วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล็งใช้ ม. 44 คุมเข้มสตาร์ตอัพ หวังใช้ยาแรงเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่

(แฟ้มภาพ)

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการอบรมหลักสูตร SME-D Scale Up ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (ธพว) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังว่า ผลจากการประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคปปิตอล) และการสนับสนุนจัดตั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) ที่เป็นกลุ่มสตาร์ตอัพ สำหรับสนับสนุนการทำธุรกิจของกลุ่มสตาร์ตอัพนั้น คลังเตรียมผลักดันกฎหมายฉบับชั่วคราวขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในเรื่องต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และหากจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรา 44 (ม.44) เพื่อให้การร่างกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นเร็ว ก็จะหารือนายกรัฐมนตรี พิจารณาออกเป็นมาตรา 44 โดยคาดว่ากรอบการร่างกฎหมายสตาร์ตอัพฉบับชั่วคราวนี้น่าจะเสร็จช่วงเดือน ก.ย.60 ก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการสตาร์ตอัพแห่งชาติพิจารณาต่อไป คาดว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ให้ได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ กฎหมายธุรกิจสตาร์ตอัพดังกล่าวนั้นจะถูกใช้เป็นกฎหมายที่ยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อรอการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกัน โดยปัจจุบันยังจะต้องสรุปถึงความเหมาะสมของธุรกิจสตาร์ตอัพในไทย เช่น ในเรื่อง sandbox (แซนด์บอกซ์ หรือสนามทดลอง) ซึ่งปัจจุบันไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกมาทดลอง ให้แต่เฉพาะสถาบันการเงินและผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันเข้ามาทดลองทำธุรกิจในแซนด์บอกซ์ได้เท่านั้น ส่วนกรณีของแท็กซี่อูเบอร์ที่ยังมีปัญหาผิดกฎหมายไทยนั้นคงจะหารืออีกครั้งว่าตามกฎหมายใหม่จะอนุญาตให้ทำได้หรือไม่ แต่หลังมีกฎหมายใหม่แล้วบุคคลภายนอกจะเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการให้บริการใหม่ๆ ได้นอกจากนั้นกฎหมายฉบับชั่วคราวนี้จะไม่จำกัดการทำธุรกิจเฉพาะสำหรับคนไทยแต่ยังเปิดกว้างให้นักธุรกิจต่างชาติด้วย.