วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปตำรวจ 1

นายตำรวจที่จบจาก รร.เตรียมทหาร และ รร.นายร้อยตำรวจ เห็นด้วยที่รัฐบาลให้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ โดยเร่งรัดให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยมีคณะกรรมการที่มีข้าราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และข้าราชการตำรวจ ทั้งในปัจจุบัน และอดีตข้าราชการตำรวจ เป็นคณะกรรมการเสนอแนวทางให้กับรัฐบาล คสช.ดำเนินการ

บอกว่าเห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปในเรื่อง สวัสดิการเงินเดือน ค่าตอบแทน กำลังพล การซื้อขายตำแหน่ง การเมืองเข้ามาก้าวก่ายการแต่งตั้ง

หากทำได้จะได้ใจตำรวจและครอบครัว

ส่วนที่ไม่เห็นด้วย คือ การแยกงานสอบสวน ออกจากสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ และ ให้ตำรวจขึ้นกับจังหวัด ซึ่งตำรวจส่วนใหญ่คัดค้าน และมีปฏิกิริยาต่อต้านออกมาแน่นอน

และชี้ให้เห็นว่า เหตุใดที่คนอยากให้แยกงานสอบสวนออกจากตำรวจ เพราะว่าอยากมีอำนาจ อยากจะควบคุมเบ็ดเสร็จ จะเห็นได้จาก คสช.มีคำสั่ง 115/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 ให้ตำรวจภูธรภาคทำความเห็นแย้งอัยการแทนผู้ว่าราชการ เพราะในระดับจังหวัดผู้ว่าราชการจะเกรงใจอัยการ

อัยการมีความเห็นอย่างไรเอาอย่างนั้น ปัจจุบันตำรวจภูธรภาค ได้มี ศกม.ภ. หรือศูนย์กฎหมายภาค ขึ้นมาเอาไว้ทำความเห็นแย้งอัยการ ซึ่งเป็นการคานอำนาจ

ถ่วงดุลกันระหว่างอัยการ

จะเห็นได้ว่าปัจจุบันคดีที่ ศกม.ภ.ได้ทำความเห็นแย้งกับอัยการจังหวัด แล้วเสนอให้อัยการสูงสุดชี้ขาด และส่วนใหญ่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยกับตำรวจภาค

ทั้งที่ก่อนหน้ามีคำสั่ง คสช.มีผู้ว่าราชการ 66 จังหวัด ไม่เคยเห็นแย้งกับอัยการเลย ขณะนี้อัยการจะสั่งไม่ฟ้องคดีใด จะคิดหน้าคิดหลัง กลัวจะเสียฟอร์มหากอัยการสูงสุด เห็นด้วยกับตำรวจภาค

อีกทั้งกระทรวงมหาดไทย ยังคงหวงอำนาจ ทั้งที่มีหน้าที่หลักในการพัฒนาท้องถิ่น ชุมชน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แต่ยังคิดว่าตนเองเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่มีอำนาจจับกุมและสอบสวน

เพราะสมัยก่อนการผลิตตำรวจยังไม่เพียงพอ ไปดูตามบอร์ดชื่อหัวหน้าสถานีตำรวจในต่างจังหวัด จะมีจ่า หรือดาบ เป็นหัวหน้าสถานี การสอบสวนจึงอยู่ที่ปลัดอำเภอหรือนายอำเภอ

แต่ปัจจุบันตำรวจผลิตบุคลากรเพียงพอ นายตำรวจอยู่ประจำสถานีตำรวจทั่วประเทศ การให้การบริการความยุติธรรมได้ทั่วถึงและเต็มที่ มหาดไทยยังยื้ออำนาจสอบสวนไปมา ให้เป็นเรื่องเรื่อยๆ

หน้าที่มหาดไทยกว้างขวางมาก ขอให้ทำตรงนั้นให้ดีก่อน.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th