วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“แอปเปิล” สยายปีกสู่ ฮอลลีวูด

สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่เกี่ยวกับแอปเปิลที่น่าสนใจ ก็คือการไม่เป็นมิตร แท้และศัตรูที่ถาวร ระหว่าง “แอปเปิล” กับ “กูเกิล” สองยักษ์ใหญ่เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ก้อนมหาศาลที่ทั้งสองค่ายเอื้อต่อกัน

มีรายงานจาก Berstein Toni Sacconaghi ได้ประเมินว่าในปีนี้กูเกิลได้ตกลงจ่ายให้แอปเปิล เป็นจำนวนเงินราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเฉียดแสนล้านบาท เป็นค่าไลเซนส์เพื่อให้ทางแอปเปิล กำหนดค่าให้กูเกิลเป็น default search engine หรือเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูลเริ่มต้นในอุปกรณ์ iOS ทั้งไอโฟนและไอแพด จำนวนดังกล่าวคิดเป็น 5% ของผลกำไรทั้งหมด ของแอปเปิล

นับเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมหาศาลจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา มีข่าวว่าทางกูเกิลได้ตกลงจ่ายไลเซนส์เป็นจำนวนเงินประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ฯ โดยผลประโยชน์จากกูเกิลจะได้รับคืออุปกรณ์ที่ใช้ iOS โดยเฉพาะไอโฟนของแอปเปิลที่จำหน่ายไปทั่วโลกกว่า 1,200 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 50% ของรายได้จากใช้เครื่องมือค้นหาข้อมูลของกูเกิล

นอกจากนี้ ดิ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ได้รายงานว่า ทางแอปเปิลได้เตรียมงบจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์ฯ เพื่อซื้อคอนเทนต์รายการทีวีชื่อดังในสหรัฐฯในช่วงปีหน้า คาดกันว่าเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวจะสามารถซื้อรายการทีวีที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับซีรีส์ชื่อดังอย่าง “Game of Thrones” แต่ก็ไม่ได้มีคำยืนยันจากทางแอปเปิล

ปัจจุบันแอปเปิลเป็นเจ้าของรายการชื่อดัง 2 รายการคือ Carpool Karaoke และ Planet of the Apps และก่อนหน้านี้มีข่าวว่าแอปเปิลได้ทาบทามโปรดิวเซอร์ในฮอลลีวูดอีกหลายคนเพื่อซื้อสคริปต์รายการทีวีและซีรีส์มาผลิตเองในปีนี้ ซึ่งก็มีกระแสข่าวหลุดออกมาถึงการเตรียมงบดังกล่าว

ขณะเดียวกันก็มีการมองว่า การเคลื่อนไหวนี้จะทำให้แอปเปิล เป็นที่น่าเกรงขามเพราะเมื่อกลยุทธ์ทางการตลาดและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งใช้ไอโฟน ไอแพดทั่วโลก และวิธีการสร้างตลาดฮอลลีวูดในแบบฉบับของแอปเปิลผ่านแอปเปิลมิวสิค แม้ว่างบประมาณที่จะใช้ในปีหน้าน้อยกว่าเอชบีโอ ถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ฯในปีที่ผ่านมา หรืออเมซอน ใช้งบถึง 4,500 ล้านดอลลาร์ฯ หรือแม้แต่เน็ตฟลิกต์ใช้งบประมาณถึง 6,000 ล้านดอลลาร์ฯ

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์มองว่า คอนเทนต์ทางทีวีเป็นสิ่งที่ทำเงินมากกว่าคอนเทนต์เพลง ซึ่งคนมักไม่ค่อยยอมจ่ายเงิน นิยมฟังฟรีมากกว่า

เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป!

หนุ่มดิจิทัล
cybernet@thairath.co.th