การเมืองออสเตรเลียกำลังวุ่น แม้ชนะเลือกตั้งได้เข้าทำงานในสภาผู้แทนฯแล้ว แต่กลับมีคนทยอยถูกสอยตกสภาคนแล้วคนเล่า และมีนาย บาร์นาบี จอยซ์ หัวหน้าพรรคแนชนัล พาร์ตี้ พรรคการเมืองเล็กและเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นกรณีล่าสุดสืบเนื่องเพราะกระทรวงมหาดไทยนิวซีแลนด์ยืนยันว่าจอยซ์มีสัญชาตินิวซีแลนด์โดยสืบสกุล เพราะมีพ่อเป็นคนนิวซีแลนด์ อันจะทำให้เข้าข่ายหมดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญออสเตรเลียจอยซ์เกิดเมื่อปี 2510 ที่เมืองแทมเวิร์ธ รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย แม่เป็นคนออสเตรเลียแต่พ่อเกิดที่นิวซีแลนด์ก่อนย้ายมาอยู่ออสเตรเลียในปี 2490แต่นายจอยซ์แจ้งต่อรัฐสภาว่าจะยังไม่ลาออกจนกว่าเรื่องนี้จะได้รับการวินิจฉัยชี้ขาดจากศาลสูงที่เขาได้ยื่นคำร้องไว้แล้ว หลังจากได้รับคำแนะนำทางกฎหมายว่ากรณีของเขาไม่ขัดรัฐธรรมนูญหากหวยออกตรงข้าม จอยซ์ถูกตัดสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูล สุ่มเสี่ยงสูญสถานะเสียงข้างมากในสภา ปัจจุบันก็มีเสียงเกินมาปริ่มๆแค่ 1 เสียง ถ้าจอยซ์สิ้นท่าก็ต้องมีเลือกตั้งซ่อม ซึ่งไม่แน่ว่าใครจะเข้าวินถ้าเกิดฝ่ายค้านชนะก็งานเข้านายกฯเทิร์นบูลเต็มๆ เว้นแต่จะไปดึงพรรค ส.ส.อิสระหรือพรรคเล็กอื่นมาเสียบที่ผ่านมา มีวุฒิสมาชิก (ส.ว.) ต้องลาออกจากเงื่อนไขเรื่อง 2 สัญชาติแล้ว 2 คน และมี ส.ว.อีก 2 คน กำลังลุ้นอนาคต ฝากความหวังไว้ที่ศาลสูงเหมือนจอยซ์เช่นกันฟากนายกฯเทิร์นบูลเริ่มอยู่เฉยไม่ไหว ได้เขียนจดหมายเปิดผนึกส่งถึงผู้นำฝ่ายค้านเพื่อช่วยกันหาทางแก้เงื่อนปม 2 สัญชาติ เพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องตีความมาตรา 44 ให้ชัดทั้งนี้เพราะราวๆครึ่งหนึ่งของคนออสเตรเลียทั้งประเทศ ล้วนมีพ่อแม่ที่เกิดในต่างแดน และหลายประเทศก็มี ก.ม.สัญชาติที่พูดถึงการได้สัญชาติอัตโนมัติผ่านสายเลือดหรือการสืบสกุล โดยไม่คำนึงถึงที่เกิดทำให้ชาวออสเตรเลียอาจเป็นล้านๆคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองมี 2 สัญชาติและจะเป็นปัญหาอยู่ร่ำไปเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ (ของนักการเมืองออสเตรเลีย) ที่ต้องพึ่งเสียงเห็นร่วมกันทั้งสภา.เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์