วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิสิต ม.นเรศวร บังเอิญเจอฟอสซิลไดโนเสาร์ ชี้พบครั้งแรกในพิษณุโลก

นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร บังเอิญพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งแรกของพิษณุโลกและเหนือตอนล่าง คาดเป็นส่วนฟันของไดโนเสาร์กินเนื้อ คล้ายจระเข้ผสมกับทีเร็กซ์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ส.ค.60 นายลำพูล สีหวงษ์ นายก อบต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า นายเตชธร ชนะเพีย นักศึกษาระดับปริญญาโท ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ได้บังเอิญพบฟอสซิลเป็นเศษกระดูกซี่โครงของไดโนเสาร์ จำนวน 2 ชิ้น ขณะเดินสำรวจพื้นที่ศึกษาเพื่อกำหนดขอบเขตขนาดพื้นที่ที่จะทำการวิจัยเรื่อง “การท่องเที่ยวเชิงธรณี : ซากไดโนเสาร์ในหมวดหินเสาขัว จ.พิษณุโลก” จึงนำชิ้นตัวอย่างนั้นมาสอบถาม ศ.ดร.กิจการ พรหมมา อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ 

ทั้งนี้ ศ.ดร.กิจการ ได้ตรวจสอบแล้วเชื่อว่าใช่ฟอสซิลที่เป็นกระดูกจริง และมีบางชิ้นส่วนเป็นฟันรูปร่างทรงกรวย ขนาดประมาณ 3 ซม. ดูคล้ายฟันของไดโนเสาร์กินเนื้อ สายพันธุ์ Spinosaurus ที่มีลักษณะคล้ายจระเข้ผสมกับ T.rex มีกระโดงที่หลัง จึงได้เดินทางพร้อมกับ นายเตชธร ชนะเพีย ไปแจ้งเรื่องดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น อบต.บ้านกลาง อ.วังทอง เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา

เบื้องต้นทาง อบต. บ้านกลาง ได้ทำการประสานงานกับกรมทรัพยากรธรณี (สำนักทรัพยากรธรณี เขต 1 จ.ลำปาง) เพื่อเข้ามาตรวจสอบพื้นที่และซากไดโนเสาร์ที่พบ อีกทั้งยังได้ประสานงานกับผู้ใหญ่บ้าน ม.15 ให้ล้อมรั้วบริเวณหินดินดานที่พบฟอสซิลเศษกระดูกไดโนเสาร์ไว้ก่อน เพื่อมิให้ประชาชนบุกรุกเข้าไปในระหว่างที่รอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญของกรมทรัพยากรธรณี

สำหรับบริเวณที่พบ เป็นเนินดินเชิงเขาชีที่ผุพังสลายตัวมาจากหินดินดาน ตรงศาลชีปะขาว ปากทางขึ้นวัดเขาชี ม.15 ต.บ้านกลาง มีฟอสซิลเศษกระดูกกระจัดกระจายปะปนกับเศษหิน มีลักษณะสีขาวอมเทา ผิวแตกลายงา แกนในกระดูกมีการแทนที่ของแร่ควอตซ์สีขาวขุ่น ซึ่งมีสีแตกต่างจากหินสีแดงในบริเวณดังกล่าว เชื่อกันว่าบริเวณนี้เคยเป็นหนองน้ำที่มีดินเหนียวดินเลนน้ำจืดมาก่อน หมวดหินเสาขัวดังกล่าวนี้จัดอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น อายุประมาณ 100-145 ล้านปี ชื่อหมวดหินเสาขัวมาจากชั้นหินแบบฉบับที่ห้วยเสาขัว ถ.อุดรธานี-หนองบัวลำภู มักพบเป็นหินทรายและหินดินดานสีน้ำตาลแกมแดง มีความหนา 200-760 เมตร เป็นหมวดหินในกลุ่มหินโคราชที่พบกระดูกสันหลังดึกดำบรรพ์ชนิดต่างๆ มากที่สุด

สำหรับฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ที่พบนี้ ถือว่าเป็นการค้นพบครั้งแรกของ จ.พิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งก่อนหน้าที่พบรอยตีนไดโนเสาร์ที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์