วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอเอสเหี้ยม ขยี้14ศพที่สเปน

นครบาร์เซโลนา อีกจุดกัมบริลส์ ตร.จับตาย5ศพ โลกรุมประณาม

“กลุ่มไอเอส” ปฏิบัติการโหด ขับรถพุ่งชนนักท่องเที่ยวในสเปน ถึงสองจุด ห่างกัน 8 ชั่วโมง โดยจุดแรกเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางเมืองบาร์เซโลนา คนร้ายขับรถลุยไปบนถนนคนเดิน ชนดะจนคนตาย 14 ศพ บาดเจ็บกว่าร้อยราย คนร้ายอาศัยช่วงชุลมุนหนีไปได้ แต่ ตร. ตามรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน ส่วนอีกจุดเป็นเมืองตากอากาศชื่อดัง 5 คนร้ายขับรถพุ่งขึ้นทางเดินชมวิวริมทะเล-ไล่แทงคน แต่ ตร.ไวกว่าวิสามัญฯ คนร้ายตายเรียบ ด้านผู้นำนานาชาติร่วมประณามการ ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ส่วนสถานทูตไทยยันไม่พบคนไทยบาดเจ็บ พร้อมแนะเลี่ยงพื้นที่ชุมชน

ภัยก่อการร้ายสร้างความหวาดผวาให้ยุโรปอีกครั้ง หลังกลุ่มคนร้ายลงมือโจมตี 2 จุดในแคว้นคาตาลัน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน โดยใช้รถยนต์เป็นอาวุธมรณะ ขับพุ่งชนใส่ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อช่วงคืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเหยื่อเคราะห์ร้ายเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. หลังเกิดเหตุสยองว่าเจ้าหน้าที่สเปนอยู่ระหว่างเร่งไล่ล่าตามหาตัวคนร้ายต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 17 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสเปน ด้วยการขับรถตู้เช่ายี่ห้อเฟียตสีขาวพุ่งชนใส่ผู้คนบนถนนคนเดิน “ลาส แรมบลาส” ในย่านปลากา คาตาลุญญา นครบาร์เซโลนา เมืองท่องเที่ยวริมทะเลชื่อดัง ในแคว้นคาตาลัน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน ส่งผลให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่กำลังจับจ่ายใช้สอย ถูกคนร้ายที่ขับรถซิกแซ็กชนล้มกระเด็นระเนนระนาด สร้างความวินาศสันตะโรบนถนนคนเดินไปเป็นระยะทางกว่า 500 เมตร ก่อนคนร้ายจะทิ้งรถหลบหนีไป

จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสเปน หรือราว 8 ชั่วโมง ต่อมา ได้เกิดเหตุระทึกขวัญต่อเนื่อง ที่เมืองพักตากอากาศกัมบริลส์ อยู่ห่างนครบาร์เซโลนา ไปทางตอนใต้ 130 กิโลเมตร กลุ่มคนร้ายใช้รถยนต์ยี่ห้อออดี้ เอ 3 สีน้ำเงิน ขับพุ่งขึ้นทางเท้าสำหรับเดินชมวิวริมทะเล ชนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านที่ยืนในบริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บ แต่รถพุ่งไปได้ไม่ไกลก็เกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ทำให้คนร้ายทั้ง 5 คน พากันคลานออกมาจากรถ ซึ่งสื่อท้องถิ่นรายงานด้วยว่ามีคนร้าย 1 คน ได้ควักมีดออกมาหวังแทงผู้คนในบริเวณนั้น แต่ถูกตำรวจกระหน่ำยิงวิสามัญฆาตกรรมทั้งหมด และจากการตรวจสอบศพคนร้ายพบด้วยว่า สวมใส่อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายเสื้อระเบิดฆ่าตัวตาย กระนั้น นายฮัวคิม ฟอร์น รมว.มหาดไทย รัฐบาลท้องถิ่นคาตาลัน ระบุว่า ระเบิดเป็นของปลอมทั้งหมด

ขณะที่ทางการสเปนเปิดเผยว่า จากเหตุระทึกขวัญในนครบาร์เซโลนา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตอย่าง น้อย 14 ศพ บาดเจ็บกว่า 130 คน ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นคาตาลันให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มีทั้งชาวต่างชาติจาก 24 ประเทศ รวมถึงจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก อิตาลี โรมาเนีย กรีซ แอลจีเรีย ออสเตรเลีย เปรู และเวเนซุเอลา แต่หน่วยกู้ภัยของแคว้นคาตาลันระบุว่า มีเหยื่อต่างชาติถึง 34 ประเทศ ส่วนการก่อเหตุจุดที่ 2 ในเมืองกัมบริลส์ มีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 คน

การสืบสวนต่อมา หลังทางการสเปนประกาศเหตุการณ์ครั้งนี้ให้เป็นคดีก่อการร้าย ทำให้พบว่า บุคคลที่เช่ารถตู้สีขาว ซึ่งถูกนำไปใช้ก่อเหตุในนครบาร์เซโลนา มีชื่อว่านายดริสส์ อูคาบีร์ อายุประมาณ 20 ปี เป็นชาวฝรั่งเศส เชื้อชาติโมร็อกโก กระนั้นต่อมาไม่นาน ตำรวจสเปนในเมืองริโปลล์ ห่างจากนครบาร์เซโลนา ไปทางตอนเหนือราว 100 กิโลเมตร ได้รายงานว่า นายอูคาบีร์ ได้เดินทางมาแจ้งความกับตำรวจว่า เอกสารที่ถูกนำไปใช้เช่ารถได้ถูกขโมย และเชื่อว่าน้องชายอาจเป็นคนขโมยไป แต่มิได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนกรมตำรวจสเปนยังพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้นทั้งในนครบาร์เซโลนา และเมืองกัมบริลส์ มีความเชื่อมโยงกัน และเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใหญ่ ทั้งยังเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ถึงก๊าซบิวเทนระเบิดในบ้านพักแห่งหนึ่งในเมืองอัลคานาร์ ห่างจากนครบาร์เซโลนา ไปทางตอนใต้ 220 กิโลเมตร ที่มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกรณีนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจพยายามประกอบระเบิดแต่เกิดผิดพลาด ซึ่งต่อมาทางการสเปนเปิดเผยด้วยว่า ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วอย่างน้อย 4 ราย ในเมืองริโปลล์ เมืองเดียวกับที่นายอูคาบีร์มาแจ้งความว่าน้องอาจขโมยเอกสารไปเช่ารถใช้ก่อเหตุ และเมืองอัลคานาร์ดังกล่าวขั้นต้น แต่ยังไม่ยืนยันว่าจับกุมคนร้ายก่อเหตุได้แล้วหรือไม่

ขณะที่จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายที่ถูกวิสามัญฯในเมืองกัมบริลส์ ไม่พบว่าเคยก่ออาชญากรรมมาก่อน อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนสเปนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อยู่ระหว่างตามตัวนายมูสซา อูคาบีร์ น้องชายของนายดริสส์ อูคาบีร์ ที่ถูกกล่าวหาว่าขโมยเอกสารไปเช่ารถคันก่อเหตุ กระนั้นตำรวจยังไม่ยืนยันว่านายมูสซาคือคนร้ายที่ก่อเหตุในนครบาร์เซโลนา นอกจากนี้ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับตอนเกิดเหตุที่ถนนลาส แรมบลาส ตำรวจสเปนยังเปิดเผยด้วยว่า ได้เกิดเหตุชายไม่เปิดเผยชื่อพยายามขับรถยนต์ฝ่าด่านตรวจบริเวณนอกชานนครบาร์เซโลนา จนถูกตำรวจยิงวิสามัญฯเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน แต่เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีในครั้งนี้

ส่วนสื่อ “อามัค” กระบอกเสียงของกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ได้ออกแถลงการณ์ต่อมาว่าผู้ก่อเหตุโจมตีในนครบาร์เซโลนา เป็นนักรบของกองกำลังไอเอสที่ตอบสนองต่อคำเรียกร้องของไอเอสให้โจมตีชาติพันธมิตรตะวันตก

วันเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งราชวงศ์สเปน เสด็จเป็นประธานในพิธีไว้อาลัย แก่เหยื่อเคราะห์ร้าย ที่บริเวณถนนคนเดินลาส แรม–บลาส พร้อมมีการชักธงประจำแคว้นคาตาลันขึ้นสู่ยอดเสา และยืนไว้อาลัยสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที ส่วนนายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวประณามเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เป็นการก่อการร้ายอันป่าเถื่อน และชาวสเปนจะร่วมใจกันเอาชนะกลุ่มคนที่จะมาทำลายวิถีชีวิตของเรา

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นสเปน “เอล เปริโอดิโค” รายงานด้วยว่า สำนักข่าวกรองกลางแห่งชาติสหรัฐฯหรือซีไอเอ เคยแจ้งคำเตือนเจ้าหน้าที่สเปนเมื่อ 2 เดือนก่อน ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายในนครบาร์เซโลนา แต่มิได้ระบุรายละเอียดชัดเจนถึงถนนคนเดินลาส แรมบลาส และในปีนี้เจ้าหน้าที่สเปนจับกุมผู้ต้องสงสัยพัวพันกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงได้ 11 คน

ขณะที่นานาชาติต่างออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและประณามการโจมตีต่อผู้บริสุทธิ์ในสเปนครั้งนี้ ไม่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นายเอ็ม มานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไปจนถึงกระทรวงต่างประเทศของชาติต่างๆ และสหประชาชาติ

ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีข้อความสารถึงนายมาริอาโน ราฮอย เบรอี นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรสเปน แสดงความเสียใจในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยต่อรัฐบาลและประชาชนสเปน ต่อเหตุสูญเสียดังกล่าว รวมทั้งร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศประณามการก่อเหตุรุนแรงในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้มีข้อความสารถึงนายอัลฟอนโซ มาเรีย ดาสติส เกเซโด รมว.ต่างประเทศสเปน จากเหตุการณ์ดังกล่าว และพร้อมที่จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ ในการต่อต้านการก่อการร้ายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

ด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษก กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมาดริด รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 17 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จากการตรวจสอบกับชุมชนคนไทยในนครบาร์เซโลนา ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือผลกระทบ อย่างไรก็ดี สถานทูตกำลังติดตามสถานการณ์

ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ สถานทูตยังขอให้คนไทยในสเปนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปใกล้สถานที่เกิดเหตุ หรือสถานที่ชุมชนต่างๆ ทั้งนี้ หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูต +346-9351-7201