วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความหวังใหม่กู้วิกฤติศรัทธา “โดนัลด์ ทรัมป์”

เป็นยุควิกฤติศรัทธาของทำเนียบขาวจริงๆ มานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ไม่กี่เดือน “โดนัลด์ ทรัมป์” ก็ทำลายสถิติผู้นำ ที่ใช้คนเปลืองที่สุดในโลก แค่เฉพาะ “ผอ.ฝ่ายสื่อสารทำเนียบขาว” ถูกปลดและลาออกไปแล้ว 3 คน ภายในเวลา 6 เดือน เพราะไม่มีใคร ทนรับหน้าเสื่อแทนผู้นำปากพล่อย

รายล่าสุดที่เก็บกระเป๋าหนีตายจากทำเนียบขาวคือ “ฌอน สไปเซอร์” ประกาศลาออกจากโฆษกไวท์เฮาส์ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เพื่อประท้วงทรัมป์ที่แต่งตั้งเพื่อนรุ่นน้อง “แอนโธนี สคารามุคซี” เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารทำเนียบขาว ทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์พีอาร์ สร้างความโกลาหลอย่างมากให้ทีมบริหารของประธานาธิบดี “สคารามุคซี” เป็นอดีตผู้จัดการกองทุนที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับทรัมป์มานาน กระนั้น ลึกๆแล้วการลาออกของสไปเซอร์อาจทำให้ทรัมป์โล่งอกก็ได้ เพราะที่ผ่านมาเขาทำตัวนายว่าขี้ข้าพลอย ออกโรงปกป้องทรัมป์เกินหน้า จนมีเรื่องโต้เถียงกับผู้สื่อข่าวทำเนียบอยู่บ่อยๆ เดือดร้อนรองโฆษกหญิง “ซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์” ต้องออกมาช่วยห้ามทัพหลายครั้ง แต่ละเรื่องที่สไปเซอร์ตีกับสื่อก็ล้วนดิสเครดิตเจ้านาย ให้เสื่อมลง ไม่ว่าจะเป็น การโต้แย้งกับสื่อเรื่องจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี สาบานตนรับตำแหน่งของทรัมป์ ซึ่งหลายสำนัก รายงานว่าน้อยเป็นประวัติการณ์ และความพยายามที่จะแก้ต่างถ้อยแถลงพล่อยๆของประธานาธิบดี ซึ่งยิ่งแก้ก็เหมือนจะยิ่งเลอะไปกันใหญ่

เฮ่อ!! ทั้งๆที่ตั้งมาเองกับมือ แต่แล้ว “สคารามุคซี” ก็ถูกทรัมป์ปลดออกแบบสายฟ้าแลบ หลังทำงานได้เพียง 11 วัน ตามคำขอของ “จอห์น เคลลี่” เสนาธิการทำเนียบขาวคนใหม่ ที่เข้ามาล้างบางไวท์เฮาส์ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ก่อนหน้านี้ “ไมค์ ดับเก” เจ้าของบริษัทสื่อสาร ก็เคยมาร่วมทีมเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวอยู่ 3 เดือน เพื่อจัดการเคลียร์ข้อกล่าวหาว่ามีการติดต่อกันระหว่างรัสเซียกับทีมหาเสียงของทรัมป์ จนนำมาซึ่งชัยชนะเหนือพรรคเดโมแครต แต่ในที่สุดหมอนี่ก็ถูกปลดกลางอากาศ เพราะทำงานไม่เข้าตา

ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไปที่ต้องรับเผือกร้อนแทนประธานาธิบดีจอมยุ่ง ทำเนียบขาวประกาศว่า หลังจ้างมืออาชีพข้างนอกแล้วไม่เวิร์ก คราวนี้ทรัมป์ขอเลือกใช้คนในที่รู้มือดีอย่าง “โฮป ฮิคส์” พีอาร์สาวไฮโซ วัย 28 ปี มาทำหน้าที่ “รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารทำเนียบขาวคนใหม่” เพื่อกอบกู้วิกฤติความไม่ลงรอยกับสื่อ โดยเธอคนนี้เข้ามาทำงานพีอาร์กับทรัมป์ ออร์แกไนเซชั่น ตั้งแต่ปี 2014 เริ่มจากทำพีอาร์ปั้นแบรนด์แฟชั่นให้ลูกสาวคนโตของทรัมป์จนโด่งดัง

แค่ชื่อก็กินขาดแล้วแม่คุณ เพราะชื่อของเธอคือ Hope ที่แปลว่าความหวัง!! แถมยังรูปสวยรวยทรัพย์อีกด้วย เธอเกิดในย่าน กรีนิช ถิ่นคนรวยพวกเฮดจ์ ฟันด์ และเติบโตมาในครอบครัวพีอาร์ขนานแท้ ทั้งปู่และพ่อเป็นนักประชาสัมพันธ์มีชื่อเสียงของประเทศ สมัยวัยรุ่น “ฮิคส์” เคยเป็นนางแบบและนักแสดง เธอร่ำเรียนจบด้านวรรณคดีอังกฤษจากเซาเธิร์น เมธอดิสท์ ยูนิเวอร์ซิตี้ ชีวิตนี้ไม่เคยสนใจเรื่องการเมือง แต่จับพลัดจับผลูถูกดึงตัวมาช่วยทีมหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของทรัมป์ช่วงโค้งสุดท้าย เพราะทรัมป์ประทับใจในตัวพีอาร์รุ่นลูก ถึงกับชมดังๆว่า สวยและเก่ง มีความโดดเด่นน่าจับตามอง ที่สำคัญเธอรับมือความเหวี่ยงวีนของเจ้านายวัยทองได้อยู่หมัด

คนรอบด้านที่เคยทำงานกับ “ฮิคส์” ชมเป็นเสียงเดียวกันว่า เธออัธยาศัยดีเข้ากับคนง่าย แต่ก็มีใจสู้ไม่เหยาะแหยะแบบลูกคุณหนู ที่สำคัญยังมีบุคลิกนิ่มนวล พูดจาไพเราะน่าฟัง เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ทรัมป์คงมองออกว่า ความอ่อนหวานของ “ฮิคส์” จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ความขัดแย้งไม่ลงรอยกับสื่อได้เร็ววัน

ยิ้มหวานๆพูดเพราะกับสื่ออาจยังไม่พอ ต้องบอกเจ้านายเย็บปาก ให้สนิทด้วย อย่าลืมตัวบ่อย!!

มิสแซฟไฟร์