วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ถาวร' แนะ 8 ข้อ แก้ไฟใต้ ชงใช้ 3 ก.ม.เข้ม 4 อำเภอสงขลา อุดรอยรั่ว

"ถาวร" วิเคราะห์เหตุปล้นรถคาร์บอมบ์ แนะ 8 ข้อ แก้ปัญหาลักลั่น บังคับใช้กฎหมายเฉพาะ ชงใช้ 3 ก.ม.เข้มด้านมั่งคงพ่วงกฎอัยการศึก 4 อ.ในสงขลา เพื่อปิดรูรั่วอดีต

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 60 นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย เคยกำกับดูแลปัญหาชายแดนใต้ กล่าวถึงกรณีที่คนร้ายปล้นรถยนต์ใน จ.สงขลา แล้วนำไปใช้ทำคาร์บอมบ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ตนขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคนที่เสียสละเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในการปฏิบัติหน้าที่ และขอวิเคราะห์สถานการณ์สาเหตุกรณีคนร้ายปล้นรถนำไปใช้ทำคาร์บอมบ์ 1. ตั้งแต่วันที่ 15-31 ส.ค. จะเป็นช่วงเวลาของการครบรอบ การปฏิบัติการรุนแรงของคนร้าย จึงลงมือปฏิบัติการครั้งรุนแรงเพื่อแสดงศักยภาพ 2. พื้นที่ 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เป็นพื้นที่ซึ่งมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง เพราะเป็นพี้นที่เป้าหมายหลัก และทางราชการยังประกาศใช้กฎอัยการศึก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความมั่นคงภายใน กฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการป้องกันและปราบปราม รวมทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานที่ทำให้คนร้ายปฏิบัติการไม่สะดวก ดังนั้น คนร้ายจึงเปลี่ยนพื้นที่เป้าหมายจาก 3 จังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย ซึ่งได้ยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้ยังคงใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน ทำให้คนร้ายเปลี่ยนพื้นที่เป้าหมายปฏิบัติการมาเป็น 4 อำเภอนี้ เพราะไม่ได้ใช้กฎหมายฉบับที่เข้มข้น ทั้งที่ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และคณะปฏิบัติงานอย่างดีเยี่ยม และมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว

นายถาวร กล่าวต่อว่า ตนมีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. นายดลเลาะห์ แวมะนอ (เจ้าของปอเนาะยีฮาด และเป็นญาติกับเจ้าของปอเนาะบูรพา อ.เจาะไอร้อง ซึ่งถูกปิดไปแล้ว) ไม่นิยมการเจรจาแต่ต้องการสู้รบขั้นเด็ดขาด จึงต้องระมัดระวังกองกำลังที่อยู่ภายใต้การนำของบุคคลผู้นี้ ทางราชการต้องเร่งรัดเอาตัวบุคคลผู้นี้มาดำเนินการตามกฎหมายให้ได้ เพราะก่อนจะถึงกำหนดการเจรจา บุคคลผู้นี้จะสร้างผลงานให้ปรากฏในขั้นรุนแรงเสมอ จึงขอฝากไปถึง พล.อ.อักษรา เกิดผล ว่าในการเจรจาจะต้องตั้งเงื่อนไขต่อรองกับคู่เจรจา เพื่อยุติการปฏิบัติการที่รุนแรงของคู่เจรจา หรือของกองกำลังแนวร่วมให้ได้ 2. อ.เทพา และ อ.นาทวี จ.สงขลา เป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดปัตตานี คนร้ายจากปัตตานีจะเคลื่อนกำลังมาปฏิบัติการในเขตเทพาและนาทวี เป็นประจำ เพราะไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ดังนั้น ถนนสายที่เชื่อมระหว่างปัตตานีกับเทพาและนาทวี ต้องมีจุดสกัดและตั้งด่านอย่างเข้มข้น 3. กลุ่มคนร้ายที่ยังไม่มีหมายจับ จะได้รับการฝึกให้ปฏิบัติการขั้นรุนแรงที่มีความชำนาญ ดังนั้นจุดสกัดและด่านความมั่นคงจะต้องตรวจอย่างเข้มข้น ไม่มีการเกรงใจและละเว้น 

นายถาวร กล่าวต่อว่า 4. สารและอุปกรณ์ตั้งต้นในการประกอบวัตถุระเบิด คนร้ายจะนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น บริเวณตะเข็บแนวชายแดนที่เป็นช่องทางธรรมชาติ หรือจุดลักลอบ จะต้องตั้งด่านอย่างเข้มข้น 5. การที่คนร้ายปฏิบัติการกึ่งล้มเหลวในครั้งนี้ เนื่องจากเหยื่อรอดชีวิตได้ใช้เครื่องมือสื่อสารแจ้งเหตุ ดังนั้นเครื่องมือสื่อสารของหน่วยความมั่งคง และกล้อง CCTV จึงต้องดูแลให้ใช้การได้อย่างสม่ำเสมอ 6. จุดสกัด และด่านตรวจ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสั่งการและมอบหมาย จะต้องปฏิบัติการอย่างเข้มข้น ผู้บังคับบัญชาต้องตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจอย่างสม่ำเสมอ เช่น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม จะต้องลงไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และจะต้องตั้งสำนักงานรัฐมนตรีส่วนหน้าอยู่ที่นั่น

7. ขอให้ ครม.ส่วนหน้าเร่งรัดปฏิบัติการให้เกิดความสำเร็จ เกี่ยวกับงานภาคประชาสังคม ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อดึงมวลชนมาอยู่กับฝ่ายเรา และเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านการข่าว 8. ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะต้องกลับมาประกาศใช้กฎอัยการศึก พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคู่ไปกับ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อีกครั้งหนึ่ง เพราะคนร้ายรู้ว่าการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ จึงหลบมาตั้งหลักอยู่ที่ 4 อำเภอ เจ้าหน้าที่รัฐไม่กล้าเสี่ยงในการรวบรวมพยานหลักฐาน และไม่กล้าเสี่ยงในการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉินและกฎอัยการศึกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบ