วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

191รวบครบแล้ว! แก๊งอุ้มเสี่ยการบิน ผบ.ตร.ตั้ง ‘รุ่งโรจน์’ หน.ชุดสืบสวน

“บิ๊กโจ๊ก” แถลงรวบครบแล้ว 2 ผู้ต้องหารายสุดท้าย สมาชิกแก๊งพลตรีอุ้มรีดนักธุรกิจสายการบิน โดน 3 ข้อหาหนัก กรรโชกทรัพย์ บุกรุก และอั้งยี่ ซ่องโจร สารภาพมีหน้าที่อารักขา-ขับรถ ขณะที่ “จักรทิพย์” สั่งตั้ง “พล.ต.อ.รุ่งโรจน์” หัวหน้าพนักงานสอบสวน เตรียมประสาน ปปง.ตรวจสอบเข้าข่ายคดีฟอกเงินหรือไม่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ส.ค.60 ที่สน.โคกคราม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.กองบังคับการสายตรวจ พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม และตำรวจ บก.สปพ. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายพนม หรือ หลิน นิรมิตร์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1863/2560 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ในข้อหา "กรรโชกทรัพย์ บุกรุก และร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร" ซึ่งเข้ามอบตัวที่สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 17.00 น.( 17 ส.ค.) และ นายนวพล ท้าวคำหลง อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1828/2560 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2560 ข้อหา "กรรโชกทรัพย์ บุกรุก และร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร" โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักในจ.อำนาจเจริญ เวลาประมาณ 21.00 น. (17 ส.ค.)

จากการสอบสวนนายพนม หรือ หลิน กล่าวว่า ตนคือคนที่ใส่หมวกที่ปรากฏในภาพวงจรปิด มีอาชีพคุมวินรถแท็กซี่ย่านคลอง 7 ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในวันเกิดเหตุตนได้รับการว่าจ้างจากนายอุทิศ หรือจ่ายักษ์ ให้มาทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ แต่ตนไม่ทราบในรายละเอียดเนื่องจากไม่ได้มีการพูดคุยกัน หลังเสร็จงานตนได้รับค่าจ้างจำนวน 2000 บาทก่อนแยกย้าย ซึ่งหลังทราบข่าวว่าตนถูกออกหมายจับ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวที่สภ.ธัญบุรี

ด้านนายนวพล กล่าวว่าตนทำหน้าที่เพียงขับรถให้กับจ่ายักษ์ ซึ่งในวันเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเนื่องจากตลอดเวลาตนอยู่บนรถ ซึ่งจ่ายักษ์จะเป็นคนบอกให้ขับรถไปตามที่ต่างๆ หลังเสร็จงานตนได้ค่าจ้างจำนวน 1 หมื่นบาท หลังจากนั้นตนได้เดินทางไปยัง จ.อำนาจเจริญ เพื่อทำการซื้อขายที่ดินซึ่งตนรับเป็นนายหน้า ไม่ได้ตั้งใจจะหนีเพียงต้องการเงินที่ได้จากการเป็นนายหน้ามาใช้จ่าย แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในคดีนี้เราติดตามสืบสวนจับกุมมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อวานนี้ทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานสอบสวนโดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และจะมีรอง ผบช.น. ผบก.สปพ. รอง ผบก.ทท และพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เป็นคณะทำงาน ซึ่งจะทำให้คดีเป็นไปด้วยความกระชับ รัดกุม ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้ง 12 คน ถือว่ามีความสมบูรณ์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 6 วันในการติดตามจับกุมคนร้ายทั้งหมด ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก และให้คดีนี้เป็นคดีสุดท้าย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ในอาทิตย์หน้า พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม หัวหน้าคณะทำงานจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสรุปคดีและประสาน ปปง. เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินเส้นทางการเงินว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าข่ายคดีฟอกเงินหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นจะทำการยึดเงินจำนวน 2 ล้านบาทที่ได้มาจากการกรรโชกทรัพย์ครั้งนี้ไว้ก่อน ในส่วนของผู้เสียหายในคดีนี้พบว่ามีเพียง 3 ราย ซึ่งมีบุคคลบางคนในแก๊งนี้ก่อเหตุ 2 รายเป็นของพื้นที่ สน.ห้วยขวาง และ สน.วังทองหลาง และหลังจากนี้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่ประกันตัวไปก่อนหน้านี้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา อั้งยี่ ซ่องโจร เพิ่มอีก 1 ข้อหา หากไม่มาตามหมายเรียก 2 ครั้งก็จะออกหมายจับต่อไป ในส่วนของการแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดขณะนี้มีด้วยกัน 3 ข้อหา กรรโชกทรัพย์ บุกรุกเคหสถาน และอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งหลังจากนี้หากพบว่ามีการกระทำความผิดในข้อหาอื่นก็ดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า การจับกุมตัวนายนวพล นั้น จากการสืบสวนพบว่าระหว่างนายนวพล หลบหนีนั้นมีการเปลี่ยนรถ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์จำนวนหลายครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าติดตามหาข้อมูลมาโดยตลอดจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด

ต่อมานายสุรชัย แซ่ย่าง นักธุรกิจเจ้าของบริษัทคันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด และกรรมการสายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส สายการบินแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ผู้เสียหายได้นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับคณะทำงานหลังสามารถติดตามตัวคนร้ายได้ยกแก๊ง.