วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปง. ฟุ้งแถลงผลงานในรอบ 1 ปี ยึดทรัพย์คดีสำคัญกว่า 4 หมื่นล้านบาท

เลขาธิการ ปปง. แถลงผลงาน ปปง. ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยึดทรัพย์ในคดีสำคัญกว่า 40,000 ล้านบาท อาทิ คดีธรรมกาย 2,344 ล้านบาท คดีลำเลียงยาเสพติด 196 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.60 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. แถลงผลงานในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยึดทรัพย์ในคดีสำคัญกว่า 40,000 ล้านบาท

พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า ในช่วง 1 ปีเศษ นับตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง. ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินและส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินในคดีสำคัญต่างๆ แยกเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับเอกชนกระทำความผิด ประกอบด้วยดังนี้

คดีที่ 1 คดีคลองด่าน มูลค่าความเสียหาย 32,555 ล้านบาท ซึ่งทางสำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 6,352 ล้านบาท และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีความผิดฐานฟอกเงิน ดังนี้ 1.บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด 2.บริษัท สี่แสงการโยธา (1979) จำกัด 3.บริษัท ประยูรวิศว์ จำกัด 4.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำกัด 5.บริษัท เกตเวย์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด 6.บริษัท สมุทรปราการ ออพเปอร์เรทติ้ง จำกัด 7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล 8.บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันอัยการสูงสุดมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 รายแล้ว

คดีที่ 2 คดีจำนำข้าว มีคดีกว่า 100 คดี มูลค่าความเสียหาย 405,000 ล้านบาท สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้ส่วนหนึ่งที่มาจาก 4 สัญญา (ซึ่งเป็นสัญญาจีทูจี) และพนักงานสอบสวนดีเอสไอดำเนินคดีความผิดฐานฟอกเงิน 4 ราย ได้แก่ 1. นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง 2.นายสุธี เชื่อมไธสง 3.นายนิมล หรือณพชร รักดี 4.นายสมคิด เอื้อนสุภา ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ

คดีที่ 3 คดีธนาคารกรุงไทย มูลค่าความเสียหาย 10,000 ล้านบาท สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้ มูลค่า 64 ล้านบาท

คดีที่ 4 คดีทุจริตการจัดซื้อสารเคมีผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชกรณีภัยพิบัติฉุกเฉิน มูลค่าความเสียหาย 657 ล้านบาท สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 461 ล้านบาท

พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวต่อว่า ด้านคดีที่เอกชนกระทำความผิด เช่น คดีที่ 1 คดีค้ามนุษย์ (สถานบริการนาตารี) สำนักงาน ปปง.ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 724 ล้านบาท

คดีที่ 2 คดีบริษัทฝูอัน ทราเวล จำกัดและบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต หรือคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 9,542 ล้านบาท และสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีความผิดอาญาฐานฟอกเงิน 13 ราย คือ 1.นายสมเกียรติ คงเจริญ 2.นางธวัล แจ่มโชคชัย 3.นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี 4.นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี 5.บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต 6.บริษัท รอยัล เจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 7.บริษัท รอยัล ไทย เฮิร์บ จำกัด 8.บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ จำกัด 9.บริษัท รอยัล พาราไดซ์ จำกัด 10.นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี 11.บริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด 12.น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี 13.นายวินิจ จันทรมณี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา

คดีที่ 3 คดีธรรมกาย มูลค่าความเสียหาย 20,000 ล้านบาท สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 2,344 ล้านบาท อาทิ กรณีสั่งจ่ายเช็ค 27 ฉบับให้ พระธัมมชโย (โครงการเวิลด์พีซ) มูลค่า 1,585 ล้านบาท กรณีที่ดิน น.ส.อลิสา อัศวโภคิน จำนวน 8 แปลง มูลค่า 289 ล้านบาท กรณีการซื้อขายที่ดินระหว่างบริษัท เอ็ม – โฮม เอสพีวี 2 จำกัด กับนายอนันต์ อัศวโภคิน และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ มูลค่า 470 ล้านบาท เป็นต้น

คดีที่ 4 คดีผู้ลำเลียงยาเสพติดไปยังภาคใต้โดยใช้รถไฟ สำนักงาน ปปง.ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 196 ล้านบาท

คดีที่ 5 คดีเครือข่ายไซซะนะ สำนักงาน ปปง. บูรณาการเข้าร่วมตรวจค้นกับสำนักงาน ป.ป.ส., บช.ปส., กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 500 ล้านบาท

คดีที่ 6 คดีนายเล่าต๋า แสนลี่ สำนักงาน ปปง. บูรณาการร่วมกันกับ บช.ปส. และตำรวจภูธรภาค 5 ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 24 ล้านบาท

คดีที่ 7 คดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ มูลค่าความเสียหาย 263 ล้านบาท สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 29 ล้านบาท

คดีที่ 8 คดีการพนันออนไลน์ สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 115 ล้านบาท

คดีที่ 9 คดีระหว่างประเทศ อาทิ คดีนายจาง ชิง ตวน สำนักงาน ปปง. ประสานงานกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มูลค่าประมาณ 1,000 ล้าน สำนักงาน ปปง. ทำการยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่า 346 ล้านบาท

พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวตบท้ายว่า รวมมูลค่าความเสียหายในคดีสำคัญต่างๆ รวมทั้งสิ้น 469,034 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์และส่งสำนวนให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินในช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา รวมมูลค่าทั้งสิ้น 40,000 ล้านบาท ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งยังมีคดีอีกเป็นจำนวนมากที่สำนักงาน ปปง.จะต้องนำกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินไปดำเนินการเพื่อนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความความผิดกลับคืนสู่แผ่นดินต่อไป.