วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใหญ่แค่ไหนถึงศาลก็หงอ คุกคามทางเพศอย่าเงียบ! อึ้ง 90% เรื่องแดงองค์กรละเมิดซ้ำ

หลายครั้งหลายครา ผู้หญิงมักตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ของฝ่ายชาย โดยเฉพาะพวกบิ๊กๆ ทั้งหลาย เห็นว่ามีอำนาจเหนือกว่า กลับใช้ในทางที่ผิด เบียดบัง คุกคาม ล่วงละเมิด ผู้ใต้บังคับบัญชา

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวฉาวในวงราชการ (อีกครั้ง) เมื่อข้าราชการ ระดับ C6 ในกระทรวงสาธารณสุข ถูกลูกจ้างหลายคนรวมตัวร้องเรียนเรื่องการทำอนาจาร จนพวกเธอสุดจะทนไหวได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังต้นสังกัด และเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี โดยในเบื้องต้น ทาง สธ. ได้มีคำสั่งย้าย ข้าราชการหื่นรายนี้ พร้อมกับตั้งกรรมการสอบสวน โดยมีการเรียกเจ้าตัวมาชี้แจง (เดดไลน์ วันที่ 18 ส.ค.) นี้

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีมานานแล้ว ยิ่งสื่อออนไลน์ยังไม่บูม เรื่องเหล่านี้ยิ่งถูกเลือกเก็บไว้ใต้พรมใต้เปลือกนอกที่ดูสวยงาม..

น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง คณะอนุกรรมการด้านสิทธิและความเสมอภาคทางเพศ ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เป็นคนหนึ่งที่ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนาน เคยช่วยผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศในองค์กรมาแล้วจำนวนมาก กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า คดีในลักษณะนี้มีร้องเรียนเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งราชการ เอกชน หน่วยงานความมั่นคง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่กระทำความผิด ก็มักจะเป็นผู้มีอำนาจ เช่น ประธานสภาท้องถิ่น ไปถึง อดีตประธานรัฐสภา ก็เคยมี

“วิธีการต่อสู้หรือแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศในองค์กร ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว คือ ทางองค์กรนั้นๆ ต้องกำหนดวินัยองค์กรออกมาเพื่อให้เคารพสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น โดยพนักงานทุกระดับจะต้องยึดถือ ปฏิบัติ ที่สำคัญ คือ ต้องนำเรื่องนี้ไปเป็นเกณฑ์ในการประเมินผลงานด้วย หากหน่วยงานไหนมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หัวหน้าหน่วยงานก็จะต้องถูกลงโทษด้วย แต่หากหัวหน้าประพฤติเสียเอง นี่ยิ่งต้องลงโทษขั้นรุนแรง โดยเฉพาะหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ควรจะนำเรื่องนี้ใส่ไว้ในกฎข้อบังคับเลยว่า หากกระทำ ถือว่า “ผิดวินัยร้ายแรง” ซึ่งจะได้ไม่ต้องมาตีความกันภายหลัง”

น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าวต่อว่า ข้อเสนอ คือ หากหน่วยงานใดเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น ผู้บริหารหน่วยงานนั้นไม่ควรจะเป็นผู้สอบสวน แต่ควรจะนำเรื่องให้อีกหน่วยงานเป็นผู้ตรวจสอบเพราะจะได้แก้ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือกัน

เรื่องฉาวข้าราชการ สธ. ควรส่งผู้ก่อเหตุพบจิตแพทย์ และเยียวยาสาวผู้ตกเป็นเหยื่อ 

กรณีที่เกิดขึ้นกับ กระทรวงสาธารณสุข ที่มีคำสั่งย้ายผู้ก่อเหตุออกจากหน่วยงานนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ แก้ปัญหาได้หรือไม่ น.ส.สุเพ็ญศรี มองว่า “ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา...” มติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.58 ได้มีการเขียนแนะนำแนวทางไว้ว่า เมื่อมีเหตุการณ์ลวนลามคุกคามทางเพศเกิดขึ้น เมื่อมีการแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้เกี่ยวข้องแล้วจะต้องนำเรื่องนี้มาดำเนินการภายใน 15 วัน ซึ่งกรณีที่ สธ. เราทราบว่าเกิดการย้าย แต่การย้ายไม่ได้ก่อประโยชน์

“ผู้ที่กระทำความผิด ก็ควรส่งเขาไปหาจิตแพทย์ ควรไปหาสาเหตุทางจิตใจว่าเพราะอะไรถึงไปคุกคามลวนลามผู้ใต้บัญชา ส่วนผู้เสียหายเอง ก็ต้องฟื้นฟูเยียวยา”

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขร่วมลงนาม MOU เพื่อต่อต้านปัญหาความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับเด็กและสตรี นอกจากนี้ ยังเป็นหน่วยงานที่มีระบบที่ดีเลิศ one stop service สธ.สามารถดูแลผู้ป่วยได้ แต่กับเคสที่เกิดขึ้นกับ สธ. กลับไม่มีการส่งตัวผู้หญิงเข้ามาฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งที่พูดได้เพราะได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้กับผู้เกี่ยวข้องแล้ว

ขนาดอยู่ตึกเดียวกันยังไปไม่ถึงกันเลย...เพราะมันคนละส่วนงาน สิ่งนี้ก็พอเข้าใจว่าอำนาจในทางบริหารจะไม่ก้าวล่วงกัน แต่เรื่องนี้ อยากให้มองว่าเป็นความเสียหายของหน่วยงาน ดังนั้น จึงอยากให้เป็นพันธกิจในการสร้างความปลอดภัยจากการลวนลาม และคุกคามทางเพศให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งควรจะประกาศไปเลยว่า “หน่วยงานของเราปราศจากความรุนแรงทางเพศ”

น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าวในมุมของผู้ตกเป็นเหยื่อว่า เรื่องแบบนี้ลูกจ้างเองไม่สามารถหาช่องทางร้องเรียนได้ง่ายๆ เพราะผู้ที่ก่อเหตุเป็นหัวหน้า จะให้ไปร้องเรียนกับปลัดกระทรวงฯ หรือคนอื่นๆ นั้นคงจะยาก เพราะผู้หญิงที่เป็นเหยื่อนั้น เป็นแค่ตัวเล็กตัวน้อย ส่วนคนก่อเหตุ เป็นคนตัวโต (หน้าที่การงาน) อีกทั้งยังมีคนตัวโตกว่า มาช่วยอีก คนที่เปิดหน้ากลับเป็นฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายชายกลับนิ่ง ด้วยการสั่งย้ายเพื่อสยบความเคลื่อนไหว...

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้นึกถึงเลยว่าบริเวณที่เกิดเหตุนั้น น้องเขาจะรู้สึกอย่างไร มีใครดูแลเอาใจใส่หรือไม่ หัวหน้างานได้เข้ามาปกป้องหรือไม่ ซึ่งเรื่องแบบนี้ผู้บังคับบัญชาควรจะเข้ามาพูดคุย โดยต้องนำเคสนี้มาเป็นตัวอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก!" 

ที่ผ่านมา หน่วยงานราชการให้ความสำคัญกับกรณีนี้มากน้อยแค่ไหน ทีมข่าวฯ ยิงคำถามถึงผู้ที่คร่ำหวอดและให้การช่วยเหลือสตรีมาโดยตลอด ซึ่ง น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าวว่า ตนขอพูดจากประสบการณ์ว่า เมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดี หรือมาหาหน่วยงานเพื่อจะไปช่วยเหลือ ต้นสังกัดของหน่วยงานมากกว่า 90% กลับไปตำหนิ ผู้เสียหาย “ทำไมไม่มาบอกหัวหน้า หรือทำไมไม่มาบอกกันก่อน” สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าถูกละเมิดซ้ำ

อย่างไรก็ดี เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีการร้องเรียน และหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้หลักผู้ใหญ่บางหน่วยงานบางคนก็ไม่ให้ความร่วมมือ แต่บางคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ถูกละเมิด อย่าเงียบ ระดับคนใหญ่คนโต ต้องก้มกราบขอขมาเหยื่อ 

"เคสเมื่อปี พ.ศ.2558 เมื่อกรณี ผู้กระทำผิดสถานะสูงมาก ระดับ กรม ต่อมาได้มีผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูง (อีกคน) ปัจจุบันเป็น รมต.แล้ว ได้โทรเข้ามาสอบถามตนว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่ ตนตอบว่าจากข้อมูลนั้น เป็นเรื่องจริง ท่านจึงตอบว่า “งั้นจะรีบดำเนินการ...แล้วฝากให้กำลังใจน้องเขาด้วย” ซึ่งเรื่องแบบนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องเปิดหน้าก็ได้ เพราะคดีเกี่ยวกับเพศนั้น ทุกคนทราบดีหากพูดมาก็จะเปลืองตัว"

น.ส.สุเพ็ญศรี กล่าวต่อว่า เคยทำคดีลักษณะนี้มาเยอะ ถึงแม้ตอนแรกผู้กระทำความผิดจะดูยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเรื่องไปสู่ศาล คนใหญ่คนโตเหล่านี้กลับหน้าตาหมองคล้ำ ไม่กล้าสบตา บางคนต้องพาลูกเมียมาเป็นพยานบอกว่าไม่เป็นความจริง บางคนต้องให้ผู้ใหญ่ ของผู้กระทำผิดไปตามขอขมา ตามไปที่บ้านก้มกราบ (เท้า) เหยื่อก็ต้องทำมาแล้ว เพื่อขอให้เหยื่อยอมความ เพราะคดีลักษณะนี้ตามกฎหมายยอมความกันได้ 

สิ่งที่อยากจะฝาก คือ อยากให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าเป็นราชการ เอกชน หรือ หน่วยงานทางศาสนา ขอให้ยึดหลักสิทธิมนุษยชน มีจริยธรรม ศีลธรรมที่ดีงาม แล้วจะประพฤติสิ่งที่ดีงามเอง ซึ่งตนรู้สึกทนไม่ได้ บางครั้งหัวหน้างานหรือหน่วยงานชอบให้ความเห็นเชิง “ให้ท้ายว่า..ก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก ยอมๆ กันไปซะ” แบบนี้พูดได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ถือเป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิธีแก้ที่สุดคือต้อง ประกาศไปเลยว่า หากพบพฤติกรรมคุกคามทางเพศ ให้แจ้ง ปลัดฯ เบอร์นี้ หรือรัฐมนตรี เบอร์นี้ ถ้าทำแบบนี้เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “เชือดสิงห์ให้หนูดู”

สำหรับใครที่ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศ สามารถร้องเรียนได้ที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือมูลนิธิช่วยเหลือผู้หญิงมูลนิธิต่างๆ ได้ แต่อย่าเลือกเงียบให้ภัยสังคมนี้เกิดขึ้นวนเวียน 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน