วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ประชดใส่ ไม่คาดหวังกับสื่อ

โฆษกคสช.ขอโทษแทนไก่อู ปัดบีบทีวีทำข่าวครม.สัญจร

“บิ๊กป้อม” ปัดทหาร ถืออาวุธขู่ชาวบ้านสกัดเข้ากรุงเชียร์ “ปู” บอกพื้นที่ฝึกทหารทภ.3 ต้องมีปืน แต่ไม่มีกระสุนจริง สตง. แจงสะกิด มท.ปราม อปท.ทุ่มงบฯขนคน คาดโทษเบิกจ่ายไม่ตรงตามจริงโดนคดี “วัฒนา” โวยรัฐบาลจ้องส่งเข้าคุกก่อน 25 ส.ค. ดักคอรู้ผลล่วงหน้าลุกลี้ลุกลนบล็อกมวลชนกลัวเอาไม่อยู่ ท้าห้าวสวมเสื้อ “รังเกียจ เผด็จการ” ไปพบพนักงานสอบสวน ปอท. “บุญทรง-ภูมิ” ยันไปศาลแน่ฟังคำพิพากษา อดีต รมช.พาณิชย์เตรียมกระเป๋าพร้อม โอดถูกยึดเงินยื่นขอประกัน “ยิ่งลักษณ์” เก็บตัวทำกับข้าวอยู่กับลูกก่อนลุ้นคดี “วินธัย” ขอโทษแทน “ไก่อู” ถ้ารบกวนสื่อ “บิ๊กตู่” อ้อนยก ครม.สัญจรจับเข่าคุยคนอีสาน ปลุกรัฐวิสาหกิจสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ น้อยใจไม่คาดหวังอะไรกับสื่ออยู่แล้ว

จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพทหารพร้อมอาวุธลงไปในพื้นที่ตามแยกในหมู่บ้านและวัดต่างๆ ใน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ระบุเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มวลชนเดินทางเข้ากรุงเทพฯมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 25 ส.ค. วันตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า เป็นการฝึกทหารของกองทัพภาคที่ 3 ไม่มีการเอาปืนไปข่มขู่ประชาชน

“บิ๊กป้อม” ปัดทหารชูปืนสกัดเชียร์ “ปู”

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพทหารพร้อมอาวุธไปตามแยกในหมู่บ้าน และวัดต่างๆในพื้นที่ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน พร้อมระบุว่าเป็นการสกัดเพื่อไม่ให้มวลชนเดินทางเข้ามาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 25 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า เรื่องนี้แม่ทัพภาคที่ 3 ชี้แจงแล้วว่าเป็นพื้นที่ฝึกของเขา “ไม่มีหรอก จะไปทำเพื่ออะไร ทหารจะเอาปืนไปขู่ประชาชน แค่นึกก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ความจริงไม่น่าถามนะ ไปสร้างความไม่เข้าใจ อย่างนี้ทหารเขาเสียหาย ไม่มีหรอกครับ ในพื้นที่ฝึกก็ต้องมีปืน แต่ไม่มีกระสุนจริงหรอก”

สตง.ชี้สะกิด มท.ปราม อปท.ขนคน

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวถึงกรณีที่ส่งหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำมวลชนเข้ามาในกรุงเทพฯและปริมณฑลว่า แต่ละปี อปท.มีงบทำกิจกรรมพาชาวบ้านไปดูงาน แต่ไม่นานมานี้ปรากฏทางสื่อออนไลน์ว่ามีโครงการนำประชาชนมากราบพระบรมศพ แต่สุดท้ายไปอยู่หน้าศาลฎีกา กำลังสืบอยู่ว่าเป็น อปท.ท้องที่ใด การใช้งบฯต้องเป็นตามวัตถุประสงค์ กระทรวงมหาดไทยได้ส่งหนังสือให้ ผวจ.กำชับการใช้งบฯแล้ว รวมถึงขอความร่วมมือไปยังกระทรวงกลาโหม ถ้าพบการใช้งบผิดประเภทให้ส่งข้อมูลมาให้ สตง.ตรวจสอบ อยากให้หนังสือที่ สตง.แจ้งเตือนเป็นบรรทัดฐานว่าการใช้งบฯต้องไม่มีประโยชน์แอบแฝง ไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบ หลังส่งหนังสือไปแล้วพบ อปท.หลายพื้นที่ชะลอโครงการเกี่ยวกับการเดินทาง สตง.ไม่ได้ห้ามไปศึกษาดูงานแต่การใช้จ่ายงบฯต้องถูกตามวัตถุประสงค์

ขู่เบิกงบไม่ตรงข้อเท็จจริงโดนคดี

นายพิศิษฐ์กล่าวอีกว่า ช่วงเดือน ส.ค.มีโครงการของ อปท.จะเข้ามาทำกิจกรรมในกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่จำนวนหนึ่ง ได้แนะนำว่าถ้าผิดวัตถุประสงค์จะไม่สามารถเบิกจ่ายงบได้ หากหลักฐานเบิกจ่ายไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจะถือว่ามีความผิดอาจถูกดำเนินคดีด้วย เราเตือนเพื่อลดความเสี่ยงจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบภายหลัง เมื่อถามว่า สตง.พบเบาะแสการเบิกจ่ายงบฯที่อาจผิดวัตถุประสงค์พื้นที่ใดบ้าง นายพิศิษฐ์ตอบว่า มีหลายจังหวัด แต่เมื่อ อปท.ยังไม่กระทำความผิด ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดโปง ขอชื่นชม อปท.บางพื้นที่รู้ว่าอาจทำความผิดแล้วไม่ทำ เราไม่ได้ทำเพื่อการเมืองสีใด เพราะในหนังสือที่แจ้งเตือนไม่ได้ระบุวันเวลาการตรวจสอบ หรือให้ตรวจสอบคนกลุ่มใด เมื่อถามอีกว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ขอให้ สตง.ตรวจสอบงบของกองทัพที่ใช้สกัดกั้นมวลชน นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า สตง.มีบทบาทหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้นทำได้อยู่แล้ว ไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหาเรื่องการตรวจสอบ เราตรวจทุกหน่วยงานอยู่แล้ว

เร่งสอบปมร้องระบายข้าวฉาว

นายพิศิษฐ์กล่าวถึงกรณีการระบายข้าวที่มีการร้องเรียนผู้เสนอซื้อข้าวอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2560 มีบางบริษัทคุณสมบัติไม่ครบว่า ช่วงที่ประมูลข้าวอาจไม่ได้ไปสังเกตการณ์ แต่เมื่อมีข้อร้องเรียนจะเข้าไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือไม่ กำลังตรวจสอบอยู่ สตง.ตรวจสอบอยู่แล้ว เมื่อมีเรื่องร้องเรียนว่ามีข้าวชนิดหนึ่งถูกขายในอุตสาหกรรมเอทานอล แต่ความจริงเป็นข้าวที่ใช้บริโภคได้ สตง.ตรวจสอบ แต่ไม่มี ประเด็นอะไร การระบายข้าวเป็นส่วนหนึ่งที่ สตง. ติดตาม ต้องระบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การจำนำข้าวเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ทำให้มีข้าวค้างสต๊อกจำนวนมาก ฉะนั้นการระบายข้าวผิดวิธีการ อาจส่งผลกระทบต่อข้าวฤดูใหม่ จะกระทบเรื่องราคา จึงต้องดำเนินการไม่ให้ส่งผลกระทบในส่วนนี้ จึงดูและประเมินติดตามอยู่

“บิ๊กปู” เข้มรับมือม็อบ 25 ส.ค.

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง นัดฟังคำตัดสินคดีจำนำข้าวในวันที่ 25 ส.ค. โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวภายหลังการประชุมว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ยึดแผนกรกฎเป็นหลักและให้บังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ ถึงตรงนี้ตอบไม่ได้ว่าจะมีผู้มาให้กำลังใจเท่าไหร่ คาดว่าน่าจะมีเยอะกว่าครั้งแถลงปิดคดี แต่น่าจะไม่มีอะไร ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังสั่งห้ามไม่ให้สกัดผู้จะเข้ามาให้กำลังใจ เพียงแต่ต้องมาอย่างถูกกฎหมาย ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนบางกลุ่ม สันติบาลรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวชักชวนกันทั้งประเทศ ที่จะมาให้กำลังใจในครั้งนี้ แต่เป็นกลุ่มเล็กๆ 10-20 คน มีประมาณ 10 จังหวัดที่ไม่พบความเคลื่อนไหว การข่าวยังไม่มีอะไรพิสดาร เพียงแต่ต้องระวังตามหน้าที่เพราะมีตัวแปรเยอะ เดินทางกันเข้ามามากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดเหตุก็มากขึ้นเท่านั้น

“วัฒนา”โวยจ้องส่งยัดคุกก่อน 25 ส.ค.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคนทั่วไปย่อมมองออกว่าผู้มีอำนาจกำลังใช้กฎหมายเล่นงานคนที่แสดงตัวว่ายืนเคียงข้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และคนที่กล้าพูดตำหนิการทำงานของรัฐบาลแบบตรงไปตรงมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้สามารถใช้กฎหมายเล่นงานใครเมื่อไรก็ได้ เช่น การใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์เล่นงานตน มีการเร่งรัดคดีและตั้งข้อหาเพิ่ม ถ้าเป็นพวกเดียวกันหรือเป็นเด็กดี คดีสามารถปล่อยให้ล่าช้า การที่รัฐบาลเร่งรัดจนลุกลี้ลุกลนกับตน สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดกับพี่น้องประชาชนที่จะมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงต้องการปิดเกมก่อนวันที่ 25 ส.ค. หมายฉบับที่ 2 จึงออกมาเพื่อให้ตนไปพบและจะนำตัวไปฝากขังวันที่ 21 ส.ค. หวังว่าหากตนไปอยู่ในคุกจะไม่มีโอกาสแสดงความเห็นว่าการมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิดกฎหมาย

ซัดลุกลี้ลุกลนสงสัยรู้ผลล่วงหน้า

นายวัฒนากล่าวด้วยว่า หากบ้านเมืองปกครองกันแบบนี้ ต่อไปจะไม่มีใครกล้าพูดความจริง เพราะจะโดนผู้มีอำนาจใช้กฎหมายและเล่ห์กลเล่นงานได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้ความพยายามที่จะเอาตนไปศาลเพื่อขอฝากขังและจะค้านการขอประกันตัวมีอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ไปฆ่าใครตายหรืออุ้มใครไปรีดเงิน ผิดกับคดีอาญาบางคดีที่ผู้ทำผิดเป็นพวกเดียวกัน เช่น คดีนายพลทหารไทยที่ถูกกล่าวหาว่าอุ้มเสี่ยรีดเงินแต่ได้ประกันอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ที่น่าสังเกตคือ อาการของผู้มีอำนาจที่ตื่นเต้นกับการสกัดมวลชนทั่วประเทศ ทำให้น่าสงสัยว่ารัฐบาลรู้ผลคำพิพากษาล่วงหน้า จึงกลัวจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ หากปล่อยให้เป็นไปตามปกติก็ไม่มีเหตุผลที่ คสช.จะต้องกังวลกับจำนวนมวลชนจะมามากมายขนาดไหน ยกเว้นรัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังการตัดสิน จึงออกอาการตื่นเต้นขนาดนี้

จะใส่เสื้อ“รังเกียจเผด็จการ” พบ พงส.

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายวัฒนาได้โพสต์เฟซบุ๊กเป็นรูปภาพตนเองสวมเสื้อยืดสีขาวและสีดำ มีข้อความว่า “รังเกียจ เผด็จการ” และมีรูปรถถังสีเขียว โดยระบุข้อความว่า “รังเกียจ...เผด็จการ” เสร็จจากแถลงข่าวที่พรรค ตนเดินทางมารับเสื้อยืดสีขาวและสีดำที่สั่งทำไว้ เพราะตั้งใจจะใส่เสื้อสลับสีกันทุกวัน และจะใส่ไปพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.00 น. โดยข้อความที่ปรากฏบนหน้าอกเสื้อบอกความรู้สึกของตน เชื่อว่าตรงกับความรู้สึกของประชาชนจำนวนมาก แต่ไม่กล้าแสดงออก เลยแสดงแทน หากเผด็จการเห็นข้อความที่หน้าอกเสื้อแล้วทนไม่ได้ จะเอาข้อหามายัดให้เพิ่ม อีกก็เชิญ ช่วยรีบมาหน่อยก็ดีเพราะตนกำลังกลัว

“บุญทรง-ภูมิ” ไปแน่ฟังคำพิพากษา

ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 คดีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กล่าวว่า จะเดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อรับฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค. แน่นอน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าองค์คณะจะนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของตนหรือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวก่อน เพราะศาลนัดฟังคำพิพากษาเวลาเดียวกัน ล่าสุดยังไม่มีการประสานใดๆ มาจากทางศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ยืนยันจะไปฟังคำพิพากษาตามวันนัดอย่างแน่นอน และจะไปพร้อมถือกระเป๋าด้วย ยังไม่ทราบว่าศาลจะอ่านคำพิพากษาคดีไหนก่อน แต่จะไปให้พร้อม รอไว้ก่อน เอาใจช่วยตนด้วยนะครับ

ศาลไต่สวนจำเลยขอทุเลาอายัด

วันเดียวกัน ศาลปกครองนัดไต่สวนครั้งที่ 3 ในคดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯกับพวกรวม 3 คน กรณีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดและมีคำสั่งทางปกครองให้กระทรวงพาณิชย์เรียกเงินชดใช้ค่าสินไหมในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี โดยขอให้ศาลปกครองกลาง พิจารณาเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย นายบุญทรงเปิดเผยว่าตนและภรรยาถูกอายัดบัญชีเงินฝากรวม 9 บัญชี เป็นของภรรยา 2 บัญชี ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด โดยค่าสินไหมทดแทนตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ได้เรียกเงินชดใช้ โดยเรียกจากนายบุญทรง จำนวน 1,770 ล้านบาท และนายภูมิ จำนวน 2,300 ล้านบาท

อดีต รมช.โอดไม่มีเงินยื่นประกัน

นายภูมิ เปิดเผยว่า ถูกอายัดเงินที่ใช้ประกันตัว ในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้เดือดร้อนเสียหาย หวังว่าจะได้รับการบรรเทาทุกข์ กรณีอายัดซ้ำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ แต่ถ้าหากศาลฎีกาพิพากษาคืนหลักประกัน และเมื่อหลักประกันลอยอยู่ ถ้าหากถูกอายัดไปจะไม่มีหลักทรัพย์จะไปประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ บัญชีที่ถูกอายัดมีความสำคัญและเป็นเงินจำนวนมาก ไปกู้ยืมมาจากบุคคลอื่นมาใช้ประกันตัว หากถูกยึดจะเป็นภาระหนัก ทั้งไม่มีเงินประกันในชั้นอุทธรณ์และ ต้องใช้หนี้เจ้าของเงิน

“ยิ่งลักษณ์” เก็บตัวดูแลลูกก่อนลุ้นคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงเข้าโค้งสุดท้ายก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ในช่วงนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่พักผ่อนและออกกำลังกายอยู่กับบ้าน ขณะที่เมื่อวันที่ 18 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปตลาด อตก.กับแม่บ้าน เพื่อซื้อของมาทำกับข้าวให้กับ “น้องไปก์” นายศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย จากนั้นอดีตนายกฯได้พาน้องไปก์ไปที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ รามอินทรา เพื่อทานอาหารกลางวัน โดยได้โพสต์รูปคู่กับน้องไปก์พร้อมข้อความว่า “หลังจากเดินตลาดก็เลยพาน้องไปก์มาทานอาหารต่อค่ะ” ทั้งนี้ คนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการใช้เวลาก่อนที่ศาลฎีกาฯจะอ่านคำพิพากษาอยู่กับน้องไปก์ให้มาก ทำกับข้าวให้ทานและออกกำลัง–กายด้วยกัน และน้องไปก์เตรียมที่จะไปเข้าสู่การเป็นนักศึกษาวิชาทหาร

“มีชัย” ย้ำเซ็ตซีโร่ กสม.เพื่อชาติ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)กล่าวถึงมติสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้เซ็ตซีโร่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าร่างกฎหมายว่าด้วย กสม. ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็ทำความเห็นแย้งได้ ส่วนกรธ.ยืนยันว่าจำเป็นต้องเซ็ตซีโร่มิเช่นนั้นปัญหาเรื่องการถูกลดเกรดตามกติกาปารีสจะไม่จบ การทำเช่นนี้เหตุที่เขาอ้างจะหมดไป การพ้นจากตำแหน่งไม่ใช่เรื่องสิทธิแต่เป็นหน้าที่ อย่าง กรธ.ต้องไปไม่ได้เป็นตลอดชีวิต เรารู้สึกเห็นใจกสม.โดยเฉพาะ 2-3 ท่านที่ต่างประเทศให้การยอมรับ แต่สำหรับส่วนรวมแล้วเราต้องทำเพื่อประเทศชาติ ส่วนขั้นตอนการสรรหา กสม.ชุดใหม่จะใช้เวลากว่า 200 วัน เพื่อเปิดให้ภาคประชาสังคมรับรู้และมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

“นพดล” เย้ยแผนเยอะอ่อนปฏิบัติ

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า เห็นรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆ แล้วไม่เหนือความคาดหมาย แต่ไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล แต่ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องกระบวนการปฏิรูปที่เริ่มจากตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้วต่อมามีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ประชุมและเขียนแผนการปฏิรูปด้านต่างๆ เต็มไปหมดมา 3 ปีกว่าแล้ว ยังแปลกใจว่าทำไมจะต้องมาร่างแผนปฏิรูปอีกตั้ง 8 เดือน ทราบว่า สปช.และ สปท. ส่งแผนปฏิรูปด้านต่างๆให้รัฐบาลไปแล้ว ทำไมไม่เอาแผนเหล่านี้ไปลงมือทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ตัวชี้วัดความสำเร็จไม่ใช่จำนวนแผน แต่อยู่ที่ความสำเร็จตามแผน เช่น การปฏิรูปการศึกษากับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พูดกันมานานหลายปีทำสำเร็จไปแค่ไหนแล้ว คุณภาพการศึกษาอยู่ลำดับไหนของอาเซียน ป่าไม้ ชายทะเล ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายอย่างต่อเนื่องใช่หรือไม่ จะแก้ปัญหานี้เร่งด่วนอย่างไร ไม่อยากเห็นประเทศเป็นสังคมอุดมแผนปฏิรูปแต่อ่อนปฏิบัติ เปรียบเหมือนมีนักฟุตบอลเต็มสนาม หลายคนได้รับการคัดตัวลงแข่งทุกแมตช์ และวิ่งโชว์ลีลาเลี้ยงลูกฟุตบอลมานาน แต่ที่เราอยากเห็นคือการทำประตู

“บิ๊กตู่” เตรียมสัญจรกราบย่าโม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 21-22 ส.ค. โดยวันที่ 21 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.จะเดินทางไปกราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จากนั้นไปยังศาลาอเนกประสงค์สวน สาธารณะเทศบาลตำบลหัวทะเล อ.เมือง เพื่อพบปะตอบข้อซักถามประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบเอกสารที่ดินทำกินตามโครงการของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ช่วงบ่ายไปตรวจเยี่ยมการสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำแบบแก้มลิง ที่บ้านหนอง-ขี้เหล็ก ต.วังหิน อ.โนนแดง ติดตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชดำริ พร้อมพบปะชาวบ้านโนนแดง จากนั้นวันที่ 22 ส.ค. นายกฯจะเป็นประธานการประชุม ครม.ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี หลังเสร็จสิ้นการประชุมนายกฯเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ตีปี๊บยก ครม.ลงเอกซเรย์ปัญหา

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า 3 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลได้แก้ปัญหาเดิมของประเทศและวางรากฐานการพัฒนาหลายเรื่อง ตนให้ความสำคัญการแก้ปัญหาปากท้องจนตัวชี้วัดดีขึ้น จีดีพีไตรมาส 1 ของปีนี้บวกร้อยละ 3.3 เราต้องประคับ–ประคองสถานการณ์ให้ได้ก่อน วันนี้ถึงเวลาที่ตนและ ครม.จะลงพื้นที่เอกซเรย์ปัญหาของประชาชนที่แตกต่างกันตามภาค ตามแต่ละท้องถิ่น เพื่อสร้างการเชื่อมโยงลดความเหลื่อมล้ำ พอโครงสร้างหลักของบ้านมั่นคงดี ส่วนประกอบที่เหลือจะยึดเข้าด้วยกันได้อย่างแข็งแรง เช่นเดียวกับประชาธิปไตย ต้องสร้างโครงสร้างให้เข้มแข็งจะได้เป็นประชาธิปไตยที่มั่นคง กิจกรรมหลักในการประชุมคณะรัฐมนตรีตามภูมิภาคต่างๆ คือ 1. การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีเพื่อรับฟังปัญหาใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่และติดตามการแก้ปัญหาเดิม 2.การพบปะประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาภาคนำมาสู่ความร่วมมือ 3.นำประเด็นปัญหาต่างๆมาหารือกันในที่ประชุม เพื่ออนุมัติสั่งการด้วยแผน โครงการและงบประมาณ จะได้มีความรวดเร็วที่ไม่ใช่การมองจากกรุงเทพฯ

อ้อนคนอีสานรอจับเข่าคุย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนรับฟังจากทุกที่แต่ลงไปให้เห็นด้วยตาจะได้สังเกตให้ดีขึ้น ได้พบปะประชาชน สิ่งที่ทำมาแล้ว 3 ปีน่าจะได้รับทราบ และแผนงานอีก 2 ปีที่เราจะเร่งเติมลงไป โครงสร้างแรกๆได้ทำไปบ้างแล้ว อีก 2 ปี จะใช้งบประมาณที่เราจัดทำมาให้มันต่อเนื่อง ลดความเหลื่อมล้ำทางกายภาพ ต้องไปดูคนที่ยังไม่ได้เข้าในระบบ ยังมีคนจนจำนวนมาก คิดว่ามากกว่า 14.9 ล้านคน ตัวเลขที่ทำมาเป็นเพียงผู้มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท ตนคิดว่าอยู่ไม่ได้ อย่างไรก็ต้อง 3 แสนบาทขึ้นไป รัฐบาลต้องไปหาวิธีการ แต่ข้อสำคัญทุกคนก็ต้องยอมรับหลักการ ไม่เช่นนั้นมันไปไม่ได้ รัฐบาลคิดและทำโครงการ แต่ประชาชนไม่เห็นด้วย มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด การสร้างงาน สร้างอาชีพ มันก็เกิดขึ้นไม่ได้ ขอร้องก็แล้วกันพยายามเข้าใจกันหน่อย ช่วงวันที่ 19-22 ส.ค.นี้ อยากให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะชาวอีสาน ติดตามข่าวสารการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามที่ได้กล่าวไป ภูมิภาคอื่นๆก็อยากให้ตื่นตัว เตรียมการและรอพบปะจับเข่าคุยกันในโอกาสต่อไปด้วย ส่วนหน่วยงานในพื้นที่ไม่ต้องเตรียมการใหญ่โต ต้องการเพียงแค่พบปะกับประชาชน ข้าราชการรับทราบปัญหา ไม่ต้องต้อนรับเสียเงินแล้วทำให้คนเดือดร้อน

โฆษก คสช.ขอโทษถ้ารบกวนสื่อ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีสำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯขอความร่วมมือสื่อมวลชนเสนอข่าวรัฐมนตรีลงพื้นที่ระหว่างประชุม ครม.นอกสถานที่ว่า เชื่อว่าเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ที่จะสนับสนุนเนื้อหาการปฏิบัติราชการของแต่ละกระทรวง แต่กลับเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนบางท่านไม่น่าจะแปรเจตนาในแง่มุมอื่น หรือกรณีอาจมีบางสื่อที่ไม่เน้นเนื้อหาว่าภาครัฐได้ทำอะไรหรือกำลังจะทำอะไรเพื่อประเทศ ทั้งหมดคงเป็นอิสระส่วนบุคคลไม่เป็นไร เชื่อว่าทุกส่วนอยากให้ประชาชนบริโภคข่าวสารที่เป็นประโยชน์ มิใช่เรื่องวาทกรรมทางการเมือง ที่ทำให้สังคมแตกแยก ถ้าสื่อไม่สนใจเนื้อหาที่สำนักโฆษกฯเตรียมไว้อยู่ที่ดุลพินิจของท่าน และต้องขอโทษแทนที่คิดว่าเป็นการรบกวนการทำงานของสื่อ ถึงอย่างไร หัวหน้า คสช.ยังคงต้องพูดอธิบายสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยตัวเองเป็นหลัก เชื่อมั่นว่าท่านจะไม่มีอาการน้อยใจ

“บิ๊กตู่” ปลุกรัฐวิสาหกิจสร้างความไว้ใจ

เมื่อเวลา 18.00 น. ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ตนให้ความสำคัญกับรัฐวิสาหกิจเพราะเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศตลอดมา ต้องการให้ประชาชนอยู่ดีขึ้นตามศาสตร์พระราชา ร่วมกันปฏิรูปช่วยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ให้มีการลงทุน 2-3 เท่า สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจลดความหวาดระแวง สร้างความเท่าเทียมให้ทุกฝ่าย ปัญหาของประเทศติดกับอยู่ที่ความคิดที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ยังมีความเห็นขัดแย้งไม่เข้าใจในการทำงานของรัฐบาล ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากเราต้องช่วยตัวเราเอง บางทีมันก็ท้อแต่ท้อไม่ได้ ตนเหมือนยิ่งตียิ่งโตเพราะมันสู้ ทำอะไรก็ตามต้องสร้างความเข้าใจให้ได้ป้องกันตัวเองให้ได้ ทุกคนต้องช่วยตรงนี้ เม่นตัวนิดเดียวแต่ใครเข้าใกล้ไม่ได้ พองขน เขาเรียกว่าสร้างมาตรการคุ้มครองตัวเอง องค์กรต้องทำตัวแบบนี้

ประชดสื่อไม่คาดหวังอะไรอยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า “วันนี้ผมเห็นนายกสมาคมสื่อพูดออกมาว่าเขาไม่มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล เขามีหน้าที่ทำประโยชน์สาธารณะ ผมก็ไม่รู้ว่าทำวันนี้ทำเพื่อใครเหมือนกัน มันมีประโยชน์กับประเทศสาธารณะก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมชักไม่รู้ตัวแล้วนะ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับท่านอยู่แล้ว เชิญท่านจะไปทำก็ทำเถอะ ไม่ต้องไปตามไปสัมภาษณ์ผมอีกต่อไปก็ได้ ผมจะพูดของผม อย่างน้อยพูดกับพวกเรา คงไม่มีใครเบื่อจะฟัง ผมจะพูดไปเรื่อยของผมเพราะต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และสัปดาห์หน้าจะไปอีสานจะพูดให้ฟังอนาคตภาคอีสานมีจุดอ่อนแข็งอย่างไร โอกาสความเสี่ยงคืออะไร และฟังเขาว่าที่เราจะให้เขาตรงกับที่เขาต้องการหรือไม่ รัฐวิสาหกิจจะมีส่วนเป็นอย่างมากในการทำงานตรงนี้ คงต้องทำทุกภาค ผมมองไว้แล้ว 6 ภาค ผมจะไปทุกภาคอยู่แล้วในการประชุม ครม.”

สตง.รอข้อมูลสอบงบฯ “กรมกร๊วก”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้จ่ายงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์หลัง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนติดตามทำข่าวรัฐมนตรีในการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรว่า สตง.ตรวจสอบตามปกติ ถ้าใครมีข้อมูลอะไรพิเศษสามารถส่งมาได้ ตนเห็นเรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นที่ให้สื่อเอกชนแต่ละช่องตามทำสกู๊ปรัฐมนตรีแต่ละคน ถ้าขอความร่วมมือแบบฟรีๆไม่เป็นไร แต่ถ้ามีค่าใช้จ่าย กรณีรัฐไปจ้างเอกชนต้องแจ้งให้ สตง.ทราบค่าใช้จ่ายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 35 ต้องจ่ายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ถูกใจสื่อไหนบวกให้สื่อนั้น เมื่อถามว่า กรณีมีการตั้งบริษัทรับงานจากกรมประชาฯ แล้วไปจ้างเอกชนรายอื่นอีกทอดมีความผิดหรือไม่ นายพิศิษฐ์ตอบว่า อย่างนี้เรียกว่ารับช่วงงาน แบบนี้คงไม่ตรงไปตรงมา ถ้าตรวจเจอถือว่าไม่ตรงกับหลักฐานข้อเท็จจริง การจ้างทีวีช่องหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับ ไม่ได้แปลว่าให้ช่องนี้ไปจ้างคนอื่นทำแทน เหมือนเราจ้างนักร้องคนหนึ่งมาร้องเพลงก็อยากฟังเขาร้อง ไม่ใช้ให้เอาสแตนด์อินมาร้องแทน

