วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ เตรียมถก ครม.สัญจร อีสาน ลงพื้นที่เอกซเรย์ปัญหา ปชช.

นายกฯ ย้ำถึงเวลาลงพื้นที่เอกซเรย์ปัญหา ปชช.ชี้ถึงเวลายึดขื่อ-คาน-ผนังบ้านให้แข็งแรง เช่นเดียวกับทำ ปชต.ให้แข็งแรง หลัง 3 ปีวางโครงสร้างชาติมั่นคงดีแล้ว ขอ ปชช. ยอมรับหลักการเพื่อเดินหน้าต่อได้ อ้อนคนอีสานรอติดตาม ครม.สัญจร พร้อมขอพื้นที่อย่าวิตก ไม่ต้องเสียเงินเสียทองต้อนรับหรูหรา

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า เป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่สำคัญ คือ คนไทยมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 450,000 บาท/คน/ปี เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ย 5% ต่อปี ขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ต่ำกว่าอันดับ 10 ของโลก ภายในปี 2579 ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศให้ได้ร้อยละ 40 ทั้งนี้ 3 ปี ที่ผ่านมารัฐบาลปัจจุบันนี้ได้แก้ปัญหาเดิมๆ ของประชาชนและประเทศ รวมทั้งวางรากฐานการพัฒนาไว้หลายเรื่อง โดยยึดหลักศาสตร์พระราชาที่ว่า "การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชน ในการประกอบอาชีพ และตั้งตัวให้มีความพอกินพอใช้ก่อนอื่นเป็นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งพาตนเอง ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้า ระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้แน่นอน แต่ก็ต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย ภายใต้หลักการเศรษฐกิจความรู้คู่คุณธรรม ทั้งนี้ตนให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องแรกๆ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาพรวมของประเทศดีขึ้นตามลำดับ เมื่อเทียบกันระหว่างปี 57 กับไตรมาสแรกของปี 60 เช่น ผลผลิตภาคเกษตร การลงทุน ที่ติดลบกลับมาเป็นบวก และการส่งออกที่ย่ำแย่แทบไม่เติบโตกลับฟื้นตัว  

"อย่างไรก็ตามนี่เป็นภาพรวมของทั้งประเทศเท่านั้น ที่เราต้องประคับประคองสถานการณ์ไว้ให้ได้ก่อนแล้ววันนี้ ถึงเวลาที่ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะลงพื้นที่เพื่อเอกซเรย์ปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่ย่อมแตกต่างกันออกไป ตามภาค ตามจังหวัด ตามแต่ละท้องถิ่น จะได้สร้างการเชื่อมโยงให้ได้ ลดความเหลื่อมล้ำ เพราะเมื่อโครงสร้างหลักของบ้านของประเทศ มีความมั่นคงดีแล้ว ส่วนประกอบที่เหลือทั้งขื่อ คาน ผนังบ้าน ก็จะยึดเข้าด้วยกันได้อย่างแข็งแรงตามไปด้วย เช่นเดียวกับประชาธิปไตยของเรา ที่ต้องสร้างโครงสร้างให้เข้มแข็ง แข็งแรง แล้วเราจะเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงแข็งแรง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยกิจกรรมหลัก 3 ประการ สำหรับการจัดประชุม ครม.ณ ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ได้แก่ 1. การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีทุกกระทรวงทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อรับทราบปัญหาใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ และติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาเดิมตามมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว 2. การพบปะพี่น้องประชาชนในลักษณะเวทีสาธารณะ เพื่อสร้างการรับรู้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาภาค เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจในภูมิภาค จะได้เข้าใจตรงกัน เห็นทิศทาง และอนาคตร่วมกัน ซึ่งจะนำมาสู่ความร่วมมือ อันจะนำมาสู่การพัฒนาชีวิตที่ยั่งยืนให้ได้ ในอนาคต และ 3. การประชุมครม.จะนำประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ได้จากการลงพื้นที่และเวทีสาธารณะดังกล่าว มาหารือกันในที่ประชุมเพื่ออนุมัติ สั่งการด้วยแผนการโครงการและงบประมาณ จะได้มีความรวดเร็วในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ไม่ใช่การมองปัญหาจากกรุงเทพฯ วันนี้ตนก็รับฟังจากทุกที่อยู่แล้ว แต่ลงไปให้เห็นด้วยตาเพื่อจะได้สังเกตให้ดีขึ้น จากที่ทำมา 3 ปี จะเร่งเติมลงไปในแผนงานอีก 2 ปี ตัวเลขรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท คิดว่าอยู่ไม่ได้หรอก ยังไงต้อง 3 แสนบาทขึ้นไป

"แต่ที่สำคัญทุกคนต้องยอมรับหลักการด้วย ไม่งั้นมันไปไม่ได้ รัฐบาลคิด รัฐบาลทำโครงการ แต่ประชาชนไม่เห็นด้วยมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด มันก็เกิดอะไรขึ้นมาใหม่ไม่ได้ การสร้างงาน สร้างอาชีพ มันก็เกิดขึ้นไม่ได้ ก็ขอร้องก็แล้วกัน ก็พยายามเข้าใจกันหน่อย ซึ่งในช่วงวันที่ 19-22 ส.ค.ตนอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะชาวอีสานติดตามข่าวสารการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.ในทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบทสรุปต่างๆ จะนำมาเล่าให้ฟังในวันศุกร์หน้า ส่วนภูมิภาคอื่นเตรียมรอพบปะ "จับเข่าคุยกัน" กับคณะรัฐมนตรี ในโอกาสต่อๆ ไปด้วย และขอให้หน่วยงานในพื้นที่ไม่ต้องวิตกกังวล ไม่ต้องเตรียมการใหญ่โต หรูหรา ตนต้องการเพียงแค่พบกับประชาชน ข้าราชการเพื่อรับทราบปัญหาเท่านั้น ไม่ต้องเสียเงินเสียทองมากมาย แล้วทำให้คนเดือดร้อน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว