วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ใช่หอนาฬิกา! เผย 22 เรื่องไม่ลับของ ‘บิ๊ก เบน’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา รัฐสภาของสหราชอาณาจักรได้ประกาศว่า ระฆังของหอนาฬิกาซึ่งถูกเรียกกันว่า ‘บิ๊ก เบน’ ในกรุงลอนดอน จะลั่นบอกเวลาในวันที่ 21 สิงหาคมเป็นวันสุดท้าย แล้วหลังจากนั้นจะหยุดทำงานเป็นเวลา 4 ปี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่ หลังทำงานติดต่อกันมานานถึง 157 ปี

การหยุดทำงานของระฆังบิ๊ก เบน ถือเป็นที่น่าใจหายสำหรับชาวลอนดอนไม่น้อย เพราะได้ยินเสียงของมันมาตลอดหลายสิบปี ขณะที่นักท่องเที่ยวก็กำลังจะไม่ได้ยินเสียงของมันไปอีกนาน ซึ่งในวันนี้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์จะบอกเล่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหอนาฬิกาแห่งนี้แก่ท่านผู้อ่านสัก 22 เรื่อง ซึ่งไม่ได้เป็นความลับ แต่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

1. นักท่องเที่ยวและแม้แต่ประชาชนท้องถิ่นมักใช้คำว่า ‘บิ๊ก เบน’ เพื่อสื่อถึงหอคอยของอาคารรัฐสภาสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน แต่แท้จริงแล้ว ชื่อของหอคอยนี้คือ ‘คล็อก ทาวเวอร์’ หรือแปลว่า ‘หอนาฬิกา’ นั่นเอง ก่อนจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘หอคอยเอลิซาเบธ’ เมื่อปี พ.ศ. 2555 เนื่องในวันครบรอบการครองราชย์ครบ 60 ปี ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ส่วนคำว่า ‘บิ๊ก เบน’ นั้น เป็นชื่อของระฆังยักษ์ที่อยู่บนหอนาฬิกาแห่งนี้ต่างหาก

2. เป็นที่เชื่อกันว่าชื่อ บิ๊ก เบน นี้ตั้งขึ้นตามชื่อของ เซอร์ เบนจามิน ฮอลล์ ข้าหลวงใหญ่ฝ่ายการงานและการก่อสร้างสาธารณะ (First Commissioner of Works and Public Buildings) ซึ่งชื่อของเขาถูกจารึกลงบนระฆังบิ๊ก เบน ด้วย และมีอีกบุคคลหนึ่งที่มีชื่อสลักอยู่บน บิ้ก เบน คือ บอน เคานต์ แชมป์มวยสากลรุ่นเฮฟวี่เวต

3. โรงหล่อของพ่อลูกวอร์เนอร์ แห่งเมืองนอร์ตัน เป็นผู้หล่อระฆังบิ๊กเบนในเดือนสิงหาคมปี 2399 ได้ระฆังน้ำหนักเกือบ 16 ตัน ซึ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น โดยที่จริง ระฆังนี้เดิมทีจะได้รับชื่อว่า ‘รอยัล วิกตอเรีย’ ตามพระนามของสมเด็จพระราชินี วิกตอเรียที่ 1 หาใช่บิ๊ก เบน ไม่

4. บิ๊ก เบน ถูกขนมายังลอนดอนด้วยพิธีการยิ่งใหญ่ มันถูกขนด้วยเรือก่อนจะใช้รถเทียมม้าขาวถึง 16 ตัว ขนข้ามสะพานเวสต์มินสเตอร์

5. อย่างไรก็ตาม บิ๊ก เบน ใบแรกเกิดรอยร้าวระหว่างการทดสอบในเดือนตุลาคม 2400 จึงต้องมีการหล่อระฆังใบที่ 2 มาเปลี่ยนด้วยฝีมือของ จอร์จ เมียร์ส จากโรงหล่อ ไวท์ชาเปล ในกรุงลอนดอน เมื่อเดือนเมษายน 2401 โดยผสมชิ้นส่วนของระฆังใบแรกเข้าไปด้วย

6. บิ๊กเบน ลั่นบอกเวลาอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อ 11 กรกฎาคมปี 2402 แต่ก็ใช้งานได้ไม่นานเมื่อเกิดรอยร้าวขึ้นมาอีกในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ทำให้มันต้องเงียบเสียงไปนาน 4 ปี และมีการแก้ปัญหาโดยหมุนระฆังไปประมาณ 90 องศาตามเข็มนาฬิกาเพื่อเปลี่ยนจุดเคาะ และใช้ลูกตุ้มเคาะระฆังที่มีขนาดเล็กลง

7. หลังจากนั้นก็มีเหตุให้ระฆังนี้ต้องเงียบเสียงเป็นครั้งคราว เช่นในปี 2550 ลูกตุ้มของระฆังพัง ทำให้ต้องซ่อมแซมเป็นเวลา 7 สัปดาห์ และหยุดซ่อมแซมเป็นเวลา 9 เดือนเมื่อปี 2519 ด้วย

8. สถานีโทรทัศน์กระจายเสียงระฆังบิ๊กเบนเป็นครั้งแรกของประเทศผ่านทางวิทยุในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ปี 2466 และก่อนที่เสียงระฆังบิ๊ก เบน จะได้รับการกระจายเสียงไปในต่างประเทศเป็นครั้งแรกระหว่างการกระจายเสียงผ่านทางวิทยุของพระเจ้าจอร์จที่ 5 เมื่อปี 2475

9. เสียงของระฆังบิ๊ก เบน เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างความเร็วเสียงและแสง เช่นหากคุณยืนอยู่ที่ฐานของหอคอยเอลิซาเบธ คุณจะได้ยินเสียงระฆังหลังจากที่มันถูกตีประมาณ 1 ส่วน 6 วินาที แต่คนที่ฟังผ่านวิทยุจะได้ยินเสียงเร็วกว่าคุณ

10. หอคอยเอลิซาเบธ มีความสูง 96 เมตร และประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ อีก 11 ชั้น

11. การก่อสร้าง หอคอยเอลิซาเบธ เริ่มวางรากฐานตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2386 ต้องใช้หินขนาดร่วม 850 ลูกบาศก์เมตร และอิฐขนาดรวม 2,600 ลูกบาศก์เมตรในการก่อสร้างหอคอยทั้งหมด ซึ่งเสร็จในปี 2402 ล่าช้ากว่ากำหนดการไปถึง 5 ปี

12. ระฆังบิ๊ก เบน ในปัจจุบันมีน้ำหนัก 13.7 ตัน สูง 2.2 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 2.7 เมตร ส่วนลูกตุ้มระฆังมีน้ำหนักถึง 200 กิโลกรัม เวลาเคาะจะทำเสียงดนตรีโน้ต อี (E)

13. ใต้บิ๊ก เบนยังมีระฆังขนาดเล็กอีก 4 ใบ ซึ่งลั่นทุก 15 นาที โดยจะทำเสียงตัวโน้ต จี ชาร์ป, เอฟ ชาร์ป, อี และ บี

14. ในปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการเห็นระฆังบิ๊ก เบน หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเดินขึ้นบันไดเป็นระยะทาง 334 ขั้นเพื่อไปยังหอระฆัง ซึ่งการปรับปรุงใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมีการติดตั้งลิฟต์เข้าไปภายในหอคอยด้วยเพื่ออำนวยความสะดวก การปรับปรุงใหม่จะทำให้ หอคอยเอลิซาเบธ มีห้องน้ำเป็นครั้งแรกด้วย

15. หอคอยเอลิซาเบธไม่ได้ตั้งตรง แต่มันเอียงประมาณ 0.04 องศา ซึ่งหากมองโครงสร้างภายนอกดีๆ ก็จะสังเกตเห็นว่าหอคอยเอียง

16. ส่วนนาฬิกาของ หอคอยเอลิซาเบธ ออกแบบโดย นายเอ็ดมุนด์ เบกเคตต์ เดนิสัน และ เอ็ดเวิร์ด เดนท์ โดยที่ เบกเคตต์ เดนิสัน เป็นนักกฎหมายไม่ได้เป็นช่างทำนาฬิกาด้วยซ้ำ

17. หน้าปัดนาฬิกาแต่ละด้านของ หอคอยเอลิซาเบธ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 7 เมตร ประกอบด้วยกระจกสีน้ำนมราว 312 แผ่น เข็มชั่วโมงมีความยาว 2.8 เมตร ส่วนเข็มนาทีมีความยาว 4.3 เมตร ความเที่ยงตรงของการบอกเวลาเหลื่อมล้ำไม่เกิน 1 วินาที

18. หน้าปัดนาฬิกาแต่ละด้านของ หอคอยเอลิซาเบธ ได้รับแสงสว่างจากหลอดไฟประหยัดพลังงาน 28 ดวง ซึ่งมีอายุการใช้งานดวงละประมาณ 60,000 ชั่วโมง

19. คำภาษาละตินที่ประดับอยู่ใต้หน้าปัดนาฬิกา เขียนว่า “Domine Salvam Fac Reginam Nostram Victoriam Primam” ซึ่งถอดความได้ว่า “ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองพระราชินีวิกตอเรียที่ 1 ของผองเราให้ปลอดภัย”

20. คนทั่วไปยังสามารถรู้ได้ด้วยว่าเวลาใดที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังมีการประชุมอยู่ ด้วยการดูเหนือหน้าปัดนาฬิกา หากตะเกียงซึ่งถูกเรียกว่า ‘อาอีร์ตง ไลต์’ (Ayrton Light) ส่องแสงสีต่างๆ ออกมาก็แสดงว่ากำลังมีการประชุมอยู่

21. หลายคนอาจไม่รู้ว่า ภายในหอคอยเอลิซาเบธมี คุก อยู่ด้วย โดยเมื่อเดินขึ้นบันไดไปประมาณ 114 ขั้น ก็จะพบห้องสำหรับขังสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ทำผิดกฎข้อบังคับ ซึ่งใช้ครั้งสุดท้ายในปี 2423 ขัง ส.ส. ชาร์ลส์ แบรดลัฟ ผู้ไม่ยอมกล่าวคำสาบานต่อควีนวิกตอเรียบนคัมภีร์ไบเบิล

22. หลังจาก หอคอยเอลิซาเบธ ปิดซ่อมแซม นักท่องเที่ยวที่อยากชมหอนาฬิกานี้ใกล้ๆ คงต้องแก้ขัดโดยการไปชม ‘ลิตเติล เบน’ ในเมืองวิกตอเรีย ซึ่งเป็นหอนาฬิกาสูง 6 เมตร ที่สร้างขึ้นเลียนแบบเอลิซาเบธทาวเวอร์ แทน