วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมาชิกแก๊งพล.ต. รวบหมดแล้ว 2รายสุดท้าย! 'บิ๊กเจี๊ยบ' ย้ำ ไม่ป้องคนผิด

ตำรวจรวบแล้ว 2 ผู้ ต้องหาชุดสุดท้าย สมาชิกแก๊งพลตรีอุ้มรีดนักธุรกิจเชื้อสายจีน เตรียมคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สน.โคกคราม หลังจนมุมที่ จ.ปทุมธานีและ จ.อำนาจเจริญ ส่วน “จ่ายักษ์” และลูกน้องคนสนิท ไม่มีญาติยื่นประกันชั้นศาล ถูกส่งตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ผบ.ทบ.ย้ำ ไม่ปกป้องกำลังพลทำผิด พร้อมให้ความร่วมมือตำรวจเต็มที่

กรณี พล.ต.จรูญ อำภา นายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย (บก.กองทัพไทย) พร้อมพวกประกอบด้วย พ.ต.ท.ณัฐกฤษต์ ยุทยา พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ทหารและพลเรือนรวม 10 คน ก่อเหตุอุ้มนายสุรชัย แซ่ย่าง นักธุรกิจ ประธานบริษัทนำเที่ยวย่านซอยนวลจันทร์ พื้นที่ สน.โคกคราม เรียกค่าคุ้มครองเป็นเงิน 20 ล้านบาท แต่ต่อรองจนยอดเงินลดลงเหลือ 2 ล้านบาท หลังจ่ายเงินนายสุรชัยถูกปล่อยตัว ก่อนเดินทางเข้าร้องทุกข์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กระทั่งมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นำกำลังตามจับกุมสมาชิกแก๊งทั้งหมด ขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 10 คน อยู่ระหว่างตามตัวอีก 2 คน

ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 ส.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุดทำงานอยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 ราย คือ นายพนม หรือหลิว นิรมิตร์ อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1863/2560 ลงวันที่ 17 ส.ค.60 ข้อหากรรโชกทรัพย์ บุกรุก และร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร อีกรายนายนวพล ท้าวคำหลง อายุ 50 ปี ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1856/2560 ลงวันที่ 16 ส.ค.60 ในข้อหาเดียวกัน

“คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เน้นย้ำสั่งการให้ขยายผลเครือข่ายขบวนการนี้ทั้งหมด หากปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ผมสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งขยายผลเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม แจ้งดำเนินคดีผู้ต้องหาเพิ่มเติมความผิดฐาน อั้งยี่หรือสมคบคิดร่วมกันกรรโชกทรัพย์ กระทำการเป็นผู้มีอิทธิพล กับผู้ต้องหาทุกคน ถือเป็นความผิดมูลฐานที่ถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน ต้องดำเนินการยึดทรัพย์เครือข่ายนี้ตามขั้นตอน” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว

ด้าน ร.ต.อ.วิทยา คงทอง รอง สว. (สอบสวน) สน.โคกคราม เจ้าของคดี เผยว่า ตำรวจควบคุมตัว ส.อ.อุทิศ หรือจ่ายักษ์ ก่อแก้ว และนายฐิติกร หรือจ่าต้อย ชื่นอุรา 2 ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ไปทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด จุดแรก ที่เกิดเหตุ บริษัทคันต้า กรุ๊ป ไทยแลนด์ จำกัด เลขที่ 68 ซอยนวลจันทร์ 34 จุดที่สอง ร้านกิตติโภชนา ที่นัดประชุมปรึกษาวางแผนก่อนลงมือ จุดที่สาม ภายในที่ทำงานของ พล.ต.จรูญ ย่านถนนพหลโยธิน และจุดสุดท้าย หอประชุมของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง หลังเสร็จสิ้นคุมตัวทั้งคู่ไปฝากขังที่ศาลอาญา ก่อนส่งทั้งคู่ไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่มีญาติมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด

มีรายงานว่า ตำรวจควบคุมตัวนายพนม หรือหลิว นิรมิตร์ หลังเข้ามอบตัวที่ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เนื่องจากถูกชุดสืบสวน บก.สปพ.ลงพื้นที่กดดันอย่างหนัก เบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้รับสารภาพเป็นผู้ร่วมก่อเหตุ ที่สวมหมวกแก๊ปสีเขียวตามภาพปรากฏในกล้องวงจรปิด นอกจากนี้ นายนวพล ท้าวคำหลง ผู้ต้องหา อีกราย ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่ จ.อำนาจเจริญ อยู่ระหว่างคุมตัวผู้ต้องหามายัง สน.โคกคราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน สำหรับผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ถูกจับถือเป็นสมาชิกแก๊ง 2 คนสุดท้ายถูกจับตามหมาย ที่มีทั้งหมด 12 หมายจับ

วันเดียวกัน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีมีทหารนอกแถวหลายนายทำผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดีว่า ตนพยายามสร้างความรับผิดชอบลงไปกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละส่วน ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกแต่ละครั้งได้สั่งกำชับเรื่องนี้ชัดเจน ยอมรับว่ากองทัพมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมาก อาจมีบางส่วนไปทำเรื่องเสียหายทั้งแบบส่วนรวมและส่วนตัว เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข กองทัพไม่ช่วยเหลือปกป้องกำลังพลที่ทำความผิดและยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่