วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สามารถ' ชี้สถานีเตาปูน-บางซื่อ ทำ รฟม.ขาดทุนวันละ 5 ล้าน

"สามารถ" โพสต์เฟซบุ๊กระบุ รฟม.เชื่อมต่อสถานีเตาปูน-บางซื่อ คนใช้มากขึ้น แต่รายได้ลดลง ห่วงขาดทุนหนักวันละ 5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 60 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "เชื่อมเตาปูนกับบางซื่อ ผู้โดยสารเพิ่มแต่ยังขาดทุนหนักวันละ 5 ล้านบาท" ว่า ขอชื่นชม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่สามารถเชื่อมสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อได้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2560 ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้รับความสะดวก ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถเมล์จากทั้งสองสถานี ปรากฏว่ามีผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 36,463 คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 46.8% นับว่า รฟม.ทำผลงานได้ดีในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร แต่รายได้ที่เก็บได้จากค่าโดยสารกลับน่าเป็นห่วง เพราะรายได้ลดลงจากเฉลี่ย 475,257.66 บาทต่อวัน เหลือ 441,021.57 บาทต่อวัน หรือลดลง 7.2% เพราะหลังจากเชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกันแล้ว ผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ที่ใช้บัตรโดยสารและเหรียญโดยสารไม่ต้องเสียค่าแรกเข้า (หรือค่าใช้ชานชาลา) 14 บาท ในการเปลี่ยนรถไฟฟ้าจากสายสีม่วงไปสู่สีน้ำเงิน หรือจากสายสีน้ำเงินไปสู่สายสีม่วง ต่างกับช่วงเวลาก่อนเชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกัน ซึ่งเฉพาะผู้ใช้บัตรโดยสารเท่านั้นที่ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้า จึงทำให้ รฟม.มีรายได้ลดลง ทั้งนี้ รฟม.ต้องจ่ายค่าจ้างบริษัททางด่วนหรือรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม ในการบริหารจัดการเดินรถและค่าซ่อมบำรุงรักษา ถึงวันละประมาณ 5.5 ล้านบาท ทำให้ รฟม.ต้องแบกภาระการขาดทุนอย่างหนักถึงวันละประมาณ 5 ล้านบาท (5,500,000-441,021.57) ตนดีใจที่ รฟม.สามารถทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ แต่เป็นห่วงที่ รฟม.ต้องแบกภาระการขาดทุนหนัก ด้วยเหตุนี้ รฟม.จะต้องหาทางเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้มากขึ้นกว่านี้ให้ได้ เพื่อลดการขาดทุน ที่น่ากังวลคือเมื่อถึงเวลาที่ รฟม.จะเก็บค่าโดยสารในอัตราปกติ ไม่ลดราคาเหมือนปัจจุบันนี้ รฟม.จะสามารถรักษาผู้โดยสารที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร อีกทั้งยังจะต้องหาผู้โดยสารใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วยทั้งหมด จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย รฟม.ยิ่งนัก.