วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลขาฯยูเอ็นจี้มะกันต่อต้านเหยียดผิว-เชื้อชาติ

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายแอนโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ต่อต้านการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ หรือกระทั่งการเหยียดศาสนา เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นยาพิษที่มาทำลายสังคม พร้อมขอประณามการกระทำทุกรูปแบบที่ไม่ยึดหลักการเหตุผล และการกระทำที่ถือเป็นการบั่นทอนการเคารพในความหลากหลายทางเชื้อชาติ และการ เคารพความแตกต่าง ไม่ว่าจะทั้งในสหรัฐฯหรือที่อื่นๆทั่วโลก

ถ้อยคำแถลงของเลขาธิการสหประชาชาติ มีขึ้นจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุความรุนแรงในเมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ หลังกลุ่มผิวขาวคลั่งชาติได้ปะทะกับกลุ่มผู้มีแนวคิดต่อต้าน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 19 คน ตามด้วยแถลงการณ์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งกลุ่มผิวขาวคลั่งชาติและกลุ่มต่อต้านผิดด้วยกันทั้งคู่ กลุ่มหนึ่งมีคนไม่ดีอยู่ แต่อีกกลุ่มก็ใช้ความรุนแรง

ต่อมาวันเดียวกัน นายเกรก สแตนตัน นายกเทศมนตรีเมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซนา กล่าวแสดงความ ไม่เห็นด้วยกับแผนการของนายทรัมป์ ที่จะจัดชุมนุมผู้สนับสนุนที่เมืองฟีนิกซ์ วันที่ 22 ส.ค.นี้ เพราะถือเป็นการจัดงานในช่วงที่เพิ่งเกิดเหตุเศร้าสลด ขณะที่นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่า ความเกลียดชังและความรุนแรงไม่ควรมีที่ยืนในสังคมอเมริกัน

ส่วนที่รัฐแมรีแลนด์ นางแคทเธอรีน พุจ นายกเทศมนตรีเมืองบัลติมอร์ ได้สั่งให้ดำเนินการรื้อถอนอนุสาวรีย์ 4 แห่ง ที่เชิดชูนายพลโรเบิร์ต อี. ลี และนายพลสโตนวอลล์ แจ็กสัน ของสมาพันธรัฐอเมริกาหรือฝ่ายใต้ ที่สนับสนุนการค้าทาสในสงครามกลางเมืองอเมริกา ภายในช่วงเวลาข้ามคืนอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้กลุ่มผิวขาวคลั่งชาติมารวมตัวชุมนุมต่อต้านได้ พร้อมระบุเหตุผลว่าเมืองใดที่มีอนุสาวรีย์ประเภทนี้อยู่ ก็จะเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานด้วยว่า นายสตีฟ แบนนอน หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ที่เคยมีจุดยืนสนับสนุนฝ่ายขวาจัดคลั่งชาติมาตลอดช่วงการหาเสียงเลือกตั้งของนายทรัมป์ ได้กล่าวกลับลำว่า พวกขวาจัดคลั่งชาติเป็นพวกขี้แพ้.