วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อหมายจับ4โจรใต้ พัวพัน 'คาร์บอมบ์' สภ.หาดใหญ่ปี57

กัดติดไล่ล่าโจรใต้ปล้นเต็นท์รถมือสอง อ.นาทวี จ.สงขลา นำไปคาร์บอมบ์บ้านพักตำรวจ อ.มายอ จ.ปัตตานี ผบ.ฉก.ปัตตานี เรียกประชุมชุดปฏิบัติการ 3 ฝ่าย เตรียมออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ 15 คน พบคนร้ายวางแผนแยกกันทำงาน 3 กลุ่ม ชุดแรกชิงรถกระบะขายปลาส่งให้ชุดที่สองขับไปปล้นเต็นท์รถ นำไปให้ชุดประกอบระเบิดเตรียมไปวางยังจุดเป้าหมาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดได้ทันท่วงที ตำรวจเรียกสอบพยานยืนยันชัดจ่อขอหมายจับชุดแรก 4 คน พบประวัติ 2 คนร้ายร่วมคดีคาร์บอมบ์โรงพักหาดใหญ่ เมื่อปี 57 สั่งทุกหน่วยคุมเข้มหวั่นมีการตอบโต้แก้แค้นให้แนวร่วมที่โดนวิสามัญฯ 1 ศพ

เจ้าหน้าที่ยังคงผนึกกำลังทุกฝ่ายไล่ล่ากลุ่มโจรใต้ปฏิบัติการอุกอาจใช้รถกระบะบุกปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อสายวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รถกระบะ 6 คัน พร้อมจับเจ้าของเต็นท์รถและลูกน้องรวม 4 คนเป็นตัวประกันหลบหนีไปทาง จ.ปัตตานี เพื่อนำรถไปประกอบคาร์บอมบ์เตรียมก่อเหตุ แต่ถูกทหารตำรวจและฝ่ายปกครองสกัดจับวิสามัญฯ 1 ศพ ยึดรถได้ 4 คัน 1 ในนั้นถูกคนร้ายระเบิดทำให้ทหารเจ็บ 4 นาย ขณะที่ตัวประกันถูกยิงตาย 1 ศพ บาดเจ็บ 1 คน และหนีรอด 2 คน ล่าสุดเช้ามืดวันที่ 17 ส.ค. คนร้ายนำรถที่ปล้นไปประกอบระเบิดขับไปจอดหน้าบ้านพักตำรวจ สภ.มายอ จ.ปัตตานี ก่อนจุดชนวนดังสนั่นหวั่นไหวบ้านเสียหายนับ 10 หลัง เจ้าหน้าที่ระดมกำลังไล่ล่าและติดตามรถกระบะได้อีกคันจนครบ ก่อนเตรียมออกหมายจับแนวร่วมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ต่อมาเวลา 08.30 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่ห้องยุทธการ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี (ผบ.ฉก.ปัตตานี) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการไล่ล่ากลุ่มคนร้ายและประเมินสถานการณ์ตั้งแต่กลุ่มคนร้ายปล้นเต็นท์รถใน อ.นาทวี พร้อมสรุปพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทุกจุด จากรายงานของชุดสืบสวนสอบสวนระบุว่า กลุ่มคนร้ายมีการกำหนดจุดต้องการก่อเหตุใหญ่พร้อมกันหลายจุดในเขตชุมชนเมือง ย่านเศรษฐกิจ รวมถึงที่ตั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และมุ่งก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยเฉพาะ

พล.ต.จตุพรกล่าวว่า ล่าสุดมีข้อมูลหลักฐานจากการแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุของประชาชนและจากการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถระบุกลุ่มที่ร่วมกันก่อเหตุได้แล้ว โดยคนร้ายแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มนายซอบือรี เจ๊ะหะ ทำหน้าที่ปล้นรถกระบะจากชาวบ้านขายปลาในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และส่งต่อให้กลุ่มนายมะนาเซ ไซดี นำลูกน้องไปก่อเหตุปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา จากนั้นร่วมกับกลุ่มนายบูคอลี หลำโสะ ชุดประกอบระเบิดที่เตรียมไว้ก่อนแล้วในพื้นที่ต่างๆ ใส่ไว้ในรถกระบะ ก่อนให้แนวร่วมขับออกไปเตรียมการก่อเหตุตามจุดที่กำหนดไว้ แต่ถูกสกัดกั้นจากความพยายามร่วมกันช่วยแจ้งเบาะแสของประชาชน ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุทราบว่ามีการแยกย้ายกันหลบหนีเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ กลุ่มของนายบูคอลีใช้เรือประมงในการเคลื่อนไหวหลบหนีการจับกุมตลอดแนวชายฝั่งในพื้นที่ อ.เทพา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ส่วนกลุ่มนายมะนาเซ หลบหนีและเคลื่อนไหวอยู่ในเขตพื้นที่ อ.เมืองปัตตานี อ.ยะรัง อ.มายอ และ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และพบว่ากลุ่มของนายมะนาเซเป็นกลุ่มที่เข้าไปปล้นเต็นท์รถ มีความเชื่อมโยงกลุ่มของนายบูคอลีตั้งแต่การเริ่มก่อเหตุปล้นรถขายปลาของชาวบ้านในพื้นที่ อ.ยะรัง

“กลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุขณะนี้รู้ตัวแล้ว เตรียมนำหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนยื่นศาลขอหมายจับผู้ก่อเหตุและผู้ที่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์รวม 15 คน และกำชับให้มีการวางกำลังคุมเข้มไว้ตลอดเวลา เนื่องจากยังคงไม่ไว้วางใจ เพราะฝ่ายตรงข้ามยังคงมีความพยายามที่จะก่อเหตุรุนแรงเพื่อตอบโต้กรณีมีคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุถูกวิสามัญฯไป 1 ราย พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามทลายแหล่งประกอบระเบิดขั้นต้นทราบว่าอยู่ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา” พล.ต.จตุพรกล่าว

ด้าน พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ภ.9 เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. ตำรวจจะขอหมายจับคนร้ายชุดแรกได้ 4 คน สาเหตุที่ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากต้องรอรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ครบและแน่นหนาที่สุดดิ้นไม่หลุด ระหว่างนี้ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่เสี่ยงทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ จ.สงขลา

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวเรียกพยานในที่เกิดเหตุมาให้ปากคำเกี่ยวกับรูปพรรณของคนร้าย อีกทั้งมีการขยายผลจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ปรากฏว่าพบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคนร้ายที่เคยร่วมก่อเหตุในหลายคดี รวมถึงคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ อ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา พยานชี้ยืนยันภาพคนร้ายจากแฟ้มประวัติคดีความมั่นคงชัดเจน ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวคนร้ายแล้ว 4 คน จากทั้งหมด 7 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นเต็นท์รถ เป็นกลุ่มของนายสุไลมาน สาเมาะ และนายตารีฟาน อัมรีดือราแม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ สภ.หาดใหญ่ เมื่อปี 2557 ส่วนคนร้ายที่ถูกวิสามัญฯพบว่าเป็นคนใช้เชือกรัดเหยื่อตัวประกันด้วย

“คนร้าย 3 ใน 4 คน มีหมายจับคดีความมั่นคง อีก 1 คน ไม่มีหมายจับ ทั้งหมดเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับเป็นชุดแรก ในจำนวนนี้มีนายสุไลมาน สาเมาะ และนายตารีฟาน อัมรีดือราแม รวมอยู่ด้วย ส่วนคนร้าย 7 คน ที่ร่วมก่อเหตุพบว่า 5 คน เป็นคนร้ายในพื้นที่ จ.ปัตตานี ส่วนอีก 2 คน เป็นคน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ขณะนี้หน่วยกำลังร่วมในพื้นที่ยังคงเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เคลื่อนไหวกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกดดันสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ เนื่องจากเชื่อว่าน่าจะมีการให้ความช่วยเหลือเรื่องการหลบหนีและให้ที่พักพิงเพื่อหลบซ่อนตัว” แหล่งข่าวกล่าว

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุบุกปล้นเต็นท์รถที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า ต้องดูปัจจัยหลายอย่างที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ รวมถึงเป็นไปได้อาจเกิดจากสมาชิกกลุ่มบีอาร์เอ็นจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เข้ารับการพูดคุยสันติสุข แต่ก็ยังไม่แน่ ขอให้จับคนร้ายให้ได้ทั้งหมดก่อน ตอนนี้รู้ตัวหมดแล้วว่าเป็นใคร ขณะนี้จับได้แล้ว 1 คน และกำลังออกหมายจับอีก 4 คน ส่วนความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ได้ติดต่ออยู่ตลอดกับทางการมาเลเซีย ต้องนำทุกกลุ่มมาพูดคุยไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเก่าหรือกลุ่มใหม่ ไม่อย่างนั้นไม่จบ รวมไปถึงพูดคุยในเรื่องที่ไทยจะกำหนดพื้นที่เซฟตี้โซนขึ้นใน 5 พื้นที่ สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ สังเกตเห็นได้ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์สามารถจับได้อย่างรวดเร็ว และตอนนี้สามารถวางกำลังได้อย่างเต็ม ความสามารถ