วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวิดฆ่าตัวตาย สวนพัง! เกษตรกรตัวอย่าง เจ็บช้ำ รพ.เอกชน พบเอชไอวี ทั้งที่ไม่ได้เป็น

เกษตรกรตัวอย่างวัย 48 ปี ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเอกชน 2 ครั้ง แพทย์แจ้งว่า พบเชื้อเอชไอวี หลังจากนั้น สภาพจิตใจ ธุรกิจพัง กระทั่งไปตรวจซ้ำอีก 3 แห่ง ถึงได้พบว่าตัวเองไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวี ล่าสุด เตรียมยื่นเอกสารหาหน่วยงานรัฐ ขอความเป็นธรรม...

นายชาตรี เตี้ยบัวแก้ว เกษตรกรตัวอย่างอายุ 48 ปี กล่าวว่า ในปี 2558 ตนเดินทางไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อจะนำผลการตรวจไปเป็นเอกสารประกอบการกู้เงินกับธนาคาร เพื่อขยายกิจการไร่นาสวนผสม แต่เมื่อเดินทางไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งดังกล่าว แพทย์ได้แจ้งผลการตรวจว่า ตนมีเชื้อเอชไอวี หรือมีค่าเลือดเป็นบวก แต่การตรวจในครั้งนี้ยังไม่ฟันธง ทางโรงพยาบาลจึงนำเลือดไปตรวจอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งในครั้งนี้ทางโรงพยาบาลฟันธงมาว่า ตนติดเชื้อเอชไอวี   และควรได้รับการรักษาทันที

“หลังจากทราบผลตรวจ ตอนนั้นผมจะเดินออกไปให้รถชน ชีวิตมันไม่มีอะไรอีกแล้ว เหมือนเขาพิพากษาให้เราตาย เราไม่มีจิตใจจะทำงาน ไม่อยากสู้ เชื้อตัวนี้ส่งผลกระทบทุกอย่างกับชีวิตผม สังคมรังเกียจ เพราะผมโดนพิพากษาไปแล้วว่าติดเชื้อเอชไอวี” นายชาตรี กล่าว

“เราเตรียมจะขยายธุรกิจสวนผลไม้ แต่เมื่อผลเลือดมันออกมาเป็นแบบนี้ ประกันก็ปรับลดวงเงินการกู้ ธุรกิจก็ได้รับผลกระทบ ธุรกิจที่เราจะทำ ก็เดินต่อไม่ได้ ไม่มีกำลังใจทำธุรกิจต่อ” นายชาตรี ผู้เสียหาย กล่าว

นางพิมพ์ปญา เตี้ยบัวแก้ว อายุ 55 ปี ภรรยานายชาตรี ตัดพ้อว่า “สังคมไม่รู้หรอกค่ะว่า เอชไอวี กับเอดส์นั้นแตกต่างกัน พอบอกว่าพบเชื้อเอชไอวี เขาก็ตีความไปแล้วว่าเราเป็นเอดส์ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่ และภายหลังจากที่สามีไปตรวจมาครั้งแรก และพบว่าติดเชื้อเอชไอวี กลับมาเราก็บอกกับญาติๆ บางคน ซึ่งท่าทีของญาติบางคนก็เปลี่ยนไปเลย จากที่เคยไปมาหาสู่กันตลอด ก็ไม่ค่อยมาหา หายหน้าหายตากันไป”

หลังจากนั้นอีกราวๆ 10 กว่าวัน นายชาตรี ได้เดินทางไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์อีกครั้ง ซึ่งผลตรวจออกมาว่า ผลเลือดเป็นลบ หรือไม่พบเชื้อเอชไอวี 

“จากนั้น ผมก็เดินทางไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งแพทย์ระบุว่า ผลการตรวจเลือดของผมเป็นลบ หรือไม่พบเชื้อเอชไอวี ซึ่งทางโรงพยาบาลรามาธิบดีแนะนำว่าให้ทิ้งระยะการตรวจอีกประมาณ 3-6 เดือน แล้วค่อยไปตรวจซ้ำใหม่อีกรอบ เผื่อว่าเชื้อจะมีการฟักตัว ซึ่งเราก็ทำตามคำแนะนำของแพทย์” นายชาตรี กล่าว

เมื่อระยะเวลาผ่านไปตามกำหนด นายชาตรี ได้เดินทางไปตรวจเลือดอีกครั้งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งแพทย์ระบุผลการตรวจเลือดของนายชาตรีตรงกับโรงพยาบาลไทยนครินทร์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี ว่า ผลเลือดของนายชาตรีเป็นลบ หรือไม่พบเชื้อเอชไอวี จากนั้นนายชาตรียังเดินทางไปตรวจที่คลินิกแห่งหนึ่งอีกครั้ง ซึ่งผลตรวจก็ไม่พบเชื้อเอชไอวี

“16 สิงหาคม ผมไปตรวจที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทยอีกครั้งหนึ่ง เอาให้ชัดเจนกันไปเลย ซึ่งผลออกมาคือ ผมไม่มีเชื้อ ซึ่งครั้งนี้เป็นการตรวจครั้งที่ 6 แล้วครับ” นายชาตรี กล่าว

“ก่อนหน้านี้ ทางครอบครัวได้ติดต่อเข้าไปที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งดังกล่าว เพื่อขอเจรจา แต่ทางโรงพยาบาลเมินเรา พูดจากับเราไม่ดีเลย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพูดว่า คุณชาตรี นี่คุณอยู่คนละข้างกับเราแล้วนะคะ เราได้ยินอย่างนั้นคือเราเสียความรู้สึกมาก ซึ่งเขาจะรู้บ้างไหมว่า ชีวิตเราหลังจากวันนั้นมันเป็นอย่างไร จิตใจเรา ธุรกิจเรามันพังไปหมดแล้ว เขาสนใจเราบ้างไหม แต่ทีนี้พอเป็นข่าวออกไป ทางโรงพยาบาลถึงได้ติดต่อเราเข้ามา ซึ่งตอนนี้เรายังไม่พร้อมคุย ความรู้สึกของเรามันเสียไปแล้ว” นางพิมพ์ปญา ภรรยานายชาตรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายชาตรีเตรียมนำผลการตรวจของแพทย์ทั้งหมด ยื่นขอความเป็นธรรมต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสํานักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย.

ขอบคุณภาพประกอบจาก สวนบัวแก้ว