วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จัดแถวรับสูตรอยู่ยาว

งานเข้าตั้งแต่ยังไม่เริ่มประชุม ครม.สัญจร

ตามความคิดในแบบของ “โฆษกฯไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เชิญตัวแทนสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆไปร่วมหารือ เพื่อทำข่าวการประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา

ขอความร่วมมือจากสื่อทีวีแต่ละช่องส่งทีมไปทำสกู๊ปข่าวติดตามภารกิจการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีแต่ละคนในรัฐบาล แล้วส่งให้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีนำไปเผยแพร่สู่สายตาประชาชน

กำหนดโปรแกรมเสร็จสรรพการโชว์เรียลลิตี้ทำงานของรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่ให้สื่อนำไปเผยแพร่

กลายเป็นประเด็นทำรัฐบาลโดนถล่มหงายท้อง ถูกมองมีเจตนาแทรกแซงสื่อมวลชน

บีบบังคับให้สื่อช่วยโปรโมต ครม.ทุกคนมีผลงาน ทั้งที่หลายๆคนอยู่ในข่าย “รมต.โลกลืม” แทบไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน และไม่เป็นที่รู้จักของประชาชน

สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ตามที่สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ท้วงติงเรื่องการทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 184 ที่ระบุให้ ส.ส. ส.ว.พึงระวังการแทรกแซง ขัดขวางการใช้สิทธิของสื่อไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

เพิ่มข้อพิพาทกับสื่อต่อจากกรณีการเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนมาจัดระเบียบสื่อ

และก็เป็นไปตามคาดที่ตัวต้นเรื่องอย่าง “โฆษกฯไก่อู” ต้องรีบชี้แจงอุตลุด

ปฏิเสธไม่ได้บีบบังคับให้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาล เพียงแค่ขอความร่วมมือให้ช่วยเสนอข่าวรัฐมนตรีคนอื่นๆบ้างเท่านั้น

ไม่ใช่มุ่งประโคมข่าวเฉพาะแต่การลงพื้นที่ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เพียงคนเดียว

แต่ไม่ว่าเจตนาที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร รัฐบาลก็หนีไม่พ้นโดนหางเลขไปเต็มๆ ถูกมองมีนัยจ้องจัดระเบียบสื่อทุกแขนงให้อยู่ในการควบคุมยุคการปฏิรูป

เรื่องของเรื่องสืบเนื่องมาจาก “จุดบอด” เรื่องการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เนื่องจาก ครม.เกินครึ่งเป็นโควตาท็อปบูต ไม่เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารงาน ไม่สันทัดการโฆษณาตัวเองเหมือนนักการเมือง

ย่อมเป็นธรรมดาที่จะไปตีปี๊บอวดฝีมือสู้ระดับมืออาชีพไม่ได้

งานส่วนใหญ่ไหลไปใส่มือผู้นำ คสช. ต้องทำหน้าที่สารพัดอย่าง ตั้งแต่เดินสายตัดริบบิ้นเปิดงาน ลงพื้นที่พบประชาชน คอยนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมหลายคณะ

และขันนอตสั่งการรัฐมนตรีทุกกระทรวงให้เร่งเครื่องโปรโมตผลงานตัวเองไปสู่สาธารณชนมากขึ้น

3 ปีกว่าๆที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” แบกงานหนักหลังแอ่นอยู่คนเดียว

มันก็มีความจำเป็นต้องปรับโหมดกระจายความรับผิดชอบ แบ่งบทให้เพื่อนร่วมทีมได้โชว์ผลงานสู่สังคมมากขึ้น

เซฟตัวเองไม่ให้ตกเป็นเป้าล่อ โดนถล่มอยู่เพียงลำพัง

ในคิวที่ “นายกฯลุงตู่” ยังต้องแบกภาระหนักต่อเนื่อง รับบทหัวหอกเร่งปั่นเนื้องานให้ปรากฏต่อสายตาชาวบ้านในห้วงปลายโรดแม็ปท้ายเทอมรัฐบาลทหาร

ล่าสุดคือ การฟอร์มทีมตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน มายกร่างแผนการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ

ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีแต่คนหน้าเดิม ก๊วนขาประจำจากอดีตสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ามายึดเก้าอี้

โยงไปถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และ ส.ว.สรรหาในช็อตต่อไป ก็หนีไม่พ้นได้คนโฉมหน้าค่าตาเดิมๆ วนเวียนอยู่ในเครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย และคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจถูกหยิบมาเป็นกลไกการทำงาน

เดินตามคอนเซปต์ใช้ “คนใกล้ตัว” เป็นหน่วยล่วงหน้ามาขับเคลื่อนแผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ กรุยทางทุกอย่างให้เป็นไปตามกรอบที่วางไว้อย่างราบรื่น

จัดแถวเตรียมทั้งขุมกำลังและกลไกข้อกฎหมายไว้เสร็จสรรพ พร้อมขับเคลื่อนสานภารกิจไม่ให้หลุดกรอบพิมพ์เขียวทหาร

เคลียร์พื้นที่รองรับสูตรอยู่ยาวกันแต่เนิ่นๆ.

ทีมข่าวการเมือง