วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘สุวพันธุ์’ เร่งงานปราบปรามยาเสพติด หลังลอตใหญ่ทะลักไทย

รมว.ยธ.ปรับแผนรับมือยาเสพติดลอตใหญ่ทะลักเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น เน้นสร้างชุมชนเข้มแข็ง พร้อมร่วมมือปราบปรามระหว่างประเทศ หยุดยั้งต้นทางการผลิต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ส.ค.60 ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) ครั้งที่ 1 ว่า วันนี้ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานโครงการด้านบูรณาการและปราบปรามยาเสพติดในปี 2561 ซึ่งจะเป็นไปตามแนวทางที่ได้นำเสนอ กมธ. ทั้งนี้เรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเราจะดำเนินการไปทั้งในมิติการป้องกัน การปราบปรามและการบำบัดรักษาและปีนี้จะยังยึดแนวทางและหลักการเดิมอยู่ ได้ให้เลขาฯ ศอ.ปส. ไปทบทวนกลไกในการที่จะขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในเรื่องการดำเนินการ การป้องกันปราบปรามและการบำบัดรักษา รวมทั้งการเชื่อมโยงไปในโครงการคืนคนดีสู่สังคมของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ต้องขังส่วนใหญ่ต้องโทษในคดียาเสพติด

"นโยบายหลักของกระทรวงยุติธรรม จะเน้นเรื่องการลงไปให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น การป้องกันยาเสพติด การสร้างชุมชนเข้มแข็ง และการใช้พลังประชารัฐในการสร้างความปลอดภัยด้านยาเสพติดในพื้นที่ชุมชนจนถึงระดับหมู่บ้านและชุมชนเพราะถือว่าอยู่ในแผนงานที่สำคัญเพราะจะเร่งรัดขับเคลื่อนต่อไป เพื่อสร้างสิ่งที่จะต้องทำคือลดศักยภาพของการผลิต แต่ขณะเดียวกันเราต้องมารับภาระเรื่องตรงกลางทางคือการจับกุมจำนวนมาก เป็นเพราะว่าจำนวนยาเสพติดที่ผลิตมีจำนวนมากมันถูกส่งลงไปและรับเข้ามาเพื่อส่งผ่านไปที่อื่น ทำให้การจับกุมมีมากขึ้นตามไปด้วย" นายสุวพันธุ์ กล่าว

นายสุวพันธุ์ เผยอีกว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและหน่วยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องของการดำเนินการหยุดยั้งต้นทางการผลิต ขณะเดียวกันเราต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านตรงกลางทางเพื่อปราบปรามการขนส่ง การจำหน่ายและการปราบปรามการพักรอ เพื่อเตรียมส่งต่อไปที่อื่น อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าขณะนี้ตำรวจมีการจับกุมยาเสพติดลอตใหญ่ๆ เพิ่มมากขึ้นเพราะมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นทั้งภายในและต่างประเทศ หน้าที่ของเราคือต้องหยุดผู้ส่งยาเสพติดให้ได้ และการลดจำนวนของผู้เสพมันอยู่ในแผนงานการบำบัดรักษา ซึ่งเรามีตัวชี้วัดที่ชัดเราต้องผ่านตัวชี้วัดตามที่ ก.พ.ร. และสำนักงบประมาณกำหนดไว้ ซึ่งเราต้องทำงานให้ดี.