วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระบาดทั่วอาเซียน! 10 เรื่องต้องรู้ 'ไข้หวัดหมู' น่ากลัวกว่าที่คิดมั้ย?

เห็นกระแสข่าวการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของลูกชายนายก อบต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเดินทางกลับจากการไปติดต่อธุรกิจฝั่งประเทศเมียนมา ที่กำลังมีการระบาดของโรคไข้หวัดหมู จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 รายแล้ว จนล่าสุดชาวเมียนมาเอง ก็แห่เดินทางทะลุด่านพรมแดนไทย เข้ามาฉีดวัคซีนยังโรงพยาบาลที่แม่สอดจำนวนมาก จนวัคซีนก็ขาดแคลนลง ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาแล้ว

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จึงรวบรวมเรื่องราวที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับ โรคไข้หวัดหมู มาฝากกัน โดยเราได้สรุปเรื่องราวไว้อย่างกระชับ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ เราไปรู้จักโรคนี้พร้อมๆ กัน รู้ก่อนได้เปรียบ เพราะทุกคนจะได้ป้องกันตนเอง ถึงแม้มันยังไม่ได้ระบาดในไทย แต่รู้จักมันไว้ก็ไม่เสียหลาย เพราะล่าสุดมันระบาดทั่วอาเซียนแล้ว

1. ไวรัสไข้หวัดหมู 

ไข้หวัดหมู หรือ ไข้หวัดใหญ่หมู (Swine influenza หรือ Pig influenza) คือ โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

2. ไอ จามก็ติดได้

โรคไข้หวัดใหญ่ทุกชนิด ทุกสายพันธุ์ รวมทั้งไข้หวัดหมู เป็นโรคที่ติดต่อแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วมาก ทางการสัมผัสใกล้ชิด คลุกคลี การสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย และได้รับไวรัสจากละอองอากาศ เช่น จากการไอ การจาม จากผู้ที่ป่วยเป็นโรค หรือจากสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค

3. หมูสู่คน คนสู่หมู

ไข้หวัดหมู มักแพร่ระบาดติดต่อกันในหมู่หมูด้วยกัน ไม่ติดต่อสู่คน แต่สามารถติดต่อสู่คนได้ เมื่อคนๆ นั้นใกล้ชิดกับหมูที่ติดโรค เช่น คนเลี้ยงหมู และสัตวแพทย์ที่ดูแลหมู และเมื่อคนเกิดไข้หวัดหมู ก็สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ นอกจากนั้น ไข้หวัดในคน ก็สามารถติดต่อสู่หมูได้เช่นกัน และด้วยวิธีการเดียวกัน กับที่คนที่ติดเชื้อไวรัสจากหมู ซึ่งเมื่อมีการติดโรคระหว่างหมูสู่คน หรือคนสู่หมู

4. อาการเบื้องต้น

มักเกิดภายใน 18-72 ชม. หลังสัมผัสเชื้อ โดยมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ (อาจสูงหรือต่ำ และอาจไม่มีไข้ก็ได้) ไอ (ไม่มาก) คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว ปวดศีรษะ หนาวสั่น อ่อนเพลีย บางรายอ่อนเพลียมาก ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน 3 อาการหลังพบได้ในไข้หวัดหมู บ่อยกว่าไข้หวัดธรรมดา

5. อาการรุนแรง!

ทางระบบทางเดินหายใจ : หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ตัวเขียวคล้ำ อาจไอหรือมีเสมหะเป็นเลือด
ทางระบบหัวใจและหลอดเลือด : เจ็บหน้าอก มีความดันโลหิตต่ำ
ทางสมอง : สับสน กระสับกระส่าย ซึม ชัก แขนขาอ่อนแรง เป็นอัมพาต

6. ใครเสี่ยงบ้าง?

ผู้ติดเชื้อไข้หวัดหมูแล้วมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงได้ หรือที่เรียกว่า กลุ่มเสี่ยง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หืด และไตเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก/ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน

7. ไข้หวัดหมูรุนแรงมั้ย?

ความรุนแรงของไข้หวัดหมูในคน เช่นเดียวกับในไข้หวัดทั่วไปและไข้หวัดใหญ่ แค่ความรุนแรงของโรคและอัตราการเสียชีวิต จะสูงขึ้นในกลุ่มเสี่ยง ที่เกิดจากผลข้างเคียงแทรกซ้อน อย่างที่พบคือ ปอดบวม กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ ส่วนในเด็กคือ หูชั้นกลางอักเสบ และไซนัสอักเสบ

8. ทำอย่างไรเมื่อเป็นไข้หวัดหมู

หยุดงาน หยุดเรียน อยู่บ้าน แยกตัว ไม่คลุกคลีกับผู้อื่น แยกเครื่องใช้ส่วนตัว จาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ ใส่หน้ากากอนามัย พักผ่อนให้เต็มที่ ดื่มน้ำมากๆ และควรพบแพทย์ถ้ามีอาการข้างต้น

9. ป้องกันไข้หวัดหมู

เราควรป้องกันโรคไข้หวัดหมู เหมือนกับการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และควรปฏิบัติดังนี้ : รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ อย่าใช้มือสัมผัสปาก จมูก ตา ไม่ใช้ช้อน ส้อม แก้ว ร่วมกับผู้อื่น เลี่ยงพื้นที่คนเยอะ ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวเสมอ อย่าง มือจับ สวิตช์ไฟ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ เพราะไวรัสจะอยู่ได้ในพื้นผิวเรียบนานถึง 48 ชม.

10. ฉีดวัคซีนช่วยได้

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ให้ในหมู เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดหมู แต่ไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดหมูสำหรับคน แนะนำให้ฉีดวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลของคน ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันไวรัสหวัดได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีความเสี่ยง

เอาละ...เมื่อรู้เรื่องแบบนี้แล้ว เราก็ควรต้องระมัดระวังตัวเอง โดย นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้สัมภาษณ์กับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า มีอัตราการป่วยเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ และประเทศในแถบอาเซียนก็มีอัตราการป่วยสูงขึ้นเช่นกัน สำหรับการติดเชื้อของไข้หวัดใหญ่หมู สาเหตุมาจากน้ำมูก น้ำลาย และการจาม ดังนั้นเราควรป้องกันเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ด้วยการทำให้ถูกสุขอนามัย

ส่วนกรณีกระแสไม่กล้ารับประทานเนื้อหมูนั้น คงไม่ต้องถึงขนาดเลิกรับประทาน แต่เน้นให้ปรุงสุกก่อนรับประทานจะดีที่สุด ทั้งนี้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แนะนำให้ไปฉีดวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ โดยสามารถไปฉีดได้ที่สถานบริการสาธารณสุขตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้.