ให้ ป.ป.ช.–ก.พ.ดู ขรก.แจงทรัพย์สิน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่ต้องการให้ข้าราชการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินว่า เรื่องนี้นายกฯได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสม เพราะเป็นเรื่องยาก อาจจำเป็นต้องแก้กฎหมาย เพราะกรณีที่ยื่นซองบัญชีทรัพย์สินให้กับ ป.ป.ช.จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.ประเภทที่ต้องนำไปเปิดเผย และ 2.ประเภทที่ไม่ต้องนำไปเปิดเผย แต่จะเปิดเผยเมื่อเกิดคดีขึ้น ดังนั้น หากกำหนดให้ ข้าราชการทุกตำแหน่งยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินโดยไม่แก้ไขกฎหมายอาจจะเกิดปัญหาได้ หากในอนาคตเกิดคดีขึ้นใครจะมีอำนาจเป็นผู้เปิดเผยบัญชี แม้ว่าซองบัญชีเหล่านั้นจะอยู่แต่ละหน่วยงานก็ตาม แต่ใครไปเปิดถือว่ามีความผิด แม้แต่ ป.ป.ช.เองยังต้องมีกฎหมายกำหนดไว้

ชี้ช่องขยายตำแหน่งแจงบัญชี

นายวิษณุกล่าวว่า หากมีการให้แสดงบัญชีทรัพย์สินจริง กระทรวงที่มีข้าราชการจำนวนมากไม่รู้จะนำข้อมูลไปเก็บไว้ที่ไหน ยังไม่รู้ว่าจะต้องผิดถึงขั้นไหนถึงจะเปิดบัญชีนั้นได้ ป.ป.ช.ก่อนจะเปิดแสดงบัญชีทรัพย์สินได้ ต้องผ่านคณะอนุกรรมการหลายคณะ ต้องศึกษาให้ดี แต่อาจใช้วิธีการให้ ป.ป.ช.ขยายตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินให้มากขึ้นจะเหมาะสมกว่า ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเป็นข้าราชการระดับซีไหน ส่วนที่นายกฯเสนอให้เอกชนยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย เป็นเพียงข้อเสนอ กว้างๆเท่านั้น ต้องพิจารณาเฉพาะในส่วนของเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐในการประมูลโครงการต่างๆ เพราะเอกชนไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่อะไร เว้นบางกรณีเท่านั้น ที่มีเรื่องร้องเรียนการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ จะเห็นเพียงเส้นทางเงินเข้า แต่ไม่เห็นเส้นทางเงินออก หากเราตรวจสอบเอกชน

ครม.–เหล่าทัพนัดอวยพร 97 ปี “ป๋า”

พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในฐานะนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า ในวันคล้ายวันเกิด พล.อ.เปรมครบ 97 ปี ในวันที่ 26 ส.ค. พล.อ.เปรมจะไปทำบุญเป็นการส่วนตัวที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม บุคคลใดจะอวยพรขอเป็นการ์ดอวยพรวันเกิด ขณะนี้ พล.อ.เปรมสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีอะไรน่าห่วง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทำหนังสือขอนำ ครม.และเหล่าทัพ เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด พล.อ.เปรมล่วงหน้าในวันที่ 24 ส.ค. ให้เข้าเพียงคณะเดียวไม่อยากรบกวนใคร ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าเปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ให้นายกฯ ครม.และเหล่าทัพเข้าอวยพรวันที่ 24 ส.ค. แทนวันที่ 25 ส.ค. เนื่องจากไม่ต้องการให้ตรงกับวันตัดสินคดีโครงการจำนำข้าวนั้นคงไม่เกี่ยวกัน เพราะนายกฯทำหนังสือขอเข้าพบวันที่ 24 ส.ค. เนื่องจากท่านว่างจากการปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ส่วนสื่อมวลชนอนุญาตให้เข้าทำข่าวได้ตามปกติ

ปล่อยตัวชั่วคราว “วรชัย” กับพวก

วันเดียวกัน นายธำรงค์ หลักแดน ทนายความของนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติปล่อยตัวชั่วคราวนายวรชัย เหมะ นายนิสิต สินธุไพร นายพายัพ ปั้นเกตุ นายสมญศฆ์ พรมภา ตามคำสั่งของศาลฎีกา หลังจากถูกศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 4 ปี ในคดีร่วมกันบุกรุก ก่อความวุ่นวายการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช จ.ชลบุรี เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมาจำเลยได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวไปหลายครั้ง โดยศาลให้เหตุผลว่าจำเลยปฏิเสธและต่อสู้คดีตั้งแต่ต้น ขณะนี้ศาลฎีกาได้รับเรื่องไว้แล้ว จึงอนุมัติปล่อยตัวชั่วคราววางหลักทรัพย์ค้ำประกันคนละ 1.5 ล้านบาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร