วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ทิศทาง’ ที่แตกต่างกัน

ประชุมนัดพิเศษโดย “บิ๊กไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ส่งจดหมายเชิญบรรณาธิการสื่อมวลชน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆเมื่อวันก่อน

สรุปความตามหนังสือเชิญที่เผยแพร่ออกมาได้ว่า ระบุ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.เตรียมลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 21–22 ส.ค.นี้

เพื่อทำความเข้าใจประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย ผลงานรัฐบาล 3 ปีที่ผ่านมา

และเพื่อให้การรายงานข้อมูลข่าวสารเข้าถึงประชาชนให้สื่อมวลชนทุกแขนงมีส่วนร่วม

“รัฐบาลอยากให้เกิดภาพ ครม.ทุกคนลงพื้นที่และติดตามงานช่วยเหลือประชาชน แต่จะอาศัยโทรทัศน์ในส่วนของรัฐอย่างเดียวคงไม่พอ จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามภารกิจของรัฐมนตรีด้วย”

ขอความร่วมมือแบบเขี่ยกันเข้มๆ สไตล์ “ไก่อู”

ที่ฮือฮาคือเอกสารเผยแพร่ตามมา ระบุคิวขอความร่วมมือละเอียดยิบ ให้ทีวีแต่ละช่องติดตามทำข่าวรัฐมนตรีรายใด ลงพื้นที่จุดไหน ถ่ายทอดสด–ถ่ายทอดแห้งขึ้นอยู่กับแม่ข่ายช่องรัฐกำหนด

ในโปรแกรมพิเศษ “พระยาเหยียบเมืองโชว์”

ทำเอาสื่อน้อยสื่อใหญ่ประหลาดใจมิใช่น้อย ไม่ค่อยคุ้นชินของใหม่

ข่าวรวมการเฉพาะกิจ “เรียลลิตี้เสนาบดี”

เอาเป็นว่า ถ้ามองกันในมุมเหตุผลเรื่องสื่อรัฐอาจไม่เพียงพอ ก็เข้าใจได้ รวมทั้งการทำหน้าที่สื่อในห้วงบ้านเมืองคาบเกี่ยวการเปลี่ยนผ่าน “อำนาจพิเศษ” บริหารประเทศก็ต้องร่วมมืออยู่แล้ว

คงต้องช่วยกันตีปี๊บ ตีฆ้องร้องป่าวผลงานของรัฐมนตรี “ทีมลุงตู่”

และช่วยเคลียร์ภาพเสนาบดีประเภท “โลกลืม” ให้ “โลกรู้” กันเต็มที่

แต่ก็มีอีกมุมของคนอีกขั้วฝ่ายที่ห้ามรู้สึกไม่ได้เหมือนกัน กับคิวล็อกคิวโหมโรงประโคมข่าวผลงานรัฐบาลสัญจร ขณะที่อีกทางมีการส่งสัญญาณเข้มๆถึงหน่วยงานรัฐต่างๆ

ทั้งตำรวจ ทหาร กอ.รมน. กกล.รส. และฝ่ายปกครองในพื้นที่ เกาะติดความเคลื่อนไหวมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ

“อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ลุ้นคำพิพากษาคดีจำนำข้าววันที่ 25 ส.ค.นี้

เร่งเครื่องโปรโมตทีมอำนาจพิเศษ แต่ติดเบรกม็อบ“เชียร์ปู”

เรียกว่า 2 คิวสำคัญทั้ง ครม.สัญจร–วันพิพากษา ถูกยกเปรียบเทียบมาตรฐานแนวทางปฏิบัติกันได้

รวมทั้งชักจะชี้ให้เห็นถึงเส้นทางเดินที่แตกต่างของ “บิ๊กตู่–ยิ่งลักษณ์”

โดยอดีตผู้นำหญิงนั้น ในโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันพิพากษา เริ่มจะมีการพูดถึงแนวโน้มของผลลัพธ์ที่จะออกมา และชะตาชีวิตที่จะตามมา “อดีตนายกฯปู”อาจต้องเลือก

รอด-ไม่รอด อยู่หรือเผ่น อะไรทำนองนั้น

ขณะที่ “บิ๊กตู่” น่าจะเป็นที่ชัดเจน วันนี้ “อยู่แน่นอน” และอนาคตก็มีแนวโน้มอาจ“อยู่ต่อ”

มีโอกาสสูงที่จะเข้าสูตร “ผู้นำคนนอก” หลังเลือกตั้ง

นั่นมองได้จากหลายคิวของ “อำนาจพิเศษ” ในห้วงนี้ เริ่มทยอยจัดทัพรับโปรแกรมต่อไป

เล่นตามกฎกติกาใหม่ ทั้งที่ปิดงานไปเรียบร้อยแล้ว อย่างการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ 11 ด้าน คิวต่อไปการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และ ส.ว.สรรหา

ไม่พ้นที่คนกันเอง นักวิชาการ นักธุรกิจในเครือข่ายประเภทแนวคิดแนวทางไปกันได้ รวมทั้งที่น่าจะเฟ้นง่ายเพราะกรอง มารอบหนึ่งแล้ว คือกลุ่มคนในแม่น้ำ 5 สาย ที่ได้เวทีเล่นต่อ

ประจำการในจุดที่คล้ายกับ “หน่วยขึ้นตรง” ของท็อปบูต ภายใต้เงื่อนไขภารกิจ วาระตำแหน่งชัดเจนว่า “อยู่ต่อ” แบบกระจายกำลัง ขึงลวดหนาม

คุมเกมเข้มในช่วงเปลี่ยนผ่าน ช็อตแรกต่ำๆ 5 ปี.

ทีมข่าวการเมือง