วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถังเดียวเที่ยว 800 กิโลเมตร! MERCEDES BENZ E220d ESTATE AMG DYNAMIC

รถสเตชั่นแวกอนในประเทศไทยยังคงห่างไกลจากความนิยม คนไทยจำนวนมากชอบรถแบบซีดาน 4 ประตูมากกว่าทรงยาวๆ ของรถ 5 ประตูแบบรถแวน แม้แต่รุ่นแฮตช์แบ็ค 5 ประตูก็ยังขายสู้รุ่น 4 ประตูไม่ได้ แต่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ รถยนต์ประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากพื้นที่และความอเนกประสงค์ของการขับใช้งาน สเตชั่นแวกอนหรือรถแวนในอดีตนั้นเป็นรูปแบบของรถยนต์ที่มีความแตกต่างจากรถทั่วไปในตำแหน่งของฝาท้ายที่เปิดออกได้พร้อมช่วงของฐานล้อที่ยาวและส่วนท้ายที่มีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง รถแวนนั้นได้รับความนิยมมานานจนกลายเป็นจุดกำเนิดและที่มาของรถเอสยูวีในปัจจุบัน รถทดสอบของผมในสัปดาห์นี้คือเจ้า Mercedes Benz New E-Class รุ่น E220d แบบ 5 ประตูแวกอนหรือ Estate พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งจาก AMG เป็นรถแวนรุ่นล่าสุดในตระกูล E-Class ที่ Mercedes Benz Thailand นำเข้ามาจำหน่ายในราคา 4,740,000 บาท 

การใช้งานรถสเตชั่นแวกอนทำให้คุณหรือใครที่ขับกลายเป็นพ่อบ้านแม่บ้านที่คำนึงถึงครอบครัวเป็นหลัก จากภาพลักษณ์ของตัวรถที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากกว่ารถ 4 ประตู ฝาท้ายที่เปิดออกได้ในมุมกว้างกับความหลากหลายของกลไกที่ใช้สำหรับพับเบาะหลังเติมเต็มพื้นที่มากถึง 1,850 ลิตร สำหรับการขนของชิ้นโตๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ ถุง Golf ที่ยัดได้ไม่ต่ำกว่า 5 ถุง (พับเบาะหลัง) จักรยานเสือหมอบแบบฟูลไซส์ไม่ต้องถอดล้อหน้าก็ยัดใส่ห้องเก็บสัมภาระท้ายได้อย่างสบายๆ หลังจากสะเทือนซางหลังแหกกับรถสปอร์ตคูเป้มาหลายอาทิตย์ก็ถึงช่วงเวลาแห่งความสบายเนื้อสบายตัวกับการทดลองขับยานยนต์ตราดาวที่นายตำรวจและทหารระดับสูงให้ความนิยมมากเป็นพิเศษ!

เปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งคนขับคุณจะพบกับห้องโดยสารที่หรูหราสะดวกสบาย พวงมาลัยและเบาะปรับด้วยไฟฟ้าจัดวางท่านั่งควบคุมที่ดีมาก ทัศนวิสัยมุมมองด้านหน้าดีแต่ด้านข้างนั้นจะมีมุมอับอยู่บ้างที่บริเวณเสากลางและเสาท้ายที่ค่อนข้างหนาทำให้บดบังมุมมองอยู่พอสมควร กดสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องดีเซลตัวใหม่รหัส OM654 DE20 ติดขึ้นมาด้วยความเงียบและปราศจากอาการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์วิศวกรของ Mercedes ปรับแต่งยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ใหม่ รวมถึงการทำงานของเครื่องดีเซลตัวใหม่ที่เน้นความเงียบมากเป็นพิเศษ

OM654 DE20 ให้ความรู้สึกราวกับเครื่องยนต์เบนซินทั้งความนิ่งและความเงียบจากมาตรการป้องกันเสียงแปลกปลอมด้วยวัสดุซับเสียงที่อยู่ในเกณฑ์ดี (มาก) คันเกียร์ที่ย้ายมาอยู่ตรงคอพวงมาลัยด้านขวาให้ความรู้สึกแปลกๆ แต่ใช้งานได้ง่ายขับไปสักพักก็จะชินไปเอง ผมเริ่มต้นการค้นหาสมรรถนะของ E220d Estate ด้วยโหมด ECO ซึ่งเป็นโหมดที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากสุดและออกแบบมาสำหรับการไหลไปเรื่อยๆ เมื่อขับในเมือง

ECO Mode เซตค่ามาให้คันเร่งทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ตอบสนองเร็วเกินจนทำให้กินเชื้อเพลิง โหมดนี้ยังควบรวม Auto start/stop คอยดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่จอดรอการเคลื่อนตัวแต่ถ้ารำคาญการติดๆ ดับๆ ก็กดสวิตช์ยกเลิกได้แต่จะทำให้อากาศรอบตัวยามจอดรอสัญญาณไฟสกปรกมากขึ้นอีกนิด เครื่องยนต์ดีเซล OM654 ปล่อย Co2 แค่ 109 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร (E-Class รุ่น Saloon 4 ประตู ทำได้ 102 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร)

ตัวเลขสมรรถนะที่เคลมมาจากโรงงาน มันเร่งจาก 0-100 ใน 7.7 วินาที ช้าว่ารุ่น 4 ประตูที่ทำได้ 7.3 วินาทีแค่นิดเดียว ส่วนความเร็วสูงสุด รุ่น Estate 5 ประตูทำได้ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช้ากว่า E-Class Saloon 4 ประตูที่ทำได้ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหน่อยเดียวอีกเหมือนกัน น้ำหนักตัว 1,780 กิโลกรัมของรถแวนแบรนด์ตราดาว หนักกว่า E220d รุ่น 4 ประตู 100 กิโลกรัมแต่เบากว่า E350e Plug in Hybrid อยู่ถึง 120 กิโลกรัม ขับในเมือง E-Class Estate แม้จะยาวเกือบๆ 5 เมตรแต่ให้ความคล่องตัวสูงมาก ไม่รู้สึกว่าหนักหรือเทอะทะ ขับไปแค่นิดเดียวคุณหรือคนขับรถที่จ้างมาก็รับรู้ได้ถึงความคล่องแคล่วว่องไว วงเลี้ยวที่แคบทำให้การกลับรถในที่คับแคบง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 

ECO/ Comfort/ Sport/ Sport+/ Individual 5 โหมดการขับเคลื่อนที่บรรจุอยู่ใน E-Class Estate นั้น โหมดที่โหดสุดต้องยกให้กับ Sport + ส่วน Individual เป็นโหมดของคนที่ชอบล้วงแคะแกะเกาเข้าไปปรับตั้งค่าการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์รวมถึงพวงมาลัยและ Auto start/stop ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามความต้องการของตัวคุณเอง ผมข้ามจาก Comfort และ Sport โดยมุ่งตรงเข้าไปสู่โหมดสูงสุดสำหรับการขับแบบทำความเร็ว คันเร่งที่เคยย้วยเฉื่อยชาคล้ายกับโดนยาสั่งให้กลับมาตอบสนองอย่างไวแตะลงไปแค่นิดเดียวก็พร้อมที่จะกระโจนพรวดๆ ไปข้างหน้า

น้ำหนักตัวเกือบๆ 1.8 ตัน ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเครื่องยนต์ในการแบกน้ำหนักแม้แต่น้อย ดูได้จากตัวเลขอัตราเร่งที่ทำได้ 7.7 วินาที เร็วเอาเรื่องเลยทีเดียว การโลดโผนโจนทะยานผ่านโหมดสูงสุดนั้น E-Class Estate ต้องการทางข้างหน้าที่โล่งพอสมควรในการปลดปล่อยพลังงาน 400 นิวตันเมตร เกียร์ 9G Tronic คาอยู่ในเกียร์ 3-4 นานผิดปกติเพื่อการสำแดงพลังในรูปของแรงบิด เมื่อเทอร์โบบูสติดมันจะพาคุณทะยานผ่านความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยความนิ่งและความเงียบ

ยางหน้า 245/40 R 19 กับยางหลัง 275/35 R 19 ยี่ห้อ Michelin รุ่น Primacy 3st แม้จะไม่เงียบหรือนุ่มเท่ากับ Yokohama แต่มีกริ้บที่ดี เจ้า E-Class Estate คันนี้ผ่านมือสื่อกับลูกค้ามาถึง 10,000 กิโลเมตร การยึดเกาะก็ยังปกติแต่ยางจะมีเสียงดังบ้างเมื่อเจอเข้ากับทางแบบปูนซีเมนต์หรือทางลาดยางมะตอยที่กำลังผุพัง! ส่วนความนุ่มนวลสบายตัวต้องยกนิ้วให้ว่าเหนือกว่า E Class รุ่น 4 ประตูเล็กน้อย

พวงมาลัยไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นสูง ในโหมด ECO จะเน้นความเบาสบายข้อมือเหมาะกับการหมุนออกจากที่จอดรถแคบๆ รวมถึงการเลี้ยวกลับลำในเมือง พอผมปรับมาเป็นโหมด Sport + พวงมาลัยจะตึงมือขึ้นมาอีกนิดเนื่องจากเป็นโหมดท้ารบมันจึงปรับให้น้ำหนักของพวงมาลัยไม่เบามากเกินไปจนเกิดอาการเสียวสยอง ช่วงล่างมัลติลิ้งค์ทั้งแน่นและหนึบ หากอัดหนักๆ จะมีอาการย้วยเล็กน้อยในโค้งซึ่งต้องลงมือลงแรงจัดกันโหดจริงๆ อาการถึงจะปรากฏ

บนทางตรงยาว โหมด Sport + เปิดโอกาสให้คุณสามารถทำความเร็วยามรีบเร่งได้อย่างเต็มที่ แต่ความเร็วที่สูงเกินไปนั้นผิดกฎหมายและอันตรายควรระมัดระวังให้จงหนัก ที่ย่าน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การผลึกห้องโดยสารด้วยวัสดุป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกทำให้ E-Class Estate เป็นรถที่เงียบเอาเรื่อง แม้จะลงแส้หนักๆ กดไปที่คันเร่งเสียงเครื่องดีเซลก็ยังฟังดูสุภาพเรียบร้อยแตกต่างจากความประพฤติในโหมดสูงสุดราวฟ้ากับเหว มันเป็นรถผู้บริหารระดับสูงที่ขับได้ง่ายทั้งช้าและเร็ว การควบคุมเสถียรภาพของตัวรถผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นับสิบรายการทำให้รู้สึกพอใจเมื่อออกเดินทางไกล เป็นรถที่มีความแม่นยำแม้ตัวจะยาวเกินเหตุ ขับได้อย่างหลากหลายและมีความหนึบแน่นกว่า E-Class ซาลูน เกิดขึ้นจากน้ำหนักตัวที่มากกว่านั่นเอง

เครื่องยนต์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบมีแรงบิดที่ดีเยี่ยมและประหยัดกว่า E350e รุ่น Plug in Hybrid เห็นๆ! อัดหนักๆ อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ที่ 14-16 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อลองวิ่งแบบเรื่อยๆ เจ้า E-Estate กลับทำได้ถึง 22.5 กิโลเมตรต่อลิตร อย่าลืมว่ามันตัวหนักเกือบ 2 ตันและมีเครื่องยนต์แค่ 2 ลิตรเท่านั้น! เชื้อเพลิงดีเซลเต็มถังความจุ 50 ลิตร สามารถทำระยะทางได้ไกลถึง 840 กิโลเมตร อาจเป็นรอง E-Class รุ่น 4 ประตูที่ทำได้ถึง 1,000 กิโลเมตร เนื่องจากตัวหนักกว่าถึง 100 กิโลกรัม OM654 เป็นเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดกว้างขวางและตอบสนองได้ดีทั้งรอบต่ำและรอบสูง อาจไม่จัดจ้านเท่ากับเครื่องเบนซินแต่แรงบิดมโหฬารระดับ 400 นิวตันเมตรนั้นสามารถนำพาให้คุณทะยานผ่านหลักกิโลเมตรได้อย่างรวดเร็วดั่งใจ

ประสิทธิภาพในการยึดเกาะรวมถึงการเบรกเพื่อลดความเร็วนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี ขับในย่านความเร็วสูงแล้วเบรกก็ไม่ผิดหวังหรือออกอาการน่ากลัว ในโหมด Sport + ผมสามารถเดินคันเร่งได้เร็วแล้วเบรกก่อนถึงหัวโค้งเพื่อเริ่มต้นการหมุนพวงมาลัยเข้าโค้ง เจ้า E Class Estate ไม่มีอาการงุ่มง่ามที่ชอบทำให้เกิดการชะงักลังเล เกาะจิกโค้งแน่นราวกับ SLC คันเล็กทั้งๆ ที่ยาวเป็นเรือเกลือ การถ่ายเทน้ำหนักในโค้งก็ดีสูสีกับ BMW Series-5 Touring มันจึงเป็นรถที่เหมาะกับการขับเองหรือนั่งให้คนรถขับก็ดีทั้งนั้น ล้อ AMG 19 นิ้ว ลาย 5 ก้านคู่นั้นสวยงามและล้างทำความสะอาดได้ง่าย จานเบรกคู่หน้าเจาะรูระบายความร้อนแบบรถแข่งมีประสิทธิภาพดีเมื่อจับคู่กับคาร์ลิบเปอร์ 4 พอตของ Mercedes Benz จะเอาให้โหดและดิบมากกว่านี้คงต้องเพิ่มเงินอีกเพียบแล้วไปที่ E63 Estate AMG ก็จะพบกับความสาแก่ใจที่มากกว่ากันแบบเห็นๆ!

อุปกรณ์ตอนกลางคืนที่อยากจะแนะนำก็คือ ระบบไฟส่องสว่าง multibeam led headlights technology ใน New E-Class Estate ไฟหน้าแบบใหม่ของแบรนด์ตราดาวมีการทำงานร่วมกันถึงสามแกนหลักๆ คือ องศาของพวงมาลัย เซนเซอร์ตรวจจับด้านหน้าและกล้อง โดยระบบจะปรับระดับความสูงของไฟ รวมถึงแบ่งช่องลดความแรงของไฟขณะที่มีรถวิ่งสวนมาในแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้ไฟหน้าไปแยงตารถที่แล่นสวนมาจนเค้าด่าแม่เอา! แต่ยังคงความสว่างในส่วนที่ไม่ส่องหรือแยงตารถคันอื่น

การปรับไฟด้วยตัวของมันเองแบบอัตโนมัติทั้งความเข้มและทิศทางของแสง มีการบีบแสงให้แคบขึ้นเมื่อขับเข้าไปใกล้กับท้ายรถคันข้างหน้า ไฟหน้าแบบใหม่ยังครอบคลุมสภาพแวดล้อมต่างๆ รวมถึงอุณหภูมิและสภาพอากาศ สำหรับไฟท้ายมีการออกแบบหลอด LED ใหม่ เพื่อให้แสงสว่างที่คมชัด แถมยังปรับระดับความแรงของแสงไฟท้ายและไฟเบรกฉุกเฉินแบบอัตโนมัติเมื่อใช้เบรกหนักๆ เพื่อคอยแจ้งเตือนรถคันข้างหลัง แสงไฟของไฟท้ายมีลักษณะที่นวลตาไม่ไปรบกวนรถยนต์คันอื่นขณะติดสัญญาณไฟจราจรแต่อย่าลืมปิดไฟตัดหมอกหลังเมื่ออากาศปกติก็แล้วกัน!

Mercedes-Benz E-Class Estate รุ่น E220d AMG Dynamic มีมิติตัวถังที่ไม่เล็กแต่ก็ไม่ได้ใหญ่ระดับ S-Class มันมีฐานล้อที่ยาว 2,939 มิลลิเมตร 
ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,600 มิลลิเมตร หลัง 1,609 มิลลิเมตร ความยาวตัวถังล่อเข้าไปถึง 4,933 มิลลิเมตร ขาดอีกนิดเดียวก็จะยาวเหยียดถึง 5 เมตร ส่วนความกว้างของตัวถังอยู่ที่ 1,852 มิลลิเมตร ทำให้เบาะหน้ากว้างจนรู้สึกเหงาเมื่อขับคนเดียว สำหรับสัดส่วนของความสูงอยู่ที่ 1,475 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างพื้นถึงใต้ท้องรถ 135 มิลลิเมตร 

ดีไซน์และการตกแต่งภายในของ Mercedes-Benz E-Class Estate ยกมาจากรุ่น 4 ประตู AMG Dynamic ทั้งยวง เป็นภายในที่ควบรวมความสง่างาม และบรรยากาศแบบสปอร์ตที่หรูหราทันสมัย​​ด้วยการนำรูปแบบของห้องโดยสารของ S-Class มาปรับปรุงใหม่หมด ทั้งความกว้างและครอบคลุมลักษณะของการใช้งานในห้องโดยสาร ก่อให้เกิดความโดดเด่นทั้งในด้านผิวสัมผัส การใช้งานอุปกรณ์โดยมีคนขับเป็นจุดศูนย์กลาง สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการออกแบบของแบรนด์ตราดาว

การตกแต่งภายในวัสดุคุณภาพระดับสูง นับเป็นความแตกต่างระหว่างการผลิตยานยนต์ยุคใหม่ของเยอรมนี ด้วยสำนวนการออกแบบทางอารมณ์จากสถาปัตยกรรมภายในที่ชาญฉลาด เช่นเดียวกับการควบคุมและการแสดงผลขั้นสูง องค์ประกอบที่ทันสมัยของห้องโดยสาร​​มีคุณภาพสูงปรี๊ด จากวัสดุที่กลายเป็นตัวกำหนดรูปแบบ โดยเชื่อมโยงกับอารมณ์สปอร์ต วัสดุพวกหนังคุณภาพสูง ลายไม้โทนสีดำด้านที่กรุอยู่กลางแผงแดชบอร์ด ผ้าบุหลังคาสีดำ กระจกหลังคา 2 ชิ้นแบบ Panoramic roof งานโลหะอัลลอยที่ให้ผิวสัมผัสแปลกแยกแตกต่าง การใช้วัสดุหุ้มในส่วนของคอนโซล แผงประตูที่มีความละเอียดอ่อนของชิ้นงาน เป็นรูปลักษณ์ที่แสดงออกถึงคุณภาพงานประกอบภายในของ E-Class Estate ด้วยความพิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียดและงานฝีมือที่ประณีตบรรจงโดยเฉพาะการตัดเย็บหนังแท้

เบาะที่นั่งแบบใหม่ใน New E-Class ออกแบบเพื่อความสบายล้วนๆ เหมาะกับการขับเดินทางไกล รูปลักษณ์ของตัวเบาะแบบสปอร์ตปรับตั้งด้วยระบบไฟฟ้า เบาะนั่งได้รับการออกแบบโดยใช้ความแตกต่างขึ้นอยู่กับออฟชั่นและรุ่น เป็นเบาะนั่งที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับเวอร์ชั่น AMG สร้างความสบายให้กับคนขับและผู้โดยสาร ด้วยพนักพิงศีรษะแบบสปอร์ต ส่วนรองแผ่นหลังแบบใหม่ที่ปรับตั้งได้ เบาะส่วนไหล่มีความกว้างมากขึ้น

สำหรับเบาะนั่งของผู้โดยสารด้านหลังใน Mercedes-Benz E-Class Estate 5 ประตู และ Saloon 4 ประตู มาพร้อมกับตัวเลือกของพนักพิงแบบสามชิ้น สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ เช่น 40%-20% 40%-60% ทำให้เกิดความอเนกประสงค์ในด้านการใช้งานมากขึ้นกว่า E-Class รุ่นก่อนหน้านี้ด้วยรูปแบบของการพับ 60%-40% เมื่อปรับพับเบาะหลังราบลงกับพื้น E-Class Estate จะมีพื้นที่สำหรับขนสัมภาระมากถึง 1,850 ลิตร

พวงมาลัยสามก้านฐานตัดแนวรถสปอร์ตของ E220d Estate AMG Dynamic ทำจากอัลลอยหุ้มด้วยหนังแท้ มีสวิตช์ปรับตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งมาให้เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงและปรับตั้ง ใช้พวงมาลัยแบบสปอร์ตทรงฐานตัดที่มีขนาดพอดิบพอดี มีรอบวงที่อวบอ้วนจับได้กระชับมือดีมาก พวงมาลัยของ E-Class ยังมีแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift ติดตั้งอยู่ด้านหลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับ เมื่อต้องการปรับเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวเองแต่แป้น Paddle พลาสติกมีขนาดเล็กไปนิด สวิตช์ Multi Information ระบบสัมผัสที่ก้านวงทั้งซ้ายและขวาสามารถใช้นิ้วแตะเพื่อเรียกดูข้อมูลที่สำคัญในขณะขับขี่ใช้งาน รวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ เยอะจนบรรยายกันไม่ไหว

Mercedes Benz Ambient Lighting หลอดไฟ LED ภายในห้องโดยสารของ E-Class Estate ออกแบบมาเพื่อทำให้การใช้งานมีความพิเศษด้านอารมณ์และความรู้สึกเมื่อขับตอนกลางคืน หลอด LED ที่ตกแต่งในห้องโดยสารมีความทนทานและประหยัดพลังงาน เทคโนโลยี LED ของ E-Class ผู้ขับสามารถเลือกเฉดสี เพื่อทำให้แสงสว่างสร้างบรรยากาศและมุมมองแปลกใหม่มากถึง 64 เฉดสี หลอด LED เทคโนโลยีล่าสุดจะเพิ่มสัมผัสของแสง เช่น เพื่อตัดชิ้นส่วนจอแสดงผลกลาง ด้านหน้าคอนโซลกลาง, การจัดการของช่องประตูด้านหน้าและพื้นที่วางเท้า

อุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ของ Mercedes Benz E-Class Estate คือระบบเสียงรอบทิศทาง 3D Burmester® เครื่องเสียงและลำโพงคุณภาพสูงของ E-Class Estate ติดตั้งลำโพงชั้นเยี่ยมคุณภาพดีจาก Burmester เป็นระบบเสียงแบบ Surround sound system พร้อมกำลังขับที่ดีเยี่ยมช่วยเปลี่ยนมิติของการฟังเพลงในรถยนต์ เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยของระบบสั่งงานด้วยแป้น Touchpad เครื่องเสียง Burmester High End 3-D เป็นระบบเสียงแบบเซอร์ราวด์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ของการดูหนังฟังเพลงในรถยนต์ ระบบเสียง Hi-Fi มีเสียงที่ถูกขับออกมาจากลำโพงแบบ 3D เป็นแบบ 3 ช่องทาง ให้คุณภาพของเสียงเพลงที่เล่นผ่านอุปกรณ์ต่างๆ มีความคมชัดและมีมิติที่เป็นอิสระจากจิตใต้สำนึก ซึ่งแตกต่างจากระบบเครื่องเสียงติดรถยนต์ทั่วไป ตำแหน่งของลำโพงที่จัดวางโดยคำนึงถึงการรับฟังที่ดีที่สุดในระบบ Surround sound มีการปรับลำโพงทวีตเตอร์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเสาหน้า เพื่อทำให้เข้าถึงตำแหน่งที่ดีที่สุดของการรับฟัง ลำโพง Burmester Speaker ออกแบบโดยอยู่ภายใต้โดมอะลูมิเนียม ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณแผงประตูยังเพิ่มความงดงามและความหรูหราเต็มรูปแบบ

หน้าจอแสดงผลแบบใหม่ กว้าง 12.3 นิ้ว นับเป็นครั้งแรกในส่วนนี้ที่มาตรวัดถูกปรับจากมาตรวัดแบบอนาล็อกมาเป็นมาตรวัดแบบดิจิตอลผ่านจอ TFT LCD Thin film transistor คล้ายกับมาตรวัดของ Mercedes Benz S-Class โฉมปัจจุบัน ซึ่งแสดงผลด้วยภาพกราฟิกที่มีความคมชัดสูงสุด การสร้างองค์ประกอบหลักที่เน้นลักษณะของการใช้งานด้วยการออกแบบแดชบอร์ดขนาดใหญ่ กลายเป็นแนวทางหลักของการออกแบบตกแต่งภายใน แผงหน้าปัดหน้าจอกว้าง มีจอแสดงผลขนาดใหญ่เช่นเดียวกับจอแสดงผลส่วนกลางเหนือคอนโซลกลาง ผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบของหน้าปัดมาตรวัดได้สามรูปแบบ เช่น Classic/Sport และ Progressive การตกแต่งในสไตล์เดียวกับ New S-Class ยิ่งทำให้ New E-Class Estate มีห้องโดยสารที่งดงามและมีความทันสมัยเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง BMW Series-5 Touring / Audi A6 Avant หรือแม้แต่ Volvo V90 อย่างชัดเจน

จอแสดงผลหลัก Widescreen Display ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ขนาด 31.2 ซม. (12.3 นิ้ว) จอภาพ TFT-Thin film transistor ความละเอียด 1,920 x 720 พิกเซล ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบหลักของระบบประมวลผล และการแจ้งข้อมูลรายละเอียดของรถขณะขับเคลื่อน แผงหน้าปัดแบบจอกว้างด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่ เสมือนเครื่องมือในการแสดงข้อมูลและวิสัยทัศน์ของผู้ขับขี่ เช่นเดียวกับจอแสดงผลกึ่งกลางคอนโซล ผู้ขับขี่สามารถเลือกโปรแกรมการแสดงผลบนหน้าจอได้สามรูปแบบ โดยแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันในด้านกราฟิก เช่น Classic/Sport และ Progressive

จอแสดงผลกลางของระบบ COMAND Control จะแบ่งพื้นที่หลักสำหรับแสดงข้อมูลเชิงกราฟิกและภาพเคลื่อนไหว (2/3 บนด้านขวาของจอแสดงผล) พื้นที่เสริม (1/3 ที่ด้านซ้ายของจอแสดงผล) เป็นนวัตกรรมล่าสุดโดยควบคุมการสั่งงานผ่านระบบสัมผัสในก้านวงของพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่ออกแบบการใช้งานเช่นเดียวกับพื้นผิวสัมผัสของสมาร์ทโฟน เป็นการสั่งงานเลือกดูข้อมูลต่างๆ หรือปรับตั้งค่าผ่านปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย ระบบสัมผัสสั่งงานจอภาพที่พวงมาลัยของ Mercedes ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งการสั่งงานในแนวนอนและแนวตั้ง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบ Infotainment ในลักษณะที่เรียบง่ายและสมบูรณ์แบบ ตามหลักสรีรศาสตร์โดยมีความปลอดภัยในการใช้งานที่ไม่ต้องละมือออกจากพวงมาลัย

อุปกรณ์ทัชแพดบนคอนโซลกลางของ New E-Class ช่วยให้การทำงานทั้งหมดถูกควบคุมโดยท่าทางเดียว หรือนิ้วมือ โดยสั่งงานแบบ multitouch ทัชแพดยังอนุญาตให้พิมพ์ตัวอักษร หรือตัวเลขและตัวอักษรพิเศษที่เขียนด้วยลายมือ ระบบอ่านข้อมูลจะสามารถตรวจพบโดยการป้อนข้อมูลที่เขียนด้วยลายมือ เพื่อให้คนขับรถไม่จำเป็นต้องละสายตาจากการควบคุม คุณลักษณะการตรวจสอบ handrest ออกแบบมา เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้ระบบควบคุม COMAND Online และการควบคุมด้วยเสียง LINGUATRONIC เพื่อใช้สำหรับการควบคุมระบบ Infotainment

เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ รหัส OM654 ขนาด 2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์คอยลดอุณหภูมิไอดี เครื่องยนต์รุ่นใหม่ถูกปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านของแรงบิด ความแข็งแกร่งทนทาน และการใช้เชื้อเพลิงที่มีอัตราส่วนลดลง พร้อมกับโหมดการขับเคลื่อนที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ถึง 5 รูปแบบ เช่น ECO/ Comfort/ Sport/ Sport+/ Individual พร้อมฟังก์ชั่น Auto Start/ Stop ค่าการปล่อย Co2 ต่ำ แค่ 109 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษของเครื่องยนต์ OM654 อยู่ในระดับ Euro 6 เป็นเครื่องดีเซลเทอร์โบที่ใช้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงยอดนิยมไดเรคอินเจคชั่นพร้อมหัวฉีดแรงดันสูง พัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งบล็อก ไล่เรียงจากฝาสูบ กระบอกสูบและก้านสูบใหม่ กลไกของวาลว์แบบใหม่ ตัวลดอุณหภูมิไอดีใหม่ ชุดหัวฉีดพร้อมหน่วยควบคุมไฟฟ้าใหม่หมด พร้อมชุดกรองแคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ที่ปรับลดค่า Co2 ได้ต่ำมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลของ Mercedes Benz ทุกตัวในอดีต!

เครื่องยนต์รหัส OM 654 ทำจากอะลูมิเนียมทั้งตัว แบบ Commonrail Twin Turbocharged  4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ = 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร หรือ 1,950 ซีซี. อัตราส่วนกำลังอัด 15.5 : 1 กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที
ชุดส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่แบบ 9 จังหวะ 9G-Tronic พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของ Mercedes เองทั้งหมด โดยเป็นเกียร์อัตโนมัติที่สามารถชิฟเกียร์ได้ผ่านแป้น Paddle Shift

เกียร์ขับหลัง Mercedes-Benz 9G-TRONIC เป็นชุดส่งกำลังมาตรฐานสำหรับ New E-Class ทุกรุ่นทุกเวอร์ชั่น (ยกเว้น E63 AMG) อัตราส่วนการทดกำลังถูกปรับให้มีความครอบคลุมทุกรอบเครื่องยนต์และแพร่กระจายในวงกว้าง สำหรับเกียร์ 7-8-9 ช่วยทำให้รอบเครื่องยนต์ลดต่ำลงในย่านความเร็วเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น เมื่อไม่ต้องใช้รอบสูงในการวิ่งบนไฮเวย์ เกียร์ 9G-Tronic ยังช่วยให้การถ่ายเทแรงบิดมีความสมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ไหลลื่นต่อเนื่อง ระยะของการเปลี่ยนเกียร์สั้นลง โดยมีการเปลี่ยนแปลงและการตอบสนองที่ฉับไวในทุกโหมดของการขับเคลื่อน

ราคา 4.7 ล้านค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรุ่น 4 ประตูที่ถูกกว่ามากเนื่องจากเป็นรถนำเข้ามาทั้งคันไม่ได้ประกอบในประเทศ ราคาของ Estate จึงพุ่งโด่งจนเห็นรถรุ่นนี้น้อยมากบนถนนในย่านคนรวย! E220d Estate เป็นรถแวนที่ขับได้ดีแต่มีราคาแพง แทบจะไม่มีจุดบกพร่องให้ย้อนแย้งนอกจากค่าตัวของมันเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งอาทิตย์กับรถทดสอบที่ขับได้อย่างใจนึก มันเป็นพาหนะที่เหมาะกับคนชอบขับรถ หากซื้อมาแล้วมัวแต่ไปนั่งข้างหลังไม่เคยขับเองแม้แต่ครั้งเดียวนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเอามากๆ เชื้อเพลิงถังเดียวไปได้ไกล 800 กิโลเมตร ด้วยการขับแบบผสมเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับกันไป พวงมาลัยและช่วงล่างกับแรงบิดจากเครื่องยนต์รวมถึงการทำงานของเกียร์นั้นแทบจะไม่มีจุดบอด สุดท้าย E-Class Estate ถือเป็นการจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อเอาชนะรถแวนคู่แข่งจอมแสบประสิทธิภาพสูงอย่าง BMW Series-5 Touring นั่นเอง.

MERCEDES BENZ NEW E-CLASS E220d ESTATE SPECIFICATIONS
engine type..................................turbocharged diesel
engine manufacturer....................Mercedes-Benz
engine code..................................OM654
cylinders Straight ........................4
capacity.......................................2 litre 1,950cc (118.996 cu in)
bore×stroke.................................82.0mm × 92.3mm 3.23 × 3.63 in
bore/stroke ratio..........................0.89
type.............................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total
maximum power output.............194 PS (191bhp) (142kW) at 3,800 rpm
specific output............................97.9bhp/litre 1.61bhp/cu in
maximum torque........................400 Nm (295ft·lb) (40.8kgm) at 1,600-2,800 rpm
specific torque............................205.13Nm/litre 2.48ft·lb/cu3
engine construction
sump........................................wet sumped
compression ratio.......................15.5:1
fuel system..................................common rail direct diesel injection
bmep (brake mean effective pressure)2577.7 kPa (373.9psi)
maximum rpm
crankshaft bearings
engine coolant..............................Water
unitary capacity............................487.5cc
aspiration......................................Turbo D.
intercooler.....................................Y
catalytic converter..........................Y
acceleration 0-100km/h................7.7s
maximum speed............................235 km/h (146mph)
power-to-weight ratio...................113.58 PS/g 83.54 kW/g 112.02 bhp/ton 0.05 bhp/lb
weight-to-power ratio...................11.97 kg/kW 20 lb/bh
carbon dioxide emissions..............109.0 g/km Euro-6
engine position.............................front
engine layout................................longitudinal
drive wheels.................................rear wheel drive
torque split...................................N/A
steering.........................................rack & pinion EPAS
turns lock-to-lock...........................?
turning circle.................................?
front suspension............................four-link front axle coil springe gas-pressure shock absorbers stabiliser
rear suspension.............................five-link multilink rear axle
wheel size front............................AMG 8.0J x 19
wheel size rear.............................AMG 8.5J x 19
tyres front....................................245/40 R 19 michelin primacy 3st
tyres rear.....................................275/35 R 19 michelin primacy 3st
brakes f/r........................................VeDi/VeDi-S-ABS
front brake diameter.......................310
rear brake diameter........................300
gearbox.........................................Mercedes Benz 9 speed automatic with paddle shift
top gear ratio.................................0.6
final drive ratio..............................2.47

Wheelbase................................... 2,939  mm
Track/tread (front) .......................1,600 mm
Track/tread (rear) ........................1,609 mm
Length ........................................4,933 mm 
Width..........................................1,852 mm
Height ........................................1,475 mm
Ground clearance ..........................135 mm
length:wheelbase ratio ...................1.68
Kerb weight ..................................1,780 kg 3,759 lb
Weight distribution
fuel tank capacity ..........................50 litres 11 UK Gal 13.2 US Gal

Mercedes Benz E220d Estate AMG Dynamic

อุปกรณ์ภายนอก
- ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
- ไฟหน้า Multibeam LED
- ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ ILS-Intelligent Light System
- ระบบปรับไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS
- ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง Cornering Light
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist
- ไฟ Daytime Running Light แบบ LED fibre-optic
- หลังคา Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- กันชนหน้า-หลัง และ สเกิร์ตข้าง AMG
- กระจกมองข้างด้านคนขับ ปรับลดแสงอัตโนมัติ
- กระจกมองหลัง ปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ระบบเปิด-ปิดฝาท้ายด้วยไฟฟ้า
- ระบบเปิด-ปิดฝาท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ Hands-Free Access
- กระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียม
- ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียมคู่
- ดิสก์เบรกหน้า แบบมีช่องระบายความร้อน
- สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า
- ล้ออัลลอย AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว
- ยาง Run-flat คู่หน้า 245/40 R19 - คู่หลัง 275/35 R19
- ฟังก์ชั่น ECO Start / Stop

อุปกรณ์ภายใน
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ THERMATIC Dual Zone
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa
- เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำ Memory Seat
- เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า
- หน่วยความจำตำแหน่ง กระจกมองข้าง พวงมาลัย
- เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40
- สวิตช์พับเบาะนั่งตอนหลังด้วยไฟฟ้า (พับลง)
- ม่านบังแดดประตูด้านหลัง ซ้าย-ขวา
- พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัด หุ้มด้วยหนัง Nappa
- ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ Push Start Button
- ระบบกุญแจ Keyless-GO

ระบบความปลอดภัย
- ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE System
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยหัวเข่า 1 ตำแหน่ง
- โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS
- ระบบเบรก Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น HOLD
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
- ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Adaptive Brake Light
- ระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
- ระบบจำกัดความเร็ว Speedtronic
- ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ ASSYST
- ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tyre Pressure lose warning
- ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Attention Assist
- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด Parktronic
- ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง Around View Camera

- ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light ปรับได้ 64 สี
- หน้าจอแสดงข้อมูลแบบ Widescreen Cockpit
- ระบบ COMAND Online พร้อม Controller
- ระบบสั่งการด้วยเสียง Linguatronic
- ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester
- ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad
- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
- ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย Wireless Charging
- รองรับ Apple Carplay / Android Auto
- ระบบแผนที่นำทาง Navigation System
- กาบบันไดสแตนเลส พร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz เรืองแสง
- ชุดคันเร่ง และ แป้นเบรกแบบสปอร์ต
- แผ่นปิดสัมภาระด้านท้าย

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th


Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom


https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/