคศิลปะได้อย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่ง สปสช. และ สสส. ก็ไม่สามารถบริหารการเงินได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของงาน เช่น สปสช.จัดสรรงบประมาณไปให้มูลนิธิและเอ็นจีโอ ในขณะที่ไม่สามารถจัดสรรค่ารักษาให้โรงพยาบาลได้พอเพียง (น้อยกว่าทุน) จนเกิดวิกฤตการณ์การเงินของโรงพยาบาลทั่วประเทศ 3.การเข้าใจบทบาทหน้าที่ของทุกภาคส่วนจะทำให้ภาพรวมทั้งสุขภาพของประชาชน และงบประมาณค่าใช้จ่ายดีขึ้น การมีส่วนร่วมของประชาชนที่ดีเกิดจากการที่ประชาชนในพื้นที่รับรู้รับทราบปัญหา และร่วมกันคิดหาแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว ดังนั้น สธ. สปสช. และ สสส. มีหน้าที่เปิดเผยสถานภาพที่เป็นจริงในส่วนที่ตนรับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนรับรู้รับทราบ และนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา

ที่มาของตัวแทนภาคประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าโครงสร้างเดิมของตัวแทนภาคประชาชนเป็นโครงสร้างที่มีปัญหาซ่อนอยู่ เนื่องจากเป็นโครงสร้างที่ตัวแทนแต่ละคนเป็นตัวแทนของประชาชนบางกลุ่มเท่านั้น ส่งถึงปัญหาหลายข้อ ได้แก่ 1.เหลื่อมล้ำและความขัดแย้งแย่งทรัพยากร เช่น การมีตัวแทนผู้ติดเชื้อ HIV ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเสียเปรียบ 2.ทับซ้อน เช่น การมีตัวแทนคนพิการและตัวแทนคนชรา (คนชราที่พิการใครดูแล) 3.ไม่ใช่ตัวแทนจริง เช่น ตัวแทนเกษตรกร ไม่สามารถเป็นตัวแทนผู้ปลูกลำไยในภาคเหนือและตัวแทนชาวประมงในภาคใต้ได้ ตัวแทนภาคประชาชนที่ดีควรยึดตามเขตพื้นที่ในลักษณะเป็นครอบครัวใหญ่ ที่คนคนนั้นพูดคุยรู้ และเข้าถึงปัญหาของผู้คนในทุกสังคม ทุกวัยและทุกสาขาอาชีพ

4.การดำเนินงานที่ดีควรมีข้อมูลผลการดำเนินงาน การมีแพทย์ผู้รักษาผู้ป่วยอยู่ในบอร์ดจะทำให้รับรู้รับทราบปัญหาในการดำเนินการของแต่ละฝ่ายได้อย่างทันท่วงที

5.สุดท้ายการจัดสรรทรัพยากร ควรยึดหลักทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้พอเพียงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้ การบริหารงานบริการทางสาธารณสุขตามเขตพื้นที่จะสามารถทำให้การบริหารทรัพยากรให้พอเพียง และเกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้.

หมอดื้อ