วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับเกาหลี ล่อลวงหญิงไทย ส่งค้ากาม

ขัดขืนถูกซ้อม ลูกค้าทำวิตถาร ไม่สวมถุงยาง

ดีเอสไอรวบหนุ่มกิมจิคาที่พัก ย่านสุขุมวิท 101/1 หลังถูกทางการ โสมขาวออกหมายจับพร้อมหญิง ไทยอีก 1 คน ในข้อหาค้ามนุษย์ โดยขยายผลจากกรณีตำรวจเกาหลีใต้บุกช่วยเหลือเหยื่อสาวชาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานหมอนวดแผนโบราณ แต่สุดท้ายถูกบังคับค้าประเวณี ที่เมืองคยองจู แฉชะตากรรมเหยื่อสาวไทยมักถูกลูกค้าบังคับร่วมเพศทางทวารหนักโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัย

รวบหนุ่มเกาหลีใต้ร่วมแก๊งหลอกหญิงไทยไปค้าประเวณีรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และคดียาเสพติด หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม 1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายคิม ฮยอง จุน ชาวเกาหลีใต้ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา คดีหลอกลวงหญิงไทยบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) มีหญิงไทยถูกหลอกลวงไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานนวดแผนไทย แต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ค้าประเวณีอย่างทารุณ รวมทั้งยึดหนังสือเดินทาง และกักขังไว้โดยมีบุคคลคอยควบคุมอยู่ตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเกาหลีใต้บุกเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายที่เมืองคยองจู จับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ได้ 8 คน ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ จากการสืบสวนสอบสวน นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมแก๊งอีก 2 คน เป็นหญิงไทย 1 คน และชายเกาหลีใต้อีก 1 คน ต่อมาวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ต.อาริชย์ ทัศน์พันธุ์ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม 3 ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ นำกำลังจับกุมนายคิม ฮยอง จุน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่หนีมาซ่อนตัวในประเทศไทยได้ที่อาคารชุดแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ส่วนหญิงไทยที่ร่วมขบวนการเจ้าหน้าที่ขอสงวนชื่อ อยู่ระหว่างตามจับกุม

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์เผยอีกว่า คดีนี้มีหญิงไทยผู้เสียหาย 2 คน ให้ข้อมูลตำรวจ ยังมีเหยื่อสาวไทยอีกหลายรายไม่กล้าให้ข้อมูลเพราะอับอาย พฤติการณ์กลุ่มคนร้ายจะหลอกลวงหญิงไทยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ อ้างไปทำงานนวดแผนโบราณ มีรายได้ดี โดยจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ทั้งหมด เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางไปถึง ถูกบังคับค้าประเวณี และถูกยึดหนังสือเดินทางไว้ บางรายมีการข่มขู่ทำร้ายร่างกายเหยื่อจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้เหยื่อที่โดนหลอกไป ลูกค้ามักจะบังคับร่วมเพศทางทวารหนัก โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยด้วย

ด้าน พ.ต.ท.คมวิชช์ พัฒนรัฐ กล่าวว่า ในประเทศเกาหลีใต้ อาชีพนวดแผนโบราณ เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนพิการ หากใครเข้าไปทำถือว่ามีความผิด ดังนั้น หากใครถูกชักชวนไปทำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน ตอนนี้ตัวเลขหญิงไทยถูกหลอกลวงไปค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้มีจำนวนมากอย่างน่าตกใจ โดยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 30 กว่าคน อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้ควบคุมตัวนายคิม ฮยอง จุน ผู้ต้องหาส่งศาลอาญารัชดาภิเษกเพื่อฝากขัง และหลังพ้นโทษจากประเทศไทย จะส่งตัวให้ทางเกาหลีใต้ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